โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

EXIM BANK คาด ส่งออกไทย ปี69 พุ่ง 7% GDP โต 2% แม้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงโตต่ำ

PPTV HD 36

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
EXIM BANK มองบวก ส่งออกไทย ปี69 พุ่ง 7% GDP โต 2% แม้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงโตต่ำสุดรอบ 6 ปี ชี้ SMEs ยังเผชิญแรงกดดัน ชู กลยุทธ์ 5T - ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 7 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง เชื่อ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านเป็นปัจจัยบวก หัวใจสำคัญคือวิธีการใช้เงิน

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK เปิดเผยว่าปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะวิกฤตที่รุนแรง ผันผวน และแปรปรวน ใน 3 มิติหลัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนทั่วโลก รวมถึงภาคการส่งออกของไทย

มิติแรกคือความขัดแย้งที่รุนแรง ทั้งในรูปแบบสงครามที่ยืดเยื้อและสงครามการค้า โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานและวัตถุดิบสำคัญ

จนส่งผลถึงความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

มิติที่สองคือความผันผวนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดการเงินโลก จากราคาพลังงานและค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าธรรมเนียมความเสี่ยงสงคราม และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

และมิติที่สามคือความแปรปรวนด้านสิ่งแวดล้อม จากภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศสุดขั้ว รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก เช่น CBAM, EUDR, CSRD และ PPWR ที่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการแข่งขัน

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ GDP ของโลกและไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำลง โดย IMF คาดการณ์ว่า GDP โลกในปี 2569 จะเติบโตต่ำสุดในรอบ 6 ปีที่ระดับ 3.1% ขณะที่การค้าโลกอาจขยายตัวต่ำสุดในรอบ 3 ปี ที่ระดับ 2.8% สวนทางกับอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น

สำหรับประเทศไทย EXIM BANK ประเมินว่า GDP ไทยปี 2569 จะขยายตัว 2% จากเดิม 1.5% ขณะที่การส่งออกในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวราว 7% จากเดิม 0-2% โดยมีแรงสนับสนุนจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เกษตร และอาหาร ตามกระแสเทคโนโลยี AI และความต้องการความมั่นคงทางอาหาร และ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทย เพราะจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่สิ่งสำคัญกว่าขนาดของวงเงิน คือวิธีการนำเงินเข้าสู่ระบบและการออกแบบการใช้จ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดได้มากที่สุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคธุรกิจได้มากกว่าการอัดฉีดเม็ดเงินเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาส 2-4 ยังมีปัจจัยเสี่ยงจำนวนมาก ทำให้การประเมินการส่งออกทั้งปีที่ระดับ 7% เป็นตัวเลขที่เหมาะสมภายใต้การบริหารความเสี่ยงและสถานการณ์ปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยยังต้องเผชิญกับ “ภาวะ 3 สูง” คือ Cost สูง จากต้นทุนวัตถุดิบ โลจิสติกส์ และต้นทุนทางการเงิน , Compliance สูง จากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ESG และมาตรฐานสากลที่เข้มงวด และ Competition สูง จากการแข่งขันที่รุนแรงของสินค้าต้นทุนต่ำจากจีนและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

นายชลัช ชี้ให้เห็นว่าตลอดช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ประกอบการ SME ไทยที่สามารถส่งออกได้จริง เติบโตน้อยมาก สะท้อนข้อจำกัดของภาคธุรกิจไทยที่ต้องเผชิญหลายปัจจัยกดดัน โดยเฉพาะวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

หาก SME ไทยยังดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิม อาจทำให้ไม่สามารถรักษาเสถียรภาพในตลาดส่งออกได้ และมีแนวโน้มหันกลับมาแข่งขันในตลาดภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้การแข่งขันในประเทศรุนแรงขึ้นในตลาดที่มีขนาดจำกัดเมื่อเทียบกับประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน ที่มีฐานผู้บริโภคจำนวนมาก

นายชลัช มองว่า สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการต้องปรับ วิธีคิดใหม่ เพื่อให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน EXIM BANK เองก็ต้องปรับแนวทางการทำงานให้แตกต่างจากสถาบันการเงินทั่วไป โดยเฉพาะการทำงานเชิงรุกกับกลุ่มลูกค้า SMEs มากขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทาย ผ่านกลยุทธ์ “5T” ประกอบด้วย

-Target ด้วยการบรรเทาผลกระทบและลดความเสี่ยงให้ลูกค้าโดยเฉพาะ SMEs ทั้งการยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย และเสริมสภาพคล่อง
-Transition สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวผ่าน Sustainable Finance โดยตั้งเป้าหมายสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนที่ 50% ของยอดคงค้างรวม-Transform ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการส่งออกนอกเหนือจากตลาดหลักเดิมเป็น 75%
- Transparency สนับสนุนการส่งออกอย่างโปร่งใสตามมาตรฐานสากล
-Together เพิ่มการความร่วมมือเพื่อทำให้ Export Ecosystem ครบวงจร โดยมาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมในการปรับตัวและสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีการค้าโลก

ทั้งนี้ ผลประกอบการของ EXIM BANK ไตรมาส 1 ปี 69 กำไรสุทธิขยายตัวเกือบ 100% หรือ 800 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อใหม่ 4 เดือนแรกปล่อยแล้ว 20,000 ล้านบาท ตั้งเป้าทั้งปี 70,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าลูกค้าใหม่ในปีนี้ 3,000 ราย ส่วนยอดสินเชื่อคงค้างปัจจุบันอยู่ที่ 180,000 ล้านบาท โดยมีวงเงินรองรับ 320,000 ล้านบาท ขณะที่ NPL ยังอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ที่ 4%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หนุน GDP ปี69 โต 2.1% ดันเงินเฟ้อบางเดือน พุ่ง4-5%

เอกนิติ กระตุ้นเศรษฐกิจทันที หลังตั้งรัฐบาล ฟื้น GDP ปี69 โต 3% plus

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : EXIM BANK คาด ส่งออกไทย ปี69 พุ่ง 7% GDP โต 2% แม้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงโตต่ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...