โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เล็งคืนสู่ป่า! กรมอุทยานฯ ขยายคอกกัก คุมเข้ม ‘พลายลุงตู่’ ป้องสวนชาวบ้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จับมือเครือข่ายภาคประชาชน แปลงโฉมคอกกัก

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพสัตว์ป่าและการจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน เผยความคืบหน้าการดูแล “พลายลุงตู่” ช้างป่าบาดเจ็บในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ ล่าสุดดึงภาคประชาชนร่วมขยายพื้นที่คอกกักให้กินเองตามธรรมชาติให้มากที่สุด พร้อมปรับปรุงคุณภาพน้ำ ดันมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุกป้องกันช้างออกนอกพื้นที่เกษตรกรรมช่วงฤดูเก็บเกี่ยว

‘กรมอุทยานฯ’ ขยายรั้วไฟฟ้า-ติด CCTV ดูแล ‘พลายลุงตู่’ ป้องกันบุกกินพืชไร่ชาวบ้าน

นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการบริหารจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าบาดเจ็บ “พลายลุงตู่” ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ร่วมกับพื้นที่วางแนวทางพัฒนาความเป็นอยู่ของช้างป่าอย่างเร่งด่วน

ล่าสุด นายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้รายงานผลการดำเนินงานปรับปรุงพื้นที่คอกกักเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีการดำเนินการหลัก 3 ด้าน ดังนี้

ขยายแนวรั้วไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์: ดำเนินการเพิ่มพื้นที่อีก 8 ไร่ จากเดิม 6 ไร่ รวมเป็น 14 ไร่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ร่มเงาและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ช่วยลดความเครียดและส่งเสริมพฤติกรรมธรรมชาติของช้าง

ปรับปรุงแหล่งน้ำสะอาด: เจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดลอกวัชพืชออกจากบ่อน้ำที่พลายลุงตู่ใช้แช่ตัว พร้อมใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) ในการปรับสภาพน้ำให้มีคุณภาพดีขึ้น รวมถึงจัดทำวงบ่อน้ำแยกต่างหากเพื่อให้ช้างได้มีน้ำดื่มที่สะอาดและถูกสุขลักษณะ

การดูแลทางสัตวแพทย์: ทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่ได้เข้าประเมินอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการจ่ายยารักษาตามอาการและเสริมวิตามินบำรุงอย่างต่อเนื่องจากการปรับปรุงสภาพแวดล้อมดังกล่าว ส่งผลให้พลายลุงตู่มีสุขภาพและสภาพจิตใจที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถเดินหากินหญ้าและใบข่อยในบริเวณคอกกักที่มีสภาพคล้ายป่าธรรมชาติได้มากขึ้น

นอกเหนือจากการดูแลช้างป่าบาดเจ็บแล้วเจ้าหน้าที่ยังได้บูรณาการมาตรการเฝ้าระวังช้างป่าร่วมกับฝ่ายปกครองและเครือข่ายภาคประชาชนอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมของราษฎร โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูง การดำเนินงานในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมืออันดีจากภาคประชาชน โดยเฉพาะ เครือข่ายภาคประชาชน “กลุ่มแบ่งปัน” โดยแม่กิ่งดาว ที่เข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนการดำเนินงาน สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมในการปกป้องและดูแลทรัพยากรสัตว์ป่าของชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...