โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไทยเร่งการทูตเศรษฐกิจ เปิดประตูคาซัคสถาน สู่ตลาดเอเชียกลางและยูเรเชีย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วันนี้ (26 มิ.ย.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวปาฐกถาเปิดงาน Thailand–Kazakhstan Business Forum ที่เมืองอัลมาตี สาธารณรัฐคาซัคสถาน โดยได้บรรยายถึงบรรยากาศการหารือกับนายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในโอกาสเดินทางเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการที่กรุงอัสตานาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและคาซัคสถานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) ในช่วงที่ทั้งสองประเทศเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570

วันนี้ (26 มิ.ย.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวปาฐกถาเปิดงาน Thailand–Kazakhstan Business Forum ที่เมืองอัลมาตี สาธารณรัฐคาซัคสถาน โดยได้บรรยายถึงบรรยากาศการหารือกับนายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในโอกาสเดินทางเยือนคาซัคสถานอย่างเป็นทางการที่กรุงอัสตานาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและคาซัคสถานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) ในช่วงที่ทั้งสองประเทศเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570

ระหว่างการหารือ ไทยและคาซัคสถานได้ลงนามแผนปฏิบัติการร่วม (Joint Action Plan) ซึ่งจะเป็นกรอบความร่วมมือในช่วง 5 ปีข้างหน้า ครอบคลุมด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือในกรอบพหุภาคี อาทิ CICA, ACD และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับเอเชียกลาง

ขณะที่ในการกล่าวปาฐกถาเปิดงาน Thailand–Kazakhstan Business Forum ที่เมืองอัลมาตี วันนี้ (26 มิ.ย.) นายสีหศักดิ์ระบุว่า ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจจะเป็น “แรงขับเคลื่อนสำคัญ” ของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป พร้อมยอมรับว่าปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างไทยและคาซัคสถาน แม้จะขยายตัวร้อยละ 11 แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพ โดยไทยตั้งเป้าร่วมกับคาซัคสถานผลักดันมูลค่าการค้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไทยไม่สามารถพึ่งพาตลาดเดิมเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป จึงเดินหน้านโยบาย “การทูตเศรษฐกิจ” (Economic Diplomacy) เพื่อกระจายตลาดและสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจใหม่ โดยมองว่าคาซัคสถานเป็นประตูสู่เอเชียกลางและสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ซึ่งเป็นตลาดที่มีประชากรรวมกว่า 100 ล้านคน ขณะที่ไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรเกือบ 700 ล้านคน ทั้งสองประเทศจึงสามารถใช้จุดแข็งด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เชื่อมโยงกันได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังเปิดเผยว่า ไทยได้ขอรับการสนับสนุนจากคาซัคสถานในการผลักดันการเปิดการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Thailand–EAEU FTA) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาค

ด้านความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจ ไทยมองเห็นศักยภาพของคาซัคสถานในหลายสาขา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งไทยต้องการเข้าไปลงทุนและใช้คาซัคสถานเป็นฐานการผลิตและแปรรูปอาหาร เพื่อรองรับตลาดเอเชียกลางและยุโรป ต่อยอดนโยบาย “ครัวของโลก” ของไทย และเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารของภูมิภาค

นอกจากนี้ ไทยยังสนใจขยายความร่วมมือด้านพลังงาน โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งพลังงานทางเลือก รวมถึงการนำเข้าแร่หายาก (Critical Minerals) ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและการผลิตแบตเตอรี่ อันเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย

สำหรับภาคบริการ นายสีหศักดิ์ระบุว่า คาซัคสถานมีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยว ไทยพร้อมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวผ่านการลงทุนของกลุ่มโรงแรมไทย การบริหารจัดการโรงแรม การพัฒนา Wellness และ Spa รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างหารือแนวคิดจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านการท่องเที่ยว และศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมไทย (Thailand Industrial Zone) ในคาซัคสถาน เพื่อรองรับการลงทุนของภาคเอกชนไทยในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...