โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงเป็นประวัติการณ์ คาดลากยาวจนถึงวันชาติ

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.58 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
อุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ที่แผ่ขยายจากภูมิภาคมิดเวสต์ ปกคลุมภาคตะวันออกของสหรัฐ ทำให้ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนตกอยู่ภายใต้การเตือนภัยความร้อนที่คาดว่าจะคงอยู่จนถึงวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งตรงกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปี การสถาปนาประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ว่า อากาศร้อนจัดคาดว่าจะส่งผลให้ “อุณหภูมิที่รู้สึกได้จริง” สูงถึง 37.8-46.1 องศาเซลเซียส ในหลายพื้นที่ของภูมิภาค ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อน สำหรับประชากรกลุ่มเปราะบาง และคุกคามโครงข่ายไฟฟ้าที่รับภาระหนักอยู่แล้ว จากการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูลและรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี)

อนึ่ง อุณหภูมิที่ร้อนระอุในสหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงคลื่นความร้อนรุนแรงเป็นประวัติการณ์ที่คล้ายคลึงกันในยุโรป ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หลายคนกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่ “แทบเป็นไปไม่ได้เลย” หากปราศจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ และพวกเขายืนยันผ่านงานศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำให้คลื่นความร้อนทั่วโลกมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น

ด้านนายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวในการแถลงข่าวว่า อากาศร้อนจัดเริ่มแผ่ขยายเข้ามาในนครนิวยอร์กแล้ว ซึ่งทางการเปิดศูนย์คลายร้อนหลายร้อยแห่ง และใช้งาน “รถตู้เย็น” มากกว่า 12 คัน พร้อมน้ำดื่ม เกลือแร่ ครีมกันแดด และอาหาร สำหรับชาวนิวยอร์กที่ต้องการความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ เทศบาลนครนิวยอร์กยังขยายเวลาเปิดให้บริการของสระว่ายน้ำสาธารณะ เปิดศูนย์ระบายความร้อนเพิ่มเติมในห้องสมุดและอาคารเทศบาล รวมถึงขยายความพยายามในการช่วยเหลือผู้คนตามท้องถนน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...