รวบแล้ว! ชายสวมฮู้ดน้ำเงินส่งพัสดุยาเสพติดให้ แอร์สาว จนมุมที่พิษณุโลก
รวบแล้ว! ชายสวมฮู้ดน้ำเงินส่งพัสดุยาเสพติดให้ "แอร์โฮสเตสสาว" จนมุมที่ จ.พิษณุโลก คุมตัวค้นแหล่งกบดานที่อยุธยาวันนี้
(4 ก.ค. 2569) จากกรณีคดีแอร์โฮสเตสสาว ถูกจับที่ สนามบินที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดประเภทเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนไปในกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการขยายผลถึงผู้ส่งพัสดุ
โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 ได้ทำการจับกุม 2 สามีชาวไทย - ภรรยาชาวลาว ที่ทำการส่งพัสดุให้ "แอร์โฮสเตสสาว" โดยสามารถจับกุมได้ที่ จ.เลย ก่อนที่ ป.ป.ส. จะคุมตัวมาเค้นสอบที่สำนักงาน ป.ป.ส. ทุ่งสองห้อง
ขณะที่ในวันที่ 3 ก.ค. 2569 ได้มีการคุมตัว ชายวัย 59 ปี ชาว จ.อยุธยา ซึ่งเป็นคนขับรถให้กับชายที่ใส่ฮู้ดสีน้ำเงินถือกล่องพัสดุต้องสงสัยบรรจุกระเป๋า ซุกซ่อนเฮโรอีนไปส่งให้ น.ส.มีนา มาสอบปากคำ ตำรวจนครบาล ก็ได้ตรวจยึดรถเก๋งโตโยต้า ยาริส ATIV สีเทาดำ คันเดียวกับที่ปรากฎในภาพกล้องวงจรปิดที่ขับเข้าคอนโดของแอร์มีนา วันที่ 22 มิ.ย. 2569
ล่าสุดทางเพจ จ๋อแจ๊ะจับโจร ได้โพสต์ข้อความว่า "จนมุมกลางดึก พิษณุโลก!!! ศูนย์ยาเสพติด บช.น. ร่วมสืบภาค 6 และ สภ.เมืองพิษณุโลก โชว์ทีมเวิร์ค รวบ นายอุทัย (สงวนนามสกุล) คนสวมฮู้ดสีน้ำเงินนำพัสดุยานรกส่งให้มีนาแอร์สาว โดยวันนี้ 15.00 น. นำตัวค้นแหล่งกบดาน ที่พระนครศรีอยุธยา"
พร้อมกับโพสต์คลิปบอกว่า "ชุดสืบสวนรองจ๋อจับกุมคนสวมฮู้ดน้ำเงินส่งพัสดุยาเสพติดให้แอร์สาว จนมุมที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. ศอ.ปส.บช.น. ร่วมกับ บก.สส.ภ.6 และ สภ.เมืองพิษณุโลก จับกุมตัวคนร้าย"
โดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ตำรวจสามารถจับกุมตัว "ชายฮู้ดน้ำเงิน" ที่เป็นคนถือกล่องพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีนในกระเป๋าผ้าไปส่งให้แอร์มินา ที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา ในวันที่ 22 มิ.ย. 2569 ได้แล้วที่ จ.พิษณุโลก เมื่อคืนนี้ประมาณห้าทุ่ม ของวันที่ 3 ก.ค. 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างการซักปากคำและนำตัวมา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเข้าค้นแหล่งที่เคยเป็นที่กบดานก่อนหลบหนีไป
โดยเบื้องต้น พบว่า ชายฮู้ดน้ำเงินคนนี้เป็นชาวม้ง กำลังหลบหนีออกนอกประเทศ ทางชายแดนแม่สอด จ.ตาก แต่ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ก่อน เบื้องต้นจากการสอบปากคำ เจ้าตัวให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนนำกล่องพัสดุไปส่งให้แอร์มินาจริง ส่วนจะเป็นลูกน้องของคนขับรถเก๋งหรือไม่นั้น เจ้าตัวยังไม่ให้การซัดทอดใคร ยอมรับเฉพาะส่วนของตัวเอง และยอมรับว่าทำมาแล้วหลายครั้งในลักษณะของการนำพัสดุไปส่ง ส่วนได้ค่าจ้างเท่าไรนั้นอยู่ระหว่างการซักปากคำ