โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

94 ปีประชาธิปไตย ระบอบใหม่ “สีน้ำเงิน”

iLaw

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • iLaw

23 มิถุนายน 2569 กำลังจะถึงวันครบรอบ 94 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เครือข่ายภาคประชาชนได้แก่ People Go Network คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) iLaw และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกันจัดกิจกรรม "ย่ำค่ำ นำภา ย่ำรุ่ง ประชาธิปไตย" ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่เวลา 18:00 – 21:00 น.

Edit excerpt

เวลา 18:48 น. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินข้ามฝั่งจากบริเวณแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมายังบริเวณฐานอนุสาวรีย์โดยมี คณะราษดรัมพ์ตีกลองนำขบวน จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันอ่านประกาศคณะราษฎร ซึ่งด้านหลังเวทีนั้นมีการฉายภาพโฮโลแกรมของคณะราษฎรซึ่งเป็นการจำลองภาพจริงในวันเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 ต่อมาจึงมีตัวแทนกล่าวปราศรัยในประเด็นต่างๆ

ชูหลักการไม่เอารัฐธรรมนูญสีน้ำเงิน

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw ระบุว่า ในวันที่เราฉลอง 94 ปี แห่งประชาธิปไตยทำให้ชวนนึกสงสัยว่าหากวันนี้ประเทศเป็นประชาธิปไตยเราอาจคงไม่มารวมตัวกันในวันนี้ แต่ระบอบในวันนี้ที่ชัดเจนที่สุดคือ "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่มีรัฐบาลภูมิใจไทยและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สีน้ำเงินเป็นผู้ปกครอง

ระบอบสีน้ำเงินมีกำลังหลักคือ สว. ซึ่งไม่ได้มาจากการ “เลือกกันเอง” ที่ทำให้เกิดการโกงจนทำให้เป็นคดีโกงเลือกสว. ซึ่งในส่วนของ สว. นี้ยังมีรองประธานสว. เคยเป็นอดีตที่ปรึกษาของอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่วนผู้สมัครภูมิใจไทยที่พ่ายแพ้เลือกตั้งก็มาลงสมัครและนั่งเป็นสว.

มากไปกว่านั้นยังมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระอื่นๆล้วนมีที่มาจากการให้ความเห็นชอบโดย สว. โดยล่าสุดมีการเห็นชอบให้ศาสตราจารย์ พล.ต.ท. จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ผู้สมัคร ป.ป.ช. 9 ครั้ง กกต. 1 ครั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ 1 ครั้ง จนในการสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สว.สีน้ำเงินก็เห็นชอบให้เขาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในสายรัฐศาสตร์ ทั้งที่จักรพงศ์เชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย

นอกจากจักรพงศ์แล้ว สว.ชุดนี้ยังเคยให้ความเห็นชอบสราวุธ ทรงศิวิไล ที่เคยเป็นอธิบดีกรมทางหลวงและเคยทำงานในสมัยศักดิ์สยาม ชิดชอบเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ขณะนี้ระบอบสีน้ำเงินกำลังจะเอาเสียงเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ 21.6 ล้านเสียง ไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก็จะกลายเป็นรัฐธรรมนูญ "สีน้ำเงิน" จึงเป็นเหตุที่เราจะต้องมารวมกันเพื่อยืนหยัดในวันครบรอบ 94 ปีประชาธิปไตย ยืนหยัดหลักการไม่เอารัฐธรรมนูญ "สีน้ำเงิน"

ไม่เอาระบอบน้ำเงิน ประชาชนต้องเลือก สสร. โดยตรง

แสงศิริ ตรีมรรคา ตัวแทนจากกป.อพช. ระบุว่าการรวมตัวของเราในวันนี้ก็เพื่อประกาศว่ารัฐธรรมนูญต้องเป็นของประชาชน ประชาชนต้องเป็นผู้กำหนดอนาคตประเทศ และประชาชนต้องเป็นผู้เลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ด้วยมือของตัวเอง

ในอดีตที่ผ่านมารัฐธรรมนูญ 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มี สสร. แต่สสร.ในขณะนั้นก็ยังไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แม้รัฐธรรมนูญ 2560 จะผ่านการทำประชามติมาแล้วแต่คงเป็นที่ประจักษ์ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมาพร้อมด้วยผลประชามติเป็นรัฐธรรมนูญใหม่ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศนี้จำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่

สภาพของประเทศไทยในขณะนี้ "ลำบาก" มาก ประชาชนไร้อำนาจในการต่อสู้กับรัฐบาลที่สนับสนุนนายทุน ทำลายป่าไม้ ทะเล และอากาศหายใจ ซ้ำยังมีพิษเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดความลำบากยิ่งขึ้น ซ้ำร้ายการช่วยเหลือจากรัฐยังอยู่ในหลักคิดว่าต้อง "พิสูจน์ความจน" แสงศิริชี้ว่า นี่ไม่ใช่ชีวิตที่เราควรจะได้รับ

การตั้งคำถามถึงปัญหาเหล่านี้คงจะไม่จบสิ้น แต่คำตอบหนึ่งคือเราต้องไม่ปล่อยให้รัฐธรรมนูญใหม่ละเลยเสียงของประชาชน ประชาชนต้องมีสิทธิในการกำหนดอนาคตของตัวเองผ่านการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ หากไม่แล้ว การปกป้องสิทธิ รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และอากาศหายใจของประชาชนก็ไม่อาจเกิดขี้นได้

ความหวังอยู่ที่ประชาชน การเปลี่ยนแปลงยังเกิดขึ้นได้

พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 94 ปีที่ผ่านมามีการล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด แม้คู่ต่อสู้ซึ่งเป็นรัฐบาลจะเปลี่ยนโฉมหน้าไป แต่ผู้จ่ายต้นทุนในทุกครั้งคือประชาชน มีหลายคนถูกฟ้องคดีความ มีหลายคนบาดเจ็บ มีหลายคนต้องลี้ภัย และมีหลายคนต้องสูญเสียชีวิต ที่ผ่านมากระบวนการของรัฐแทบไม่เคยเกิดความยุติธรรม มีแต่การทำให้การใช้ความรุนแรงทั้งในทางกายและทางจิตใจเหล่านั้นจางหายไป

ม็อบราษฎร 2563 เป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย โดยมีเป้าหมายเพื่อรัฐธรรมนูญใหม่และการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ท้าทายสังคมไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่สอดคล้องกับคณะราษฎรเมื่อปี 2475 ซึ่งจากการเคลื่อนไหวเหล่านั้นมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องจ่ายต้นทุน โดยมีความหวังเดียวคือการนิรโทษกรรม

แต่กฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนก็ถูกปัดตกโดยสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 หันไปนิรโทษกรรมผ่านกฎหมายสร้างเสริมสันติสุขแทน โดยที่ละเลยประชาชนกว่า 1,997 คนที่ถูกดำเนินคดีเมื่อปี 2563 เป็นต้นมา ละเลย 61 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องขังคดีทางการเมืองจากคดีความเหล่านั้น ละเลย 46 คนที่ลี้ภัยจากคดีความเหล่านั้น และละเลย 45 คนที่จะยังถูกคุมขังต่อไปแม้กฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขจะผ่าน

ขณะนี้ร่างกฎหมายส้างเสริมสังคมสันติสุขอยู่ในการพิจารณาของ สว. ซึ่งจะเสร็จสิ้นในเร็วๆนี้ หรือในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมจะเข้าสู่วาระ 2-3 และประกาศใช้ในอีกไม่นาน แน่นอนว่าจะมีประชาชนที่มีคดีความที่ได้ประโยชน์จากร่างกฎหมายนี้ แต่ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 ซึ่งถูกคุมขังนานที่สุดในหมู่นักโทษการเมืองจะไม่ได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมในครั้งนี้

การนิรโทษกรรมแบบเลือกปฏิบัติจะไม่ได้เยียวยาแต่ตอกย้ำแผลในสังคม และอาจกลายเป็นเชื้อไฟให้กับความขัดแย้งต่อไปในอนาคต

พูนสุขระบุว่าขอให้ระลึกถึงเบนจา อะปัญ ระลึกถึงจำเลยคดีมาตรา 110 เอกชัย หงส์กังวาน ตัน-สุรนาถ แป้นประเสริฐ และฟรานซิส บุญเกื้อหนุน ระลึกถึง ไผ่-จตุภัทร บุญภัทรรักษา และครูใหญ่-อรรถพล บัวพัฒน์ และขอให้ระลึกถึงทนายอานนท์ นำภา ที่ยังคงต่อสู้อยู่แม้จะอยู่ในเรือนจำ อานนท์เป็นทั้งจำเลยและเป็นทนายความในชุดนักโทษให้แก่ลูกความคดีการเมือง

สภาอย่ารีบ ต้องรอร่างภาคประชาชนด้วย

มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ จาก CALL กล่าวว่า ณ สถานที่แห่งนี้เมื่อ 6 ปีที่แล้วมีคนเรือนแสนคนมารวมตัวกันเพื่อยืนยันหลักการว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน และเมื่อผ่านมาแล้ว 6 ปี เราก็ยังคงกลับมาที่อนุสาวรีย์แห่งนี้เพื่อยืนยันความฝันของเราอีกครั้ง

ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เราขยายแนวร่วมมากขึ้น แต่ราคาที่ต้องจ่ายก็สูงด้วยเช่นกัน เพื่อนเราหลายคนก็หายไป หลายคนต้องลี้ภัยและต้องถูกคุมขังในเรือนจำ แม้จะมีความสูญเสียที่เกิดขึ้นมากมาย แต่จนถึงวันนี้ประชาชนยังอยู่และมารวมตัวกันอีกครั้ง

รัฐธรรมนูญคือการกำหนดอำนาจให้กลายเป็นลายลักษณ์อักษร เราจึงต้องร่วมกันลงชื่อในร่างรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน เพื่อให้ความฝันของพวกเรายังคงถูกสานต่อ

ภัสราวลีส่งสารไปยังโสภณ สารัมย์ ประธานรัฐสภาว่าถ้ารัฐสภาไม่รอร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชน แล้วบรรจุร่างฉบับพรรคการเมืองเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จะเท่ากับว่าจะเป็นการประกาศว่าประชาชนเป็น "ศัตรู" ขอให้รัฐสภาชะลอการบรรจุวาระเพื่อให้การพิจารณาข้อเสนอเขียนรัฐธรรมนูญใหม่มีร่างของภาคประชาชนร่วมอยู่ในกระบวนการด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...