โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยปราบอิทธิพล ‘หาดบางเทา-หาดฟรีดอม’ พบเสี่ยงนอมินีถือครองที่ดิน 317 แห่ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"วรศิษฎ์" สั่งเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล บุกรุกที่ดินสาธารณะหาดบางเทา-หาดฟรีดอม ภูเก็ต พบธุรกิจเสี่ยงนอมินีถือครองที่ดิน 317 แห่ง ขีดเส้นรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ก.ค.-ส.ค. นี้

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะและการถือครองที่ดินของกลุ่มทุนต่างชาติในลักษณะนอมินี จ.ภูเก็ต

นอมินี

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมาย 3 จุดหลัก ได้แก่ หาดบางเทา ซึ่งปัจจุบันกระบวนการสอบสวนกลุ่มผู้มีอิทธิพลและการเรียกรับผลประโยชน์หรือส่วย ได้เข้าสู่ระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทางกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด ขณะที่พื้นที่หาดฟรีดอมและหาดนุ้ย ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถเข้าทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำทั้งหมดได้ภายในเดือนส.ค.และกลางเดือนก.ค.นี้ ตามลำดับ เนื่องจากต้องเว้นระยะเวลาให้ผู้ได้รับผลกระทบดำเนินการอุทธรณ์ตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนการตรวจสอบข้อมูลการเรียกรับผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพลในปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วกว่า 99%

สำหรับการตรวจสอบสิทธิ์การถือครองที่ดินของบุคคลที่มีลักษณะเป็นนอมินีเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ชาวต่างชาตินั้น กรมที่ดินได้ประสานความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบพบกลุ่มบริษัทเป้าหมายที่มีความเสี่ยงจำนวน 317 บริษัท ถือครองที่ดินรวม 480 แปลง

ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายชาวต่างชาติไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินดังกล่าว รัฐบาลจึงเตรียมบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายในการสั่งให้บังคับขายที่ดินตามกรอบเวลา หากไม่ปฏิบัติตามจะถือเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการเข้าดำเนินการทันที

พฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว มักใช้วิธีหลบเลี่ยงในขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลในสัดส่วนหุ้นไทยและต่างชาติที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อจัดซื้อที่ดิน แต่หลังจากนั้นจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นให้ชาวต่างชาติเข้ามาถือครองแทนในภายหลัง ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ กรมที่ดินจะใช้อำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบบริษัททั้ง 317 รายอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งส่งต่อข้อมูลให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากพบพฤติการณ์ความผิดในลักษณะอำพรางที่คล้ายคลึงกัน โดยมีลักษณะเป็นตัวแทนถือหุ้นบังหน้า ซึ่งสร้างมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศสูงถึงเกือบ 6,000 ล้านบาท

จากข้อมูลผลการสืบสวนระบุว่า พฤติการณ์ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษากฎหมายและสำนักงานบัญชี ที่ให้บริการจัดตั้งบริษัทนอมินี โดยพบหลักฐานการใช้ชื่อบุคคลคนเดียวกันเข้าไปถือหุ้นในหลายบริษัท หรือการให้พนักงานในสำนักงานร่วมถือหุ้นบังหน้า ซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับไปดำเนินการขยายผลทางคดีต่อไป

กระทรวงมหาดไทย ยังมีนโยบายขยายผลการตรวจสอบไปยังพื้นที่เป้าหมายอื่น ๆ ที่ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาตั้งรกรากและประกอบธุรกิจ อาทิ เกาะสมุย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จ.กระบี่ จ.พังงา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จ.ชลบุรี จ.ระยอง และกรุงเทพมหานคร โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ารูปแบบการถือครองที่ดินมีความสลับซับซ้อน และมีการใช้วิธีอำพรางสูง เช่น การให้บริษัทสัญชาติไทยที่มีต่างชาติถือหุ้น 49% เข้าไปถือหุ้นไขว้ในอีกบริษัทหนึ่งเพื่อเพิ่มสัดส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความแม่นยำและระมัดระวังในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานอย่างละเอียด ตลอดจนการตรวจสอบเชิงลึกถึงที่มาของการได้สัญชาติไทยของผู้ถือหุ้นบางรายว่าดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างสิทธิ์การถือครองที่ดินประเภทหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) ขอยืนยันว่า ชาวต่างชาติไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินดังกล่าว ยกเว้นกรณีสิทธิพิเศษภายใต้การส่งเสริมการลงทุน (BOI) เท่านั้น

ขณะที่การตรวจสอบพบการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่ป่าไม้ กรมที่ดินจะบูรณาการร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมป่าไม้ ในการพิสูจน์สิทธิ์และแนวเขตอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ หากพบว่าบุคคลใดบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ หรือนำพื้นที่สาธารณะไปแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น การอ้างสิทธิ์นำไปปล่อยเช่าช่วงต่อให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ จะต้องถูกดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดการขั้นเด็ดขาดต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...