โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชี้เป็นมหากาพย์ของการติดเชื้อ! “พยาธิใบไม้ตับ” ภัยเงียบ GenZ ก่อมะเร็งท่อน้ำดีที่(มัก)ไม่มีอาการ

เดลินิวส์

อัพเดต 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“อาจารย์หมอสุรัตน์” เปิดข้อมูลน่าสะพรึง “พยาธิใบไม้ตับ” ภัยของ “GenZ” หลังเจอติดเชื้อกว่า 4 พันคน ย้ำไม่ใช่แค่ถ่ายพยาธิแล้วจบ แต่กลับป่วยโดยไม่มีอาการ มาเงียบๆ แต่สุดท้ายโผล่มาอีกทีคือ มะเร็งท่อน้ำดี!

จากกรณีที่มีรายงานข่าวตรวจพบนิสิตใหม่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับกว่า 4,000 คน หรือคิดเป็นจำนวนมากถึง 33% นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผวจ.มหาสารคาม ได้สั่งการเร่งตรวจสอบร้านค้าเร่งด่วนแล้วนั้น
-ผงะ! นศ.ใหม่ มมส. ติด ‘พยาธิใบไม้ตับ’ ทะลุ 33% ต้นตอเปิบ ‘ส้มตำปลาร้าดิบ’

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ผ่านเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ โดยระบุว่า "พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับในนักศึกษา 4,000 คน ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มันมหากาพย์ของการติดเชื้อเลยครับ คือนี่ไม่ใช่แค่เรื่องปลาดิบ แต่คือภาพอนาคตของมะเร็งท่อน้ำดีต่างหาก"

ใครตามข่าววันนี้ …มีการตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 12,733 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 4,233 คน หรือประมาณ 33% และในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตรวจ 1,922 คน พบ 380 คน หรือประมาณ 19% โรคนี้เกี่ยวข้องกับ Opisthorchis viverrini ซึ่ง IARC จัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ในมนุษย์ และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งท่อน้ำดี ตัวเลขนี้น่าตกใจ

แต่สิ่งที่น่าคิดกว่านั้นคือ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากเป็น “คนรุ่นใหม่” เป็น นักศึกษา (แต่ต้องดู ว่า ตรวจด้วยวิธีอะไร ความไวแค่ไหน จำเพาะแค่ไหนด้วยครับ) สมัยก่อน เราคิดว่า โรคพยาธิใบไม้ในตับเป็นโรคของคนรุ่นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย คนที่มักกินก้อยปลา ปลาส้มดิบ ลาบปลาดิบ หรืออาหารพื้นบ้านดิบ ๆ มาแล้ว Gen Z

มารู้กันก่อน พยาธิใบไม้ในตับคืออะไร"พยาธิใบไม้ในตับที่พบบ่อยในไทย โดยเฉพาะภาคอีสาน คือ Opisthorchis viverrini คนมักติดเชื้อจากการกินปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา ปลาส้มดิบ หรือเมนูที่ความร้อนไม่พอ" เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกาย มันจะไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ไม่ใช่แค่ “อยู่เฉย ๆ” แต่มันทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง การระคายเคืองของท่อน้ำดี และในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งท่อน้ำดี

"นี่คือเหตุผลว่าทำไมโรคนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ถ่ายพยาธิแล้วจบ” เพราะผลระยะยาวมันน่ากลัว เพราะมันไม่มีอาการ เลยยิ่งน่ากลัว" ระยะแรก ผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการ อาจมีแน่นท้อง ท้องอืด ปวดชายโครงขวา อาหารไม่ย่อย หรืออ่อนเพลีย ซึ่งเป็นอาการทั่วไป ไม่เอะใจ ไม่มีอาการเนี่ยน่ากลัว เพราะมันอักเสบเงียบ ๆ"ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือ มะเร็งท่อน้ำดี เงียบ ๆ แต่เจอแล้ว มะเร็งเลย"

มะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคที่น่ากลัว เพราะมักตรวจพบช้า อาการเริ่มแรกไม่ชัด และเมื่อมีตัวเหลือง ตาเหลือง น้ำหนักลด หรือปวดท้องมาก โรคอาจลุกลามไปมากแล้ว ข่าวดี คือมีการรักษา ข่าวร้ายคือ มักติดเชื้อซ้ำ เพราะพฤติกรรมการกินเหมือนเดิม โรคพยาธิใบไม้ในตับรักษาได้ โดย ยาหลักที่ใช้คือ praziquantel ซึ่งเป็นยาถ่ายพยาธิที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ ถ้ารักษาแล้วกลับไปกินปลาดิบอีก ก็กลับมาติดใหม่ได้ และการติดซ้ำ ๆ คือปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงระยะยาวไม่หายไป สุดท้าย ก็มะเร็ง

มาดู เมื่อตรวจพบเชื้อแล้วทำอย่างไร
1.รับการรักษาตามระบบที่มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานสาธารณสุขจัดให้
2.งดกินปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อย่างเด็ดขาด
3.คนในครอบครัวหรือชุมชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงควรได้รับการตรวจด้วย
4.ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดชายโครงขวา น้ำหนักลด คันตามตัว หรือเบื่ออาหารเรื้อรัง ควรพบแพทย์
5.อย่าซื้อยาถ่ายพยาธิกินเองซ้ำ ๆ โดยไม่ตรวจ เพราะอาจทำให้เข้าใจผิดว่า “กินยาแล้วปลอดภัย” ทั้งที่พฤติกรรมเสี่ยงยังเหมือนเดิม

"ในวัฒนธรรมของความอร่อย มันก็จะเสี่ยง เพราะสุขอนามัย มันสำคัญ นี่ ตรวจแค่นี้ นะครับ หากตรวจคนมากกว่านี้ ก็ไม่อยากคิดว่า จะติดกันไปมากเท่าไหร่ และ เด็กกว่านี้ ติดด้วยไหมครับ"..

ขอบคุณข้อมูลจาก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...