โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความนิยมเจ้าของ “ชาวลานช้าง” สมัยรัชกาลที่ 5 แม้แต่คนฝั่งซ้ายก็ข้ามโขงมารับเสด็จ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จตรวจราชการมณฑลอุดร (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ความนิยมเจ้านายสยามจากกรุงเทพฯ ของราษฎร “ชาวลานช้าง” ในสมัยรัชกาลที่ 5 แม้แต่คนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ซึ่งขณะนั้นอยู่ใต้ปกครองฝรั่งเศสแล้ว ก็ข้ามน้ำมาเข้าเฝ้า “กรมดำรง”

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเล่าเรื่องนี้ไว้ใน “นิทานโบราณคดี”เป็นเหตุการณ์ครั้งทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และได้เสด็จไปตรวจราชการหัวเมืองในพื้นที่ภาคอีสาน คือมณฑลอุดร และมณฑลอีสาน ใน พ.ศ. 2449

เมื่อพระองค์ออกจากเมืองนครราชสีมา สู่เมืองชนบท ในเขตปกครองมณฑลอุดร (ปัจจุบันคือ อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น) ทรงเห็นว่า “ชาวเมืองผิดกับเมืองนครราชสีมา ทั้งเครื่องแต่งตัวและฟังสำเนียงพูดภาษาไทยแปร่งไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งชาวกรุงเทพฯ สำคัญกันมาแต่ก่อนว่าเป็นลาว แต่เดี๋ยวนี้รู้กันมากแล้วว่าเป็นไทยมิใช่ลาว”

ในนิทานโบราณคดีเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงเอาอย่างจากคำเรียกผู้คนในมณฑลพายัพ (ล้านนาเดิม) ว่า “ชาวลานนา”จึงเรียกราษฎรในมณฑลอุดรและมณฑลอีสานว่า “ชาวลานช้าง”ตามชื่อแว่นแคว้นคู่กันกับลานนา

ในการเสด็จครั้งนั้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ได้พบว่า ไพร่ฟ้าราษฎรในพื้นที่ดังกล่าว พากันปิติยินดีต่อการเสด็จเยือนบ้านเมืองของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง

พระองค์ตั้งข้อสังเกตว่า ตอนเสด็จไปมณฑลอุดร พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมพระเชษฐาต่างพระมารดาของพระองค์ ซึ่งเป็นผู้ก่อร่างสร้างเมืองอุดรได้เสด็จกลับกรุงเทพฯ มาร่วมสิบปีแล้ว ผู้คนในพื้นที่มณฑลอุดรจึงห่างเหินจากเจ้านายมานาน และพากันกระตือรือร้นที่จะได้เฝ้ารับเสด็จเมื่อได้ทราบข่าวการเสด็จตรวจราชการของพระองค์ ดังที่ทรงบันทึกว่า

“ตั้งแต่ฉันเข้าเขตมณฑลอุดร เดินทางผ่านตำบลไหน ก็เห็นราษฎรชาวบ้านในตำบลนั้นทั้งชายหญิงเด็กผู้ใหญ่ พากันมานั่งคอยเคารพอยู่ที่ริมทางเป็นหมู่ ๆ และมาก ๆ

เวลาไปหยุดพักที่ไหน พวกราษฎรก็พากันมานั่งห้อมล้อมรอบข้าง บางคนก็มาไหว้ด้วยมือเปล่า บางคนมีเครื่องสักการะมาด้วย บางคนก็ถึงเอาน้ำใส่ขันมาขอให้ทำน้ำมนต์ และอยากเข้าให้ใกล้ชิดทุกคน พวกหนึ่งเข้ามากราบไหว้แล้วถอยออกไป พวกใหม่ก็เข้ามาแทน มีกิจที่ต้องรับและปราศรัยให้พรราษฎรตลอดทางที่ไปทุกแห่ง”

ทั้งนี้ มณฑลอุดรในช่วงที่เสด็จตรวจราชการนั้น ปัจจุบันได้แบ่งเขตการปกครองใหม่เป็นจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร

ในบรรดาราษฎรจากแห่งหนตำบลต่าง ๆ ที่มาเฝ้าตลอดเส้นทางการเสด็จครั้งนั้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงระลึกถึงตอนประทับอยู่เมืองหนองคายได้ขึ้นพระทัยที่สุด ถึงกับระบุว่า “แต่ที่ไหนไม่เหมือนที่เมืองหนองคาย”เพราะจะมีราษฎรมาหาทุกวัน โดยนั่งคอยอยู่หน้าพลับพลาจนกว่าพระองค์จะออกไปมีพระดำรัสด้วยจึงพอใจแล้วพากันกลับ

“พวกหนึ่งไปแล้วพวกอื่นก็มาอีก ถ้าไม่ได้พบฉันก็ไม่กลับ ต้อง ‘เสด็จออก’ ร่ำไปไม่รู้ว่าวันละกี่ครั้ง จนฉันออกปากว่าอ่อนใจ”

ต่อมาจึงทรงทราบจากบรรดาข้าราชการกรมการเมืองหนองคายว่า “พวกราษฎรที่มาหานั้น มิใช่แต่ชาวเมืองหนองคายเมืองเดียว พวกราษฎรทางฝั่งซ้ายในแดนฝรั่งเศสก็มามาก”

เมื่อเป็นดังนั้น จากที่แต่เดิมสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตั้งพระประสงค์ว่าจะเสด็จข้ามไปเยือนนครเวียงจันทน์ ที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ซึ่งกลายเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสไปแล้ว ก็เป็นอันต้องระงับไว้ ดังที่ทรงบันทึกว่า

“ถ้าเวลาเมื่อฉันไป มีพวกราษฎรในเมืองเวียงจันทน์พากันมาห้อมล้อมไหว้เจ้าตามประสาของเขาเหมือนอย่างทางฝั่งข้างนี้ ก็อาจจะกระเทือนไปถึงการเมือง จึงงดความประสงค์ เลยไม่ได้ไปเห็นเมืองเวียงจันทน์”

แต่ก็ไม่วายเกิดเหตุการณ์ในลักษณะที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกังวลขึ้นจนได้

โดยขณะเสด็จเรือกลไฟที่ทางการฝรั่งเศสช่วยจัดแจงสำหรับล่องลำน้ำโขงออกจากหนองคาย ระหว่างเรือเทียบท่าเติมเชื้อเพลิงที่สถานีฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ปรากฏว่ามีสตรีสูงวัยคนหนึ่งถือพานเครื่องสักการะลงเรือมุ่งตรงมาหาพระองค์ ตอนนั้นพระองค์ประทับบนดาดฟ้าเรือกับพันตรีโนลัง ชาวฝรั่งเศสที่รัฐบาลให้ตามเสด็จ จึงทรงชี้ให้มอบเครื่องสักการะแก่พันตรีโนลังแทน

“แต่เขา (พันตรีโนลัง)ก็คิดทันท่วงที ลุกขึ้นเดินไปรับพานเครื่องสักการะจากมือยายแก่เอามาส่งให้ฉัน ก็เป็นการเรียบร้อยด้วยอัชฌาสัยทั้งสองฝ่าย”

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนการรับรู้และสำนึกของราษฎรในพื้นที่ห่างไกล ต่อพระบรมวงศานุวงศ์สยาม บ่งชี้ว่าผู้คนในฝั่งซ้ายและฝั่งขวาแม่น้ำโขงก็ “รู้จัก” และ “เคารพ” เจ้านายจากกรุงเทพฯ นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2487). นิทานโบราณคดี.กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร. ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 กรกฎาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความนิยมเจ้าของ “ชาวลานช้าง” สมัยรัชกาลที่ 5 แม้แต่คนฝั่งซ้ายก็ข้ามโขงมารับเสด็จ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...