คุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาคดีสวมสิทธิคนไทยแจ้งเกิดเท็จ ยื่นฝากขังศาล ค้านประกัน
ตำรวจคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาคดี “สวมสิทธิคนไทยแจ้งเกิดเท็จให้ชาวจีน” ยื่นฝากขังศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้านผู้ต้องหาก้มหน้า - ปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ขณะที่ทนายความผู้ต้องหา ‘ประจวบ’ อดีตผู้ต้องหาคดีนอมินี ‘ไชน่าเรลเวย์’ อ้างลูกความเข้าใจเป็นลูกตัวเอง ขอให้การในชั้นศาล
วันนี้ (11 ก.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวจีน รวม 27 คน ในคดีขบวนการรับจ้างแจ้งเกิดเท็จและสวมสิทธิคนไทยให้ทารกชาวจีน พ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเท็จและแจ้งเกิดเท็จสวมสัญชาติ โดยนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถผู้ต้องขัง เพื่อส่งตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่ามีกลุ่มครอบครัวของผู้ต้องหานำน้ำและอาหารมาให้กับกลุ่มผู้ต้องหาอีกด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถผู้ต้องขังนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังทั้งหมด 5 คัน และได้นำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องคุมขัง สน.บางยี่เรือ เพื่อพาขึ้นรถโดยแบ่งขึ้นรถทั้งหมด 4 คัน แยกเป็นผู้ต้องหาหญิง 2 คัน และผู้ต้องหาชาย 2 คัน โดยผู้ต้องหากลุ่มแรกเป็นชายชาวไทยซึ่งมีนายประจวบ ศิริเขตร ซึ่งเคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนอมินีของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม รวมอยู่ในคดีนี้ด้วย
ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นผู้ต้องหาหญิงไทยซึ่งมีนางสาวศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรีและนางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาลเอกชน
กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ต้องหาชายชาวจีน และกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้ต้องหาหญิงชาวจีน โดยหนึ่งในนั้นอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวขึ้นรถตู้เป็นคันสุดท้าย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ต้องหาในหลายประเด็น เช่น ทั้งการเป็นนอมินีให้ชาวจีนจริงหรือไม่ เหตุใดจึงร่วมกระทำความผิด โดยเฉพาะนายประจวบซึ่งเคยถูกดำเนินคดีมาก่อนหน้า รวมถึงถามว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวจีนอย่างไร เนื่องจากถือเป็นคดีที่ 2 ที่พัวพันกับกลุ่มคนจีน
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสอบถามนางสาวศิริพรว่า ได้ทำดังกล่าวมาแล้วกี่ครั้ง สิ่งที่ทำเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ และหน่วยงานต้นสังกัดรับทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 27 คนไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนแม้แต่คำถามเดียว ทำเพียงก้มหน้า บางคนใช้เสื้อ ผ้าห่ม มาปกปิดใบหน้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลในเวลาต่อมา
ด้านนายศรัณญ์ เสือส่อสิทธิ์ ทนายความนายประจวบและนางเสี่ยว อิ๋ง หวู หญิงสัญชาติจีน เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองได้รับมอบหมายเพื่อที่จะมายื่นประกันตัวนายประจวบและนางเสี่ยว อิ๋ง หวู หญิงสัญชาติจีน ซึ่งรับเป็นทนายให้กับสองคนนี้โดยได้มีการเตรียมเงินสด แต่ไม่สามารถระบุจำนวนเงินได้ โดยขึ้นอยู่กับศาลโดยจะมีการเรียกหลักทรัพย์ในการประกันตัวทั้งสองคนจำนวนเท่าไหร่ โดยยอมรับว่า คดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชน จึงอาจจะเป็นไปได้ว่า ศาลอาจจะไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลอีกครั้ง
ส่วนนายประจวบให้การในชั้นสอบสวน ตนเองทราบว่า นายประจวบเข้าใจว่า เด็กที่แจ้งเกิดนั้นเป็นลูกของตนเอง แต่ตำรวจจะมีพยานหลักฐานมาหักล้าง ก็ต้องไปชี้แจงในชั้นศาลอีกครั้ง ส่วนแม่เด็กชาวจีนนั้นเป็นแม่เด็กที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้คลอดเด็กออกมาเอง ทนายความยอมรับว่า คดีของนายประจวบ บริษัทไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) ที่นายประจวบถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้ เป็นคนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ
ขณะที่นางศิริพรถูกแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 157 หรือผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพิ่มอีก 1 ข้อหา เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ