โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สรวุฒิ" ปรับเกมคุมยาง ตรวจเข้มสินค้าเสี่ยงสูง 4 ชนิด ย้ำทุกด่านเข้มงวดยิ่งขึ้น สกัดยางเถื่อน รักษาเสถียรภาพราคา

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"สรวุฒิ" ปรับเกมคุมยาง ตรวจเข้มสินค้าเสี่ยงสูง 4 ชนิด ย้ำทุกด่านเข้มงวดยิ่งขึ้น สกัดยางเถื่อน รักษาเสถียรภาพราคา

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือแนวทางการควบคุมการนำยางผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง พร้อมด้วยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับสมาคมยางพาราไทย และผู้ประกอบการภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้หารือรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน เพื่อทบทวนและปรับปรุงมาตรการควบคุมการขนย้ายยางบริเวณชายแดน 5 จังหวัด ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และเชียงราย หลังจากกระทรวงฯ ได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดเขตควบคุมการขนย้ายยาง พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2568 เป็นต้นมา ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมาย รักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศ และคุ้มครองรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยาง โดยผลจากมาตรการที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าเกษตรกรได้รับประโยชน์ ราคายางมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันภาคเอกชนได้เสนอให้มีการทบทวนบางขั้นตอน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและการส่งออกยางพารา เป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น

นายสรวุฒิ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มีข้อพิจารณา 3 แนวทาง ได้แก่ การยกเลิกเขตควบคุมทั้ง 5 จังหวัด การยกเลิกเฉพาะอำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นทางโลจิสติกส์จากภาคใต้ และแนวทางที่ที่ประชุมเห็นว่าเหมาะสมที่สุด คือการปรับมาตรการให้มุ่งตรวจเข้มเฉพาะสินค้ายางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการลักลอบนำเข้า 4 ชนิด ได้แก่ ยางก้อนถ้วย ยางเครป ยางแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควัน ในทุกด่านที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ยางที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และมีความเสี่ยงต่ำ เช่น ยางแท่ง น้ำยางสด น้ำยางข้น และยางแปรรูปบางประเภท จะมีการกำกับดูแลตามความเหมาะสม เพื่อลดภาระที่ไม่จำเป็นต่อผู้ประกอบการ โดยยังคงหลักการสำคัญคือการป้องกันยางเถื่อนและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร

“ข้อสรุปวันนี้ไม่ใช่การผ่อนคลายจนทำให้การควบคุมอ่อนลง แต่เป็นการปรับสมดุลให้ตรงจุด กระทรวงเกษตรฯ จะเข้มงวดมากขึ้นในสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง 4 ชนิด เพราะเป็นกลุ่มยางที่มีโอกาสลักลอบนำเข้าและตรวจสอบแหล่งที่มาได้ยาก ส่วนสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำก็จะมีมาตรการที่เหมาะสมในการรับมือ แนวทางนี้ทั้งภาครัฐ สมาคม และเอกชนเห็นตรงกันว่าเป็นทางออกที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางให้เกษตรกร ขณะเดียวกันก็ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้สะดวกขึ้น” นายสรวุฒิ กล่าว
นายสรวุฒิ กล่าวต่อว่า ภายใต้นโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีจำกัด จึงต้องมุ่งไปยังจุดที่มีความเสี่ยงจริง ซึ่งการแยกกลุ่มสินค้าความเสี่ยงสูงและความเสี่ยงต่ำจะช่วยให้การบังคับใช้มาตรการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลในการลดขั้นตอน อำนวยความสะดวก และเร่งแก้ไขปัญหาที่กระทบประชาชนและภาคธุรกิจ โดยไม่ปล่อยให้มาตรการค้างคาหรือสร้างภาระเกินจำเป็น

ด้านนายกรกกฎ กิตติพล เลขาธิการสมาคมยางพาราไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเห็นพ้องว่า การทบทวนมาตรการควบคุมการขนย้ายยางควรคำนึงถึงทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมายควบคู่กัน โดยที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า การคงมาตรการตรวจเข้มในสินค้ายางที่มีความเสี่ยงสูงยังมีความจำเป็น เนื่องจากช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรว่าราคายางจะมีเสถียรภาพและไม่ถูกกดดันจากยางลักลอบนำเข้า ขณะเดียวกัน การปรับแนวทางกำกับดูแลให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงจะช่วยลดต้นทุนแฝง ลดภาระด้านเวลาและกำลังคนของผู้ประกอบการ โดยไม่กระทบต่อเป้าหมายหลักในการป้องกันยางเถื่อน

สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการยกร่างแนวทางปรับปรุงประกาศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมยาง และเสนอให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาลงนามตามขั้นตอน โดยระหว่างนี้มาตรการเดิมยังมีผลบังคับใช้ และในทางปฏิบัติยังคงตรวจเข้มสินค้ายางกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกฝ่ายมาคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ภาครัฐยังยืนยันการป้องกันยางผิดกฎหมาย ภาคเอกชนก็พร้อมให้ความร่วมมือ และเกษตรกรยังได้รับประโยชน์จากราคายางที่มีเสถียรภาพ กระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้ามาตรการที่เข้มงวดในจุดเสี่ยง และปรับแนวทางให้เหมาะสมเป็นไปอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง” นายสรวุฒิ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...