โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แอมเนสตี้” จี้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ผลักดัน “เมืองสิทธิมนุษยชน”

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 20 มิ.ย. 69 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษาร่วมจัดเวทีสาธารณะ “วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน: กรุงเทพฯ เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 เพื่อเปิดพื้นที่พูดคุยเรื่องสิทธิมนุษยชนในชีวิตประจำวันและชวนสังคมตั้งคำถามว่า กรุงเทพฯ เมืองที่มีผู้คนหลากหลายอาศัยและทำงานอยู่ควรเป็นเมืองแบบไหน

น.ส.เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า แม้กรุงเทพมหานครจะพยายามออกนโยบายและกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเมืองให้ดีขึ้นมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ยังขาดคือการนำหลักสิทธิมนุษยชนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหารเมืองอย่างแท้จริง โดยมองว่าการแก้ปัญหารถติด การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ หรือการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา เป็นเรื่องสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอ หากไม่เชื่อมโยงกับหลักสิทธิของประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมเสนอให้กรุงเทพฯ เดินหน้าสู่การเป็น “เมืองสิทธิมนุษยชน” เช่นเดียวกับหลายประเทศที่นำแนวคิดดังกล่าวมาเป็นนโยบายระดับเมือง ตั้งแต่นโยบายภาพใหญ่ไปจนถึงการจัดสรรงบประมาณและการทำงานในระดับเขต

นางเพชรรัตน์ ยังมองว่า สิ่งที่ยังขาดหายไปในการบริหารงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนก่อน คือการนำหลักสิทธิมนุษยชนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนความคาดหวังต่อผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ มี 5 ประเด็นเร่งด่วน ได้แก่ การคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน, การส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม โดย กทม. ควรมีบทบาทอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย, การให้บริการสาธารณะโดยไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ไม่มีสมาร์ตโฟน ผู้เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี หรือผู้ไม่มีเอกสารแสดงตน, การสร้างเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งในมิติการศึกษา การเดินทาง คุณภาพชีวิต และการเข้าถึงบริการสาธารณะ, การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ซึ่ง กทม. ควรมองปัญหาอย่างเชื่อมโยงกับโครงสร้างและนโยบายระดับประเทศ

เมื่อถามว่าผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชนมากน้อยเพียงใด นางเพชรรัตน์ระบุว่า ยังอยากเห็นความสนใจในเรื่องนี้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะแม้ผู้สมัครหลายคนจะมองเห็นปัญหาเดียวกัน แต่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่นำเสนอออกมายังเป็นเพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” ที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขณะที่ต้นตอของปัญหายังต้องการการแก้ไขที่ลึกและเป็นระบบมากกว่านี้

ทั้งนี้แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ย้ำว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ คือโอกาสสำคัญในการยกระดับการพัฒนาเมือง จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การสร้างระบบเมืองที่เคารพ คุ้มครอง และทำให้สิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของทุกคน เพราะกรุงเทพฯ ที่ดี ไม่ใช่แค่เมืองที่ทันสมัยหรือเป็นระเบียบ แต่ต้องเป็นเมืองที่ ทุกคนมีบ้าน มีเสียง มีพื้นที่ มีบริการ มีโอกาส และมีศักดิ์ศรีอย่างเท่าเทียม.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...