โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เต้ ลั่นเคยเตือนนายกฯ แล้ว แฉขบวนการโกงสอบท้องถิ่น จ่อสาวถึงนักการเมืองใหญ่ พร้อมเปิดตัวพรรคก้าวล้ำ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ ลงพื้นที่พบปะนักเรียนที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ พร้อมแถลงถึงทิศทางการทำงานทางการเมืองหลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ ลงพื้นที่พบปะนักเรียนที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ พร้อมแถลงถึงทิศทางการทำงานทางการเมืองหลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ถือว่าการแข่งขันได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหารกรุงเทพมหานคร

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และขอให้เร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงผลักดันการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า เมื่อภารกิจการเลือกตั้งสิ้นสุดลงแล้ว จากนี้จะเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างเต็มที่ โดยเตรียมเปิดตัว พรรคก้าวล้ำ ในฐานะพรรคการเมืองทางเลือก พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และผลักดันการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อประเทศ

พร้อมกันนี้ นายมงคลกิตติ์ ได้กล่าวถึงประเด็นการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยแสดงความเห็นว่า กรณีดังกล่าวมีความร้ายแรงกว่าการซื้อขายข้อสอบทั่วไป เนื่องจากเป็นการเปิดทางให้บุคคลที่ได้ตำแหน่งโดยมิชอบเข้าสู่ระบบราชการ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อประเทศในระยะยาว

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า หลังจากนี้จะตรวจสอบผู้ที่สอบผ่านทั้งหมด ทั้งผู้ที่สอบได้ด้วยความสุจริตและผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยจะตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลัง 2 ปี เพื่อพิจารณาว่ามีการถอนหรือโอนเงินผิดปกติในช่วงประมาณ 600,000-800,000 บาทหรือไม่ ควบคู่กับการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้สอบผ่าน เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาเชื่อมโยงหาความสัมพันธ์ของผู้เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวอ้างว่า หากนำข้อมูลเส้นทางการเงินและการติดต่อสื่อสารมาวิเคราะห์ร่วมกัน จะสามารถขยายผลไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าวได้ พร้อมอ้างว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว และเชื่อว่าสามารถขยายผลไปถึงนักการเมืองระดับใหญ่ได้

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า นักการเมืองคนนี้ใหญ่จนบังคับประเทศได้ ถ้าไม่กำจัดตอนนี้ จะไปกำจัดตอนไหน พร้อมกันนี้ นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า ตนได้เคยออกมาเตือนนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง พร้อมกล่าวว่า ผมเตือนท่านแล้ว แต่ท่านไม่เชื่อ และแสดงความเห็นว่า หากไม่มีการดำเนินการตรวจสอบ อาจเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เร่งดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว พร้อมยกกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเปรียบเทียบ โดยแสดงความเห็นว่า แม้ไม่ได้เป็นผู้กระทำการทุจริตโดยตรง แต่หากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก็อาจต้องรับผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ ยืนยันว่า จะเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเส้นทางการเงิน ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ และข้อมูลของผู้เกี่ยวข้อง ก่อนนำไปยื่นต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...