โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UNESCO กสศ. ผนึกกำลังเดินหน้าความร่วมมือระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนการศึกษาที่เสมอภาคในเอเชียและแปซิฟิก

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยูเนสโกและ กสศ. เสริมสร้างความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและลดการหลุดออกจากระบบการศึกษาในเอเชียและแปซิฟิก

กรุงเทพฯ, 16 พฤษภาคม 2569 — องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือฉบับใหม่เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคด้านความเสมอภาคทางการศึกษา และสนับสนุนแนวทางเชิงนวัตกรรมเพื่อลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่ร่วมมือ

สำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก (ยูเนสโก กรุงเทพฯ) เป็นผู้ลงนามในข้อตกลงใหม่นี้ สำหรับการดำเนินงาน “การสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายกลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนพลัสบนฐานองค์ความรู้เชิงปฏิบัติสู่การขับเคลื่อนนโยบาย” ข้อตกลงนี้มีระยะเวลา 2 ปีและจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับภูมิภาค การพัฒนานโยบาย และกลไกนวัตกรรมทางการเงินเพื่อส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมทุกกลุ่ม

ข้อตกลงนี้ได้รับการลงนามต่อหน้าศาสตราจารย์คาเล็ด เอล-เอนานี ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก และ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ.

“ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตรนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ยูเนสโกและกสศ. มีร่วมกันในการสร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางมากที่สุดจะเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเสมอภาคและทั่วถึง” นางสาวซูฮย็อน คิม ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค ยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าว “ทั่วเอเชียและแปซิฟิก เด็กและเยาวชนหลายล้านคนยังคงเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาอันเนื่องมาจากความยากจน การพลัดถิ่น ความเหลื่อมล้ำ และปัจจัยรูปแบบอื่น ๆ ดังนั้น การมีความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็งกว่าเดิม แนวทางนวัตกรรมการเงิน และเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น จะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สร้างระบบการศึกษาที่ครอบคลุมทุกคนและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันลงมือทำเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เสมอภาคทางการศึกษาทั่วภูมิภาค “ประสบการณ์ของไทยแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างความเสมอภาคและประสบการณ์สะท้อนให้เห็นว่า การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็ง แนวทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ตลอดจนการลงทุนอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้เรียน” ดร.ไกรยสกล่าว “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กสศ. ได้ทำงานร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนในการสร้างระบบนิเวศทางการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กและเยาวชนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สามารถเข้าถึงการดูแลช่วยเหลือ และเชื่อมต่อโอกาสการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อนตามแนวทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและนโยบาย Thailand Zero Dropout Plus (การยกระดับการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์) ดังนั้นความร่วมมือกับยูเนสโกในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดการเรียนรู้และการทำงานระดับภูมิภาค รวมถึงร่วมพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนในภูมิภาคอาเซียนพลัส (ASEAN+)”

ความร่วมมือครั้งนี้จะมุ่งส่งเสริมระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ควบคู่กับการส่งเสริมกลไกนวัตกรรมทางการเงินเพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาคมากยิ่งขึ้น กิจกรรมสำคัญภายใต้ความร่วมมือนี้ ได้แก่ การจัดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 การจัดงานประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับภูมิภาคอาเซียน+4 ที่นครโฮจิมินห์ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2569 และการพัฒนาชุดคู่มือสำหรับภูมิภาคอาเซียนพลัสว่าด้วยการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมทุกกลุ่ม

ข้อตกลงนี้ต่อยอดจากความร่วมมือยาวนานระหว่างยูเนสโกกับ กสศ. ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 นับแต่นั้นมา ยูเนสโกกับ กสศ. ได้ร่วมมือกันสนับสนุนความคิดริเริ่มด้านความเสมอภาคทางการศึกษาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ เช่น การจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equitable Education Alliance – EEA) อันเป็นชุมชนระดับภูมิภาคของผู้ปฏิบัติงานในด้านนี้จาก 34 องค์กรทั่วเอเชียและแปซิฟิก และอยู่ภายใต้เครือข่ายการเรียนรู้และการศึกษา 2030+ (Learning and Education 2030+ Network) ซึ่งเป็นกลไกการประสานงาน SDG4 ในเอเชียและแปซิฟิก

ความคิดริเริ่มร่วมกันภายใต้ความร่วมมือนี้ได้เข้าถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการศึกษามากกว่า 650,000 คนทั่วภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกผ่านพื้นที่การแบ่งปันองค์ความรู้ในระดับภูมิภาค การร่วมมือกันนี้ยังได้ส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนานโยบายเกี่ยวกับเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการจ้างงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม (Not in Employment, Education or Training – NEET) กำหนดเค้าโครงยุทธศาสตร์การเรียนรู้แบบยืดหยุ่น และแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิผลในการสนับสนุนกลุ่มผู้เรียนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในภูมิภาค

ในการลงนามข้อตกลงใหม่นี้ ยูเนสโกและกสศ. ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 และการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อให้ผู้เรียนทุกคนทั่วเอเชียและแปซิฟิกเข้าถึงโอกาสการศึกษาที่มีคุณภาพ เสมอภาค และครอบคลุมทุกกลุ่ม

เกี่ยวกับยูเนสโก

องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีประเทศสมาชิก 194 ประเทศ มีส่วนสนับสนุนสันติภาพและความมั่นคงโดยเป็นผู้นำความร่วมมือพหุภาคีด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การสื่อสารและสารสนเทศ ยูเนสโกมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส มีสำนักงานสาขาใน 54 ประเทศ และมีพนักงานมากกว่า 2,300 คน ยูเนสโกกำกับดูแลแหล่งมรดกโลก พื้นที่สงวนชีวมณฑล และอุทยานธรณีโลกมากกว่า 2,000 แห่ง และกำกับดูแลเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ เมืองแห่งการเรียนรู้ และเมืองแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน นอกจากนี้ ยังกำกับดูแลโรงเรียนภายใต้โครงการการศึกษาเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างชาติ เครือข่าย UNESCO Chair ในมหาวิทยาลัย และสถาบันฝึกอบรมและวิจัย รวมกว่า 13,000 แห่งโดยอาศัยเครือข่ายของคณะกรรมการแห่งชาติ 200 คณะทั่วโลก ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโกคือ คาเล็ด เอล-เอนานี

“สงครามเริ่มที่จิตใจของมนุษย์ฉันใด ความหวงแหนสันติภาพก็ต้องสร้างที่จิตใจของมนุษย์ฉันนั้น” – ธรรมนูญยูเนสโก พ.ศ. 2488 ข้อมูลเพิ่มเติม : www.unesco.org

เกี่ยวกับ กสศ.

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2561 เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นหน่วยงานในกำกับของฝ่ายบริหารภายใต้การดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยมีพันธกิจในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเสมอภาคสำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง กสศ. ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ชุมชน ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย นวัตกรรมทางการศึกษา แนวทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และการใช้ข้อมูลเพื่อช่วยให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเสมอภาค
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.eef.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...