YLG แนะเปิดขายทอง หากไม่ผ่าน $4,600-4,555
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,480 – 4,559 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 70,250 บาทต่อบาททองคำ ราคาลดลง 150 บาทจากราคาวันก่อนหน้าที่ระดับ 70,400 บาท
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันที่ 15 พ.ค. ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาอยู่ในกรอบประมาณ $4,480-4,540 ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือนครึ่ง แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงร้อนแรง แต่แรงกดดันหลักที่ฉุดราคาทองในช่วงนี้มาจากฝั่งตลาดเงินและตลาดพันธบัตรเป็นสำคัญ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.63% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 โดยข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ประกาศในสัปดาห์ที่ผ่านมาทั้ง CPI และ PPI ออกมาสูงกว่าคาด สะท้อนว่าผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงกำลังส่งผ่านเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจในวงกว้าง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดตัดโอกาสการลดดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ออกไปทั้งหมด พร้อมเริ่มเก็งว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี ซึ่งเป็นปัจจัยที่หนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำอย่างหนัก เนื่องจากทองคำไม่ให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย ยิ่งบอนด์ยีลด์สูง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม เตือนว่าเวลาของอิหร่านกำลังนับถอยหลัง และผู้นำอิหร่านควรเร่งดำเนินการมิเช่นนั้นจะไม่เหลืออะไร นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้หารือทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูของอิสราเอล โดยมีรายงานจากสถานีโทรทัศน์ Kan TV ของอิสราเอลว่า สหรัฐฯ อาจเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอลหากมีการเปิดฉากสู้รบรอบใหม่ ขณะที่ สำนักข่าว Axios รายงานว่าทรัมป์มีกำหนดประชุมกับทีมงานความมั่นคงแห่งชาติในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคมเพื่อพิจารณาทางเลือกทางทหาร ด้าน ผู้นำ UAE และประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียก็ได้หารือทางโทรศัพท์เกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงผลกระทบต่อเสรีภาพในการเดินเรือและความมั่นคงทางพลังงาน
แม้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นปัจจัยที่ปกติแล้วหนุนราคาทองคำ แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดกลับให้น้ำหนักกับเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยมากกว่า ทำให้ทองคำร่วงลงราว 4% ในสัปดาห์เดียว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงยังคงอยู่รอบด้าน ทั้งราคาน้ำมันที่ยืนตัวในระดับสูงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังไม่คืบหน้า และท่าทีแข็งกร้าวของผู้นำโลกหลายฝ่าย ดังนั้นทองคำยังคงมีโอกาสดีดกลับขึ้นได้หากสถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นอีก หรือหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะถัดไปเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว
- หลังจากหลุด $4,500 ทำให้ทิศทางกลับมาเป็นลบอีกครั้ง สำหรับวันนี้ การปรับตัวลงเริ่มเกิดการ Oversold และ Bull Divergence ในระยะสั้น ทำให้อาจเกิดการดีดตัวเป็นระยะ แต่หากการดีดตัวไม่ผ่าน $4,638 มองว่าเป็นดีดเพื่อลงต่อ โดยมีแนวต้านแรกของวันนี้ $4,600-4,555
- กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่าน $4,600-4,555 (ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน $4,638)
- ซื้อคืนหากไม่หลุด $4,481-4,455 หากหลุดชะลอไปซื้อคืนที่แนวรับถัดไปบริเวณ $4,399