โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

บ้านทับทิมสยาม 04 เปิดภาพ SITE B อดีตค่ายอพยพเขมร ไทยเคยช่วยเหลือ ชาวบ้านหวั่นชายแดนตึงเครียด

สยามรัฐ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วันที่ 18 พ.ค.69ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านทับทิมสยาม 04 หมู่ 10 ตำบลเทพรักษา อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดูรูปภาพและสถานที่ในอดีต ซึ่งพื้นที่หมู่บ้านแห่งนี้ เคยเป็นศูนย์อพยพของชาวกัมพูชา ที่เรียกว่า“SITE B” (ไซต์บี)ในช่วงสงครามเขมรแดง ระหว่างปี พ.ศ. 2518-2535 ที่ครั้งหนึ่ง พื้นที่ประเทศไทยแห่งนี้ เคยรองรับ และช่วยเหลือ ชาวกัมพูชาผู้หนีภัยสงครามจำนวนมาก จากฝั่งกัมพูชาเข้ามาพึ่งพิงในผืนแผ่นดินไทย

แม้วันนี้ชาวกัมพูชาจะเดินทางกลับประเทศไปหมดแล้วเมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังคงหลงเหลือร่องรอยซากสิ่งปลูกสร้าง ทางศิลปะวัฒนธรรมประเพณีของชาวกัมพูชาให้เห็นอยู่บ้าง อาทิ เจดีย์และโบสถ์หลังเก่า ซึ่งสร้างได้อย่างงดงามตามศิลปะของชาวกัมพูชาในยุคนั้น เชื่อกันว่าเคยเป็นสถานที่สำคัญของพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ภายในค่ายอพยพในอดีต

นอกจากนี้ยังพบเมรุเผาศพเก่าแก่ที่ถูกปล่อยรกร้างผุพังตามกาลเวลา เหลือเพียงโบสถ์เขมรหลังเดิมที่ชาวบ้านยังคงใช้ประกอบศาสนกิจ โดยมีการบูรณะทาสีใหม่ให้พระสงฆ์ไทยใช้ทำกิจของสงฆ์ตามปกติในปัจจุบัน
ภายในอาคารเอนกประสงค์ของหมู่บ้านทับทิมสยาม 04 ยังมีการจัดแสดงภาพถ่ายและการจำลองวิถีชีวิตของชาวกัมพูชาในยุคอพยพ ทั้งภาพเด็กนักเรียน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมถึงเจ้าหน้าที่ UN ที่เคยเข้ามาดูแลผู้ลี้ภัยในพื้นที่แห่งนี้
ด้าน ศิริพร ชาวสวน อายุ 65 ปี ชาวบ้านซึ่งเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ช่วงที่ยังมีชาวกัมพูชาหลงเหลืออยู่ เล่าว่า คนไทยในพื้นที่เคยช่วยเหลือชาวกัมพูชาอย่างเต็มที่ ทั้งให้ที่พัก ให้ข้าวปลาอาหาร และให้ทำงานเลี้ยงชีพหลายสิบคน แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดน กลับรู้สึกเสียใจที่ฝ่ายกัมพูชาบางส่วนกลับมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อไทย กล่าวหาใส่ร้ายไทยที่เคยช่วยเหลือ

“เมื่อก่อนก็ช่วยกันเต็มที่ ให้ข้าวให้น้ำ ให้งานทำ แต่พอมีปัญหากลับมารุกรานไทย เหมือนไม่นึกถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน”ขณะนี้ก็ยังไม่ไว้ใจกัมพูชา จึงได้มีการเตรียมเสื้อผ้าและของจำเป้นไว้ พร้อมอพยพหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น ป้าศิริพร กล่าว

ขณะที่ วุฒิชัย ดวงดี อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านทับทิมสยาม 04 เปิดเผยว่า ในอดีตชาวกัมพูชาที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนี้ มักเดินทางกลับมาทำบุญในวันสำคัญทางศาสนาเป็นประจำ แต่หลังเกิดเหตุความขัดแย้งและการสู้รบบริเวณชายแดน ก็แทบไม่มีใครเดินทางกลับมาอีกเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากผืนดินชายแดนที่ครั้งหนึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยสงครามและค่ายอพยพ ปัจจุบันหมู่บ้านทับทิมสยาม 04 ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นชุมชนต้นแบบด้านการเกษตรและคุณภาพชีวิต ตามแนวพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัคราชกุมารีฯที่ทรงมุ่งหวังให้ราษฎรชายแดนมีที่อยู่อาศัย มีที่ทำกิน และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคง
หลังการส่งชาวกัมพูชากลับประเทศในปี พ.ศ. 2535 หมดแล้ว พระองค์ได้เสด็จฯ พร้อมหน่วยแพทย์ออกตรวจรักษาประชาชนตามแนวชายแดน และทอดพระเนตรเห็นความยากลำบากของชาวบ้านไทย จึงมีพระดำริให้จัดตั้ง “โครงการทับทิมสยาม 04” เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน จนกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งมาจนถึงปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...