เป็นเรื่องแล้วไง! เปิดผลสอบปากคำเบื้องต้น พนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟ
วันนี้ (18 พ.ค. 2569) ที่ สน.มักกะสัน พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตํารวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยความคืบหน้าหลังตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน กรณีรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟแยกมักกะสัน ใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ถนนอโศก-ดินแดง จนเกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจํานวนมาก
โดยระบุว่า จากการสอบปากคําพบว่า พนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟให้การให้ไม่ตรงกันในบางประการจึงต้องหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งนี้ คนโบกธงยืนยันว่า มีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่า คนโบกธงไม่ได้ให้สัญญาณ ทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิดตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดเกิดเหตุ โดยตั้งประเด็นไว้ว่าการผ่านแต่ละจุดตัด เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นรถไฟมีการโบกธงถูกต้องและครบทุกขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่
เบื้องต้นได้ทําการเรียกช่างเครื่องหรือผู้ช่วยคนขับรถไฟมาสอบปากคําแล้วโดยจะเน้นไปเรื่องของหน้าที่ในการปฏิบัติพร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังทางการรถไฟเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ที่รู้เกี่ยวกับเรื่องการเดินรถทั้งหมดว่าขั้นตอนของการผ่านจุดตัดแต่ละคนมีหน้าที่อย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนี้ทางคณะทำงานได้ส่งหนังสือไปที่ผู้ว่าการการรถไฟแห่ประเทศไทยเพื่อขอเข้าไปจำลองเหตุการณ์เพื่อดูมุมมองการขับรถไฟว่ามองเห็นสัญญาณไฟชัดเจนมากน้อยเพียงใด ก่อนจะเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล และขอเอกสารจากกล่องดำ พร้อมทั้งเรียกนิติกรของการรถไฟ มาสอบถามว่า เนื่องจากพนักงานคนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาต
ในส่วนของพนักงานขับรถไฟที่มีกระแสข่าวว่ามีสารเสพติดในร่างกายนั้น พล.ต.ต.วรศักดิ์ ยืนยันว่า เป็นความจริงโดยผู้ต้องหาอ้างว่าเสพมาก่อนขับประมาณ 10 วัน ซึ่งทางตํารวจยังไม่ปักใจเชื่อต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปบังคับใช้กฎหมายบริเวณพื้นที่ห้ามหยุดรถใกล้ทางรถไฟเพื่อความปลอดภัย ซึ่งไม่อยากให้มองว่าเป็น วัวหายล้อมคอก ส่วนที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะทางกายภาพบริเวณจุดเกิดเหตุส่งผลให้รถระบายไม่ดีนั้น เป็นเรื่องที่ต้องรับฟังปัญหาทั้งหมดและนํามาบูรณาการร่วมกับทาง กทม. เพื่อพิจารณาว่าถูกต้องตามหลักวิศวกรจราจรหรือไม่
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน
อ่านข่าวเพิ่มเติม