โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ไม่ถอย! เตรียมเก็บภาษีนำเข้าชุดใหม่ แม้ต้องคืนภาษีชุดเดิมก้อนโต 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 มิ.ย. เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. เวลา 10.09 น.

"ทรัมป์" ไม่ถอย! เตรียมเก็บภาษีนำเข้าชุดใหม่เพื่อหนุนการผลิตในประเทศ แม้ต้องคืนภาษีชุดเดิมก้อนโต 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังศาลสั่งยกเลิกภาษีฉุกเฉินบางส่วน

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 16.26 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รายได้จากภาษีนำเข้าของรัฐบาลสหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดัน หลังเงินที่กระทรวงการคลังต้องจ่ายคืนให้ผู้นำเข้าเริ่มไหลออกมากกว่ารายได้ที่จัดเก็บได้ โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้คืนภาษีนำเข้าที่ถูกจัดเก็บโดยมิชอบเป็นมูลค่าเกือบ 22,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้นำเข้าจะได้รับเงินคืน แต่ผู้บริโภคชาวอเมริกันอาจยังไม่ได้รับประโยชน์มากนัก เนื่องจากภาคธุรกิจยังคงต้องเผชิญภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจากหลายประเทศ แม้ว่าศาลสูงสหรัฐจะมีคำตัดสินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ให้ยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินที่ประธานาธิบดี Donald Trump เคยประกาศใช้ก็ตาม

มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% ที่รัฐบาลทรัมป์บังคับใช้ชั่วคราวหลังคำพิพากษาศาล จะหมดอายุในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ แต่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยืนยันว่ากำลังเตรียมมาตรการภาษีรูปแบบใหม่ที่มีความยั่งยืนมากกว่าเพื่อทดแทนรายได้ที่หายไป โดยข้อเสนอที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งอ้างอิงผลการสอบสวนประเด็นแรงงานบังคับในหลายประเทศคู่ค้า ถูกมองว่าเป็นก้าวแรกของแผนดังกล่าว

นักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg Economics ประเมินว่าหากมาตรการใหม่มีผลบังคับใช้ตามแผน จะทำให้อัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยของสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับราว 11% แม้จะยังต่ำกว่าระดับ 13.5% ในช่วงที่มาตรการภาษีตอบโต้แบบต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) ของทรัมป์ยังมีผลบังคับใช้ แต่รัฐบาลยังมีการสอบสวนทางการค้าอีกหลายคดีที่อาจเปิดทางให้สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมได้ในอนาคต

ล่าสุด สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้เสนอเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลโดยอ้างอำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งใช้ตอบโต้พฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของประเทศคู่ค้า ขณะเดียวกันยังมีการสอบสวนมาตรา 301 อีกหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินและการอุดหนุนอุตสาหกรรมในต่างประเทศ

แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการคืนภาษีนำเข้าจะส่งผลให้ราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคลดลงเร็วเพียงใด แต่ภาษีชุดใหม่กำลังจะเข้ามาในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐต้องรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากหลายด้าน ทั้งราคาพลังงาน วัตถุดิบปิโตรเคมี และผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้จะมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวในสัปดาห์นี้แล้วก็ตาม

สัญญาณทางเศรษฐกิจหลายด้านยังคงน่ากังวล โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนพฤษภาคมเร่งตัวขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้ายังทำให้ภาคธุรกิจชะลอการลงทุนและแผนขยายกิจการตลอดช่วงปีที่ผ่านมา

โจ บรูซูเอลาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ RSM กล่าวว่า แรงกดดันด้านราคายังไม่คลี่คลายและไม่น่าจะลดลงในเร็ว ๆ นี้ โดยเฉพาะจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและต้นทุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI)

แม้มาตรการภาษีใหม่จะมีฐานกฎหมายที่แข็งแรงกว่าภาษีฉุกเฉินที่ถูกศาลสั่งยกเลิก แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าหลายรายเตือนว่ามาตรการเหล่านี้ยังคงเผชิญความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องเช่นกัน และยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะสามารถสร้างกลไกจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในระยะยาวได้หรือไม่

ปัจจุบัน สหรัฐยังคงเรียกเก็บภาษีเฉพาะอุตสาหกรรมจำนวนมากอยู่แล้ว ทั้งเหล็ก ทองแดง และไม้แปรรูป รวมถึงกำลังพิจารณามาตรการใหม่ในกลุ่มหุ่นยนต์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อื่น ๆ ภายใต้อำนาจด้านความมั่นคงแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังคงเปิดช่องยกเว้นภาษีให้กับบางอุตสาหกรรมที่เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐาน AI รวมถึงเพิ่งปรับลดภาษีสำหรับรถแทรกเตอร์ เครื่องจักรการเกษตร สินค้าจากไต้หวัน และผลิตภัณฑ์โลหะบางประเภท เพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านราคา

ขณะที่ปัญหาค่าครองชีพกลายเป็นประเด็นสำคัญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน พรรคเดโมแครตโจมตีว่านโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาสินค้าสูงขึ้น โดยผลสำรวจของศูนย์วิจัย Pew เมื่อเดือนกุมภาพันธ์พบว่า ชาวอเมริกันราว 60% ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มภาษีนำเข้าของรัฐบาล

แม้จะเผชิญแรงต่อต้าน แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงยืนยันเดินหน้านโยบายกีดกันทางการค้าเพื่อดึงฐานการผลิตกลับสู่สหรัฐและลดการพึ่งพาคู่แข่งทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจีน

เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตเทคโนโลยีแห่งอนาคตภายในประเทศ และรัฐบาลจะยังคงใช้ทั้งมาตรการภาษีและข้อตกลงการค้าเป็นเครื่องมือในการเปิดตลาดต่างประเทศและสร้างโอกาสใหม่ให้กับแรงงานและภาคธุรกิจของสหรัฐต่อไป

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...