โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กัมพูชา” ยื่นเรื่องต่อ UN ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททะเลไทย แหล่งก๊าซ-น้ำมันมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มิ.ย. เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 08.29 น.

"กัมพูชา" ยื่นเรื่องต่อ UN เปิดกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเลกับไทย หลังการเจรจาสะดุด โดยพื้นที่ดังกล่าวเชื่อว่ามีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 14.18 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการครั้งสำคัญด้วยการยื่นคำร้องต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อเปิดกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) กับประเทศไทย หวังยุติข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ หลังการเจรจาระหว่างสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อยุติได้

ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในอ่าวไทย (Overlapping Claims Area: OCA) ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาต่างเชื่อว่ามีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการถึงรัฐบาลไทยและเลขาธิการสหประชาชาติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อเริ่มกระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

นายกรัฐมนตรี Hun Manet กล่าวว่า กัมพูชาดำเนินการดังกล่าวเพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของประเทศตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

"เราได้ดำเนินการในขั้นตอนนี้เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาให้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ"

ปมพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาเผชิญความตึงเครียดอย่างหนักนับตั้งแต่เกิดการปะทะทางทหารตามแนวชายแดนหลายครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และรวมถึงเหตุการณ์ที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีพื้นที่ชายแดน

สำหรับข้อพิพาททางทะเลนั้น มีศูนย์กลางอยู่ที่พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในอ่าวไทยขนาดประมาณ 10,000 ตารางไมล์ หรือราว 25,900 ตารางกิโลเมตร

รายงานของบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Wood Mackenzie เมื่อปี 2557 ประเมินว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจมีทรัพยากรก๊าซธรรมชาติสูงถึงเกือบ 12 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และของเหลวปิโตรเลียมประมาณ 700 ล้านบาร์เรล

ทั้งไทยและกัมพูชาต่างประเมินมูลค่าทรัพยากรในพื้นที่นี้ไว้ที่ประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กลไกพิเศษของยูเอ็น เคยถูกใช้เพียงครั้งเดียว

กระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ถูกออกแบบมาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทที่การเจรจาทางการทูตไม่สามารถหาทางออกได้

ที่ผ่านมา กลไกดังกล่าวเคยถูกใช้สำเร็จเพียงครั้งเดียว คือกรณีข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลระหว่าง Timor-Leste และ Australia ซึ่งนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงเขตแดนทางทะเลในปี 2561

ก่อนหน้านี้ Philippines ก็เคยใช้กลไกอนุญาโตตุลาการภายใต้ UNCLOS ในข้อพิพาททะเลจีนใต้กับ China แม้ว่าจีนจะปฏิเสธเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวก็ตาม

ไทยยกเลิก MOU ปี 2544

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 ซึ่งเคยเป็นกรอบความร่วมมือสำหรับการสำรวจและพัฒนาทรัพยากรพลังงานร่วมกันระหว่างสองประเทศ

การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง และสอดคล้องกับกระแสความกังวลของประชาชนไทยเกี่ยวกับประเด็นอธิปไตยเหนือดินแดน

นายอนุทิน กล่าวว่า "เรามีแนวทางของเราเองในการจัดการเรื่องนี้ และมุ่งมั่นปกป้องอธิปไตย ศักดิ์ศรี และความมั่นคงของชาติ" พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลไทยมีหลักการดำเนินงานที่ชัดเจนและจะยึดถือแนวทางดังกล่าวต่อไป

ไทยมีเวลา 21 วันแต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ย

แม้ทั้งสองประเทศจะมีข้อตกลงหยุดยิงในข้อพิพาทบริเวณชายแดนทางบกแล้ว แต่รัฐบาลกัมพูชายังคงกล่าวหาว่ากองกำลังไทยยึดครองดินแดนกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย และทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่

ภายใต้กฎของ UNCLOS ไทยจะมีเวลา 21 วันในการแต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ยจำนวน 2 คน เพื่อเข้าร่วมกับผู้แทนที่กัมพูชาแต่งตั้งไว้แล้ว ซึ่งรวมถึงนาย Peter Taksøe-Jensen อดีตเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก

จากนั้นจะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการไกล่เกลี่ยของสหประชาชาติจำนวน 5 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางในการผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกำหนดเขตแดนทางทะเลร่วมกันในอนาคต

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...