โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ฮุน มาเนต" โชว์เหลี่ยม สื่อดราม่าถึงชาวเขมร แจ้ง UN โดนไทยยกเลิก MOU 44 จำเป็นต้องใช้กลไก UNCLOS แก้ข้อพิพาททางทะเล

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

"ฮุน มาเนต" โชว์เหลี่ยม สื่อดราม่าถึงชาวเขมร แจ้ง UN โดนไทยยกเลิก MOU 44 จำเป็นต้องใช้กลไก UNCLOS แก้ข้อพิพาททางทะเล

2 มิ.ย.2569 ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เผยแพร่ถ้อยแถลงบนเฟซบุ๊ก เรื่อง “การตัดสินใจของรัฐบาลกัมพูชาเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับไทย”

โดย ฮุน มาเนต กล่าวว่า เพื่อนร่วมชาติชาวกัมพูชาทุกท่าน วันนี้ตนขอแจ้งให้ชาวกัมพูชาทุกท่านทราบถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของรัฐบาลกัมพูชา เกี่ยวกับเรื่องการอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลกับประเทศไทย เราได้แจ้งเรื่องอย่างเป็นทางการกับไทยและต่อเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เราเริ่มต้นการดำเนินการดังกล่าวเพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกระบวนการกฎหมายระหว่างประเทศ เรายังคงแสวงหาการแก้ไขข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านโดยสันติวิธี และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะสานความสัมพันธ์กับประเทศไทยบนพื้นฐานของสันติภาพ ความร่วมมือ และความเคารพซึ่งกันและกัน ในขณะเดียวกันอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาก็ต้องได้รับการเคารพเช่นกัน ฮุน มาเนต ยังกล่าวถึงMOU44 ว่า MOU เมื่อรัฐบาลไทยประกาศว่าจะถอนตัวออกจากกรอบความร่วมมือที่ดำรงอยู่มายาวนานนี้ กัมพูชาได้เรียกร้องให้ไทยทบทวนการตัดสินใจดังกล่าวอีกครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศไทยยังคงเลือกที่จะถอนตัว ซึ่งนั่นทำให้ MOU 44 ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงฉบับเดียวที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกันเกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลตลอดช่วง 25 ปีที่ผ่านมา จึงไม่สามารถใช้เป็นพื้นฐานในการดำเนินการต่อไปได้อีก เห็นได้ชัดว่าโอกาสในการบรรลุแนวทางแก้ไขผ่านการเจรจาทวิภาคีเพื่อหาทางออกระหว่างสองประเทศนั้นได้หมดลงแล้ว ดังนั้นรัฐบาลกัมพูชาจึงได้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงทางเลือกที่สันติและชอบด้วยกฎหมายที่มีอยู่ และกัมพูชาจะสามารถนำมาใช้ได้นั่นคือ UNCLOS โดยกระบวนการประนอมภาคบังคับ” เป็นกลไกทางกฎหมายที่สันติภายใต้กรอบ UNCLOS เปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศนำเสนอจุดยืนของตนต่อคณะผู้ประนอมอิสระจำนวน 5 ท่าน ซึ่งเป็นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศชั้นนำฮุน มาเนต ยังบอกว่า กระบวนการประนอมภาคบังคับได้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกและประสบความสำเร็จอย่างมากในกรณีระหว่างติมอร์-เลสเตและออสเตรเลีย ผ่านกระบวนการดังกล่าว ทั้งสองประเทศสามารถแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลได้อย่างสันติในปี 2561 และนี่จะถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของ UNCLOS กัมพูชาหวังว่าจะสามารถแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของกฎหมายระหว่างประเทศและการระงับข้อพิพาทโดยสันติได้อีกครั้ง นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยืนยันนี่ไม่ใช่การยกระดับความขัดแย้ง แต่เป็นการเจรจาที่ได้รับการอำนวยความสะดวกระหว่างสองประเทศภายใต้การกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และมันไม่ใช่การดำเนินการฝ่ายเดียว แต่เป็นความพยายามในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ผ่านกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการดำเนินการด้วยความสุจริตใจ พร้อมชี้แจงว่าการเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชากำลังหันหลังให้กับการเจรจา แต่กัมพูชากำลังนำการเจรจาเข้าสู่กรอบระหว่างประเทศที่มีโครงสร้างชัดเจน ซึ่งได้รับความยอมรับร่วมกันจากทั้งสองประเทศ ทั้งกัมพูชาและไทยต่างได้รับประโยชน์จากการยุติข้อพิพาทอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่งตกลงกันภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประนอมระหว่างประเทศ และสอดคล้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ฮุน มาเนต เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ และจะช่วยส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ทั้งยังจะช่วยปกป้องอธิปไตย เสริมสร้างความเชื่อมั่น เปิดโอกาสให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพลังงาน สนับสนุนการพัฒนา และสร้างโอกาสในการจ้างงานใหม่ ไม่เพียงแต่ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเพื่อคนรุ่นต่อไปของกัมพูชาและไทยอีกด้วย ก่อนอ้างทิ้งท้ายว่า กัมพูชาไม่เคยละเมิดอธิปไตยของรัฐอื่น ขณะเดียวกันกัมพูชาก็มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะปกป้องอธิปไตยของตนเอง วันนี้เราจะยังคงยืนหยัดต่อความรับผิดชอบนั้นต่อไป ไม่ใช่ด้วยกำลัง แต่ด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่ด้วยการกระทำฝ่ายเดียว แต่ด้วยการมีส่วนร่วมอย่างสันติ จึงขอเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาทุกคนจงยึดมั่นในความสามัคคี ความเชื่อมั่น และความแน่วแน่ เพราะประเด็นเรื่องอธิปไตยเป็นเรื่องของคนทั้งชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...