EU อนุมัติดีลการค้าสหรัฐ รับเพดานภาษี 15% เลี่ยงศึกภาษีรอบใหม่
EU เห็นชอบข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เปิดทางให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ โดยยุโรปยกเลิกภาษีสินค้าบางรายการ แลกกับเพดานภาษีนำเข้าสินค้าสู่สหรัฐที่ 15%
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 15.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) อนุมัติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอย่างเป็นทางการแล้ว หลังประเทศสมาชิกให้ความเห็นชอบขั้นสุดท้ายเมื่อวันพฤหัสบดี (26 มิ.ย.) ส่งผลให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ โดยทั้งสองฝ่ายหวังว่าจะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านการค้า แม้ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจระหว่างกันยังคงมีอยู่ในหลายประเด็น
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สหภาพยุโรปจะยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมของสหรัฐและสินค้าเกษตรบางรายการ ขณะที่สหรัฐฯ จะกำหนดเพดานภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปไว้ที่ 15% ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้าทางการค้าเพิ่มเติม
การบังคับใช้ข้อตกลงครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จหลังการเจรจาและกระบวนการให้สัตยาบันที่ยืดเยื้อนานเกือบหนึ่งปี โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปเพิ่มเติม หากข้อตกลงไม่ได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 4 กรกฎาคม
ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา หลังทรัมป์และเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป บรรลุข้อตกลงในหลักการ อย่างไรก็ตาม กระบวนการให้สัตยาบันต้องเผชิญอุปสรรคหลายครั้ง
ฝ่ายนิติบัญญัติของสหภาพยุโรปเคยชะลอการพิจารณาข้อตกลงถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเกิดจากกรณีที่ทรัมป์แสดงท่าทีต้องการผนวกกรีนแลนด์ และอีกครั้งหลังศาลสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกของรัฐบาลทรัมป์เป็นโมฆะ
ในที่สุด รัฐสภายุโรปได้ผ่านความเห็นชอบต่อข้อตกลง หลังมีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ข้อตกลงสิ้นสุดลงในปี 2572 พร้อมเพิ่มเงื่อนไขที่เปิดทางให้สหภาพยุโรประงับการบังคับใช้ได้ หากสหรัฐละเมิดข้อกำหนดของข้อตกลง
แม้ข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงเปราะบาง โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสในอัตรา 100% เพื่อตอบโต้ภาษีบริการดิจิทัลของฝรั่งเศส
นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีข้อพิพาทที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งมาตรการภาษีของสหรัฐต่อสินค้าที่ใช้เหล็กและอะลูมิเนียม รวมถึงกฎระเบียบด้านเทคโนโลยีของสหภาพยุโรป
อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือ การเจรจาเรื่องเงินอุดหนุนอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องเร่งหาข้อสรุปก่อนข้อตกลงพักการใช้มาตรการภาษีตอบโต้กันมูลค่า 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะหมดอายุในวันที่ 11 กรกฎาคม
โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า การหารือกับรัฐบาลสหรัฐยังคงดำเนินต่อไป เพื่อขยายเวลาการระงับมาตรการตอบโต้ทางการค้าของทั้งสองฝ่าย และรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน
อ้างอิง : bloomberg.com