โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พิพัฒน์" ชูเทคโนฯอุโมงค์ระดับโลก นำร่องกะทู้-ป่าตอง มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่การทางพิเศษ ยกระดับด้านคมนาคม

สยามรัฐ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดงานสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 15 เรื่อง "Tunnel Construction and Maintenance Technology" การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างและบำรุงรักษาอุโมงค์จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ พร้อมยกระดับศักยภาพบุคลากร โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการการทางพิเศษฯ เข้าร่วม หอประชุม 0101 อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างการคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยโครงการ ทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง ถือเป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงคมนาคม ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตซึ่งการก่อสร้างอุโมงค์ลอดผ่านภูเขาในพื้นที่ท่องเที่ยวระดับโลกจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีวิศวกรรมที่ทันสมัย การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการบำรุงรักษาตามมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด จึงนับเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) ว่า ขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นตอนรอการอนุมัติรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) จากกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เตรียมความพร้อมคู่ขนานกันไป เพื่อให้สามารถเดินหน้าโครงการได้เมื่อผ่านการอนุมัติ

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ โดยเตรียมลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนกว่า 300 ครอบครัว รวมถึงหารือร่วมกับสหภาพแรงงานของ กทพ. เพื่อชี้แจงให้เห็นถึงประโยชน์สูงสุดที่ประเทศชาติจะได้รับจากการพัฒนาดังกล่าว สำหรับประเด็นการขยายอายุสัญญาสัมปทานนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ศึกษาและเสนอเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดมาก่อน จากนั้นกระทรวงคมนาคมจะนำตัวเลขมาพิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นธรรมและคนไทยทั้งประเทศรับได้ ก่อนที่จะตัดสินใจอนุมัติโครงการในขั้นตอนสุดท้ายต่อไป

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า กทพ. จัดสัมมนาวิชาการต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 15 นับตั้งแต่ปี 2552 ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น เยอรมนี สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศไทย เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้านการก่อสร้าง การบำรุงรักษา และการบริหารจัดการทางพิเศษ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ "Innovation for Better Drive and Better Life : องค์กรนวัตกรรมเพื่อการเดินทางและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น" สำหรับการสัมมนาในปีนี้ กทพ. มุ่งเน้นเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างและบำรุงรักษาอุโมงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของบุคลากรทั้งด้านการวางแผน การก่อสร้าง การตรวจสอบ และการบำรุงรักษาอุโมงค์ ตามมาตรฐานสากล ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและองค์กรชั้นนำจากต่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทยในอนาคต

นายสุรเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กทพ. เชื่อมั่นว่าการจัดสัมมนาวิชาการครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนในระยะยาว ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...