โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

จับแล้ว! คู่รักต่างชาติทิ้งทารกแรกเกิดเสียชีวิตริมคลองอุดรธานี แจ้ง 2 ข้อหาหนัก

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพบทารกแรกเกิดถูกนำมาทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ริมคลอง ภายในชุมชนบ้านดอนอุดม ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จนมีชาวบ้านมาพบเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ชีพได้เร่งเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ในวันเกิดเหตุ ดาบตำรวจเจริญ จันทน์รักษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ได้ทำการปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตทารก แต่สุดท้ายไม่สามารถช่วยเหลือไว้ได้ สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหลายจุดบริเวณใกล้เคียง และตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้เดินทาง จนสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติชายและหญิง ก่อนติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด

ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า เห็นชายและหญิงชาวต่างชาติเดินเข้ามาในบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยฝ่ายหญิงอุ้มสิ่งของที่ห่อด้วยผ้าแนบอกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำสาธารณะ แต่เมื่อพบว่าห้องน้ำปิด จึงเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง ตอนแรกคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวพาเด็กมาเดินเล่น จึงไม่ได้เอะใจ กระทั่งภายหลังทราบว่าสิ่งที่ห่ออยู่คือทารกแรกเกิดที่ถูกนำมาทิ้งจนเสียชีวิต ทำให้รู้สึกตกใจและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุดรธานี สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี ภายหลังศาลจังหวัดอุดรธานีอนุมัติหมายจับ
ผู้ต้องหาประกอบด้วย นางสาวเบรย์เดน อายุ 39 ปี สัญชาติสหรัฐอเมริกา และนายคาริม อายุ 29 ปี สัญชาติสวีเดน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าทั้งสองเดินทางเข้าประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยว แต่มีสถานะอยู่เกินกำหนดอนุญาต โดยวีซ่าหมดอายุตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าฝ่ายหญิงคลอดบุตรด้วยตนเองในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ก่อนเดินทางมายังจังหวัดอุดรธานี
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างการควบคุมตัวและสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพหรือสังเกตการณ์ภายในห้องสอบสวน เพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคดีและกระบวนการสืบสวน
ทั้งนี้ ในระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติกรรมที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าน่าสังเกต โดยมีการพูดถ้อยคำบางอย่างอย่างต่อเนื่องในภาษาที่ไม่สามารถระบุได้ พร้อมแสดงท่าทางประกอบเป็นจังหวะคล้ายการบริกรรมตลอดช่วงหนึ่งของการสอบสวน ทำให้เจ้าหน้าที่หลายรายไม่สามารถเข้าใจความหมายหรือจับใจความของถ้อยคำดังกล่าวได้ และสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก
ร.ต.ต.รงฤทธิ์ ไชยศรีทา รองสารวัตร (สืบสวน) ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต ขณะที่มูลเหตุของการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยมีลักษณะการให้การบิดพลิ้ว ไม่ตอบคำถามตรงประเด็น และไม่ยอมรับสารภาพ แม้เจ้าหน้าที่จะนำพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดมาแสดงประกอบการสอบสวนก็ตาม
ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้จากการรวบรวมพยานหลักฐานและการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าทั้งคู่พักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี จึงเข้าควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และ “ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี ไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย”

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ทารกมีอายุประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ การนำไปทิ้งไว้ในสถานที่ดังกล่าวย่อมมีความเสี่ยงต่อชีวิตอย่างชัดเจน ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถคาดหมายได้ และเด็กได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...