โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สศอ.เร่งปั้นไทยฮับ ‘EV’ ดันแบตเตอรี่-ซอฟต์แวร์รับอุตสาหกรรมใหม่

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่าสศอ.ได้ร่วมกับสถาบันยานยนต์ ดำเนินโครงการประเมินความพร้อมของตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles: NEVs) และระบบการเดินทางอัจฉริยะ (Smart Mobility) ในอนุภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขง โดยกองทุนพิเศษแม่โขง -ล้านช้าง สาธารณรัฐประชาชนจีน ครอบคลุม 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ไทย เวียดนาม กัมพูชา และ สปป.ลาว

ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนระดับความพร้อมและศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี (EV) ในแต่ละประเทศ โดยประเมินจาก 5 มิติสำคัญ ได้แก่ สถานะตลาด นโยบายภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านถนนและดิจิทัล และเทคโนโลยียานยนต์

จีนพร้อมสุดในภูมิภาค

โดยผลการศึกษา พบว่าจีนมีความพร้อมสูงสุดในภูมิภาค เนื่องจากมีระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ครบวงจรทั้งด้านการผลิต เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และกรอบนโยบายที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ประเทศไทยและเวียดนามอยู่ในระดับความพร้อมปานกลาง โดยมีการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว และได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการลงทุนจากภาคเอกชน

สศอ.เร่งปั้นไทยฮับ ‘EV’ ดันแบตเตอรี่-ซอฟต์แวร์รับอุตสาหกรรมใหม่

แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนกัมพูชาและ สปป.ลาว ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาตลาดและยังต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมทั้งด้านนโยบาย การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

อย่างไรก็ดีประเทศในภูมิภาคยังเผชิญความท้าทายร่วมกันหลายด้าน ได้แก่ การขาดระบบบริหารจัดการพลังงานสำหรับสถานีชาร์จอัจฉริยะ เช่น Smart Charging และ Vehicle-to-Grid (V2G) การขาดกรอบนโยบายและกฎระเบียบด้านระบบการเดินทางอัจฉริยะและยานยนต์อัตโนมัติ ความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการบริหารจัดการข้อมูลที่ยังไม่เพียงพอ

สถานีชาร์จความเร็งสูงมีข้อจำกัดนอกเขตเมือง

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดของเครือข่ายสถานีชาร์จความเร็วสูง โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตเมือง ขณะเดียวกัน การประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านพลังงาน คมนาคม และดิจิทัล ยังจำเป็นต้องเร่งบูรณาการให้สอดคล้องกันมากขึ้น เพื่อให้การพัฒนาระบบนิเวศของยานยนต์พลังงานใหม่และการเดินทางอัจฉริยะในภูมิภาคสามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ

นายศุภกิจ กล่าวอีกว่า ผลการศึกษาจะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เชื่อมโยงกับตลาด และห่วงโซ่อุปทานยานยนต์พลังงานใหม่ของภูมิภาคล้านช้าง–แม่โขง

สศอ.เร่งปั้นไทยฮับ ‘EV’ ดันแบตเตอรี่-ซอฟต์แวร์รับอุตสาหกรรมใหม่

อย่างไรก็ตาม สศอ. ยังได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานกระบวนการผลิตรถยนต์ที่บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โรงงานผลิตรถยนต์ MG สามารถสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นจริงในภาคการผลิต ทั้งด้านเทคโนโลยีการลงทุน และการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อจะเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดและข้อจำกัดของแต่ละประเทศในภูมิภาค

จากผลการศึกษาของ สศอ. สะท้อนว่าไทยควรเร่งยกระดับบทบาทจากฐานการผลิตยานยนต์เดิมไปสู่การเป็นฐานผลิตและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานยานยนต์พลังงานใหม่ของภูมิภาค โดยเฉพาะการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และซอฟต์แวร์ โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ มาตรฐานรองรับเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid และระบบการเดินทาง

การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่และระบบการเดินทางอัจฉริยะในอนุภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขงจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาอย่างบูรณาการ ทั้งด้านนโยบายเทคโนโลยี พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ควบคู่กับความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างมาตรฐานร่วมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเชื่อมโยงระบบคมนาคมและพลังงานข้ามพรมแดน อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...