โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ล่าโจรแสบ! แฝงตัวเป็นช่างหลอกคนแก่เฝ้าบ้าน รื้อค้นทรัพย์สินหนีลอยนวล

Amarin TV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ล่าโจรแสบ! แฝงตัวเป็นช่างหลอกคนแก่เฝ้าบ้าน รื้อค้นทรัพย์สินหนีลอยนวล เหยื่อโร่ร้องสายไหมต้องรอด

ล่าโจรแสบ! แฝงตัวเป็นช่างหลอกคนแก่เฝ้าบ้าน รื้อค้นทรัพย์สินหนีลอยนวล เหยื่อโร่ร้องสายไหมต้องรอด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ได้เกิดเหตุการณ์ความบังเอิญขึ้นเมื่อมีผู้เสียหายจำนวน 2 ราย เดินทางเข้ามาร้องทุกข์พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย หลังจากตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายเดียวกันที่ใช้อุบายสุดแนบเนียน แอบอ้างตัวเป็นช่างซ่อมไฟฟ้าและช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศ หลอกลวงให้ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพังยอมเปิดประตูต้อนรับ ก่อนจะฉวยโอกาสรื้อค้นและขโมยทรัพย์สินมีค่าหลบหนีไป

สำหรับผู้เสียหายรายแรกคือ น.ส.มาลีวัลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี ได้เปิดเผยถึงพฤติการณ์ของคนร้ายว่า มิจฉาชีพรายนี้แฝงตัวมาในคราบของช่างซ่อมแอร์ โดยขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวมหมวกกันน็อกและหน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด ก่อนจะเข้าไปพูดจาหลอกล่อผู้สูงอายุที่อยู่เฝ้าบ้านเพียงลำพังจนหลงเชื่อและเปิดประตูให้ จากนั้นคนร้ายได้เดินขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน ลงมือรื้อค้นทรัพย์สินอย่างใจเย็น และได้กวาดเอาทรัพย์สินมีค่าประกอบด้วย แหวนเพชร 2 วง สร้อยคอทองคำ รวมถึงเงินสดอีกจำนวนหนึ่งหลบหนีไปอย่างลอยนวล

ขณะที่ผู้เสียหายอีกรายคือ น.ส.บุญเรือน (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ซึ่งมีพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตมีนบุรี ได้บอกเล่าถึงเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.49 น. ว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวตนเองต้องออกไปทำงานตามปกติ ทำให้ภายในบ้านเหลือเพียงคุณยายอายุ 94 ปี และญาติซึ่งเป็นผู้สูงอายุอีกหนึ่งคนอยู่กันตามลำพัง คนร้ายได้เข้ามาแสดงตัวและอ้างว่าจะขอเข้ามาตรวจเช็กระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยใช้เวลาเดินวนเวียนอยู่ด้านในประมาณ 15 นาที ก่อนจะอาศัยจังหวะทีเผลอรื้อค้นทรัพย์สินและได้เงินสดไปเกือบ 10,000 บาท ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีในวันเดียวกัน พร้อมทั้งไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี จนพบว่าคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์สกู๊ปปี้ สีดำ มุ่งหน้าไปทางถนนสุวินทวงศ์ แต่ในปัจจุบันยังคงไม่สามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้

จากการประเมินและเปรียบเทียบเบาะแสของผู้เสียหายทั้งสองราย พบว่าคนร้ายมีรูปพรรณสัณฐานที่ตรงกันอย่างชัดเจน คือเป็นชายรูปร่างผอม ความสูงปานกลาง แต่งกายด้วยเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าข้าง และสวมหมวกกันน็อกตลอดเวลา โดยจะใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีดำหรือสีน้ำตาลเข้มเป็นพาหนะในการตระเวนก่อเหตุ พฤติกรรมหลักคือจะเลือกเฟ้นเป้าหมายเฉพาะบ้านที่มีเพียงผู้สูงอายุอาศัยอยู่ตามลำพัง เพื่อให้ง่ายต่อการหลอกลวงและลงมือก่อเหตุลักทรัพย์สิน

ทางด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากพฤติกรรมการลงมือเชื่อว่าคนร้ายรายนี้มีการตระเวนก่อเหตุมาแล้วในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นภัยสังคมที่อันตรายอย่างยิ่งต่อกลุ่มผู้สูงอายุ ในเบื้องต้นทางเพจสายไหมต้องรอดจะเร่งประสานงานไปยังสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี และสถานีตำรวจนครบาลบุปผาราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดสืบสวนและติดตามตัวผู้ก่อเหตุรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนหรือก่อเหตุซ้ำกับผู้สูงอายุบ้านอื่นอีก พร้อมทั้งฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทั่วไป หากใครเคยประสบเหตุในลักษณะเดียวกัน หรือมีเบาะแสเพิ่มเติมของคนร้าย สามารถแจ้งข้อมูลเข้ามายังเพจสายไหมต้องรอดเพื่อร่วมกันรวบรวมข้อมูลในการลากตัวคนร้ายมาลงโทษต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...