เรียนรู้โลกออทิสติก - sakooclub
ลูกคือดวงใจของพ่อแม่เสมอ เมื่อตั้งใจและวางแผนจะมีลูก พ่อกับแม่ทุกคนย่อมต้องการให้ลูกเกิดมามีสุขภาพกายและใจสมบูรณ์แข็งแรง พ่อแม่ประคับประคองทนุถนอมตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์ เฝ้ารอวันที่ลูกจะได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก เมื่อได้เห็นลูกแข็งแรงดีพ่อกับแม่ก็มีดีใจเป็นที่สุด และวางแผนการเลี้ยงดูเพื่อให้ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กดีและมีความสุข แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของเด็กธรรมดาคนหนึ่ง จะมีความเจ็บป่วยด้วยภาวะออทิสติก
.
ภาวะออทิสติก เป็นกลุ่มอาการผิดปกติในสมอง สามารถสังเกตและตรวจพบได้ในเด็กเล็ก เนื่องจากเด็กจะมีความบกพร่องด้านการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ขาดความสนใจสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก เช่น ไม่พูดคุย ไม่สบตา ไม่สนใจใคร แม้ว่าคนอื่นกำลังสนุกสนาน แต่เด็กกลับอยู่ในโลกของตัวเอง
.
โดยทั่วไปเด็กออทิสติกจะมีความบกพร่องหลัก 3 ด้าน คือ
1. ด้านปฏิสัมพันธ์ เช่น เด็กไม่สบตา เรียกแล้วไม่หัน ไม่ชี้ชวน ไม่ชอบเล่นกับคนอื่น เล่นคนเดียว เหมือนโลกนี้มีแต่ตัวเอง
2. ด้านการสื่อสาร เช่น เด็กไม่พูดเลย พูดช้ากว่าวัย พูดภาษาแปลก ๆ ที่ฟังแล้วไม่เข้าใจ ถามแล้วไม่ตอบ ไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้
3. ด้านพฤติกรรม เช่น ยึดติดกับกิจวัตรเดิม ๆ เปลี่ยนแปลงลำบาก เล่นของซ้ำ ๆ กรีดร้อง อารมณ์รุนแรง ชอบดูวัตถุหมุน ๆ อย่างพัดลม เคลื่อนไหวร่างกายซ้ำ ๆ เช่น สะบัดมือ เดินเขย่งเท้า หมุนรอบตัว เป็นต้น
.
ออทิสติกเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และไม่มียารักษาโรคนี้ เว้นแต่บางรายที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง อาจต้องใช้ยาทางจิตเวชเข้าช่วยเหลือเพื่อควบคุมอารมณ์ก้าวร้าวรุนแรงของเด็ก และทำให้เด็กสงบลง ทั้งนี้ เด็กออทิสติกที่ได้รับการฝึกฝนจากผู้ปกครอง ญาติ และทีมสหวิชาชีพ (คุณหมอพัฒนาการ จิตแพทย์เด็ก พยาบาล นักจิตวิทยา นักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูด และคุณครูการศึกษาพิเศษ) จะสามารถใช้ชีวิตใกล้เคียงกับเด็กทั่วไปได้นะคะ
.
โดยการฝึกนั้น จะเน้นให้เด็ก #มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฝึก มีการสื่อสารกับผู้อื่น เพื่อลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น กรี๊ด ร้องไห้ ตะโกน กระโดด กระทืบเท้า วิ่งไม่หยุด ฯลฯ และ #ส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสม เช่น ความมีสติ ระลึกรู้ในสิ่งที่กำลังทำ ปฏิบัติตามคำสั่ง ฯลฯ ตลอดจนฝึกให้เด็กสามารถ #ช่วยเหลือตัวเองได้ และทำกิจวัตรประจำวันได้เหมือนกับเด็กปกติ เช่น เก็บจานที่รับประทานแล้ว เก็บของเล่นเข้าที่ เข้าแถว ต่อคิว รอคอย ฯลฯ
.
ภาวะออทิสติกนี้ หากพ่อแม่ หรือผู้เลี้ยงดูสังเกตเห็นความผิดปกติของเด็กได้เร็ว จะสามารถช่วยเหลือเด็กให้เข้าสู่กระบวนการรักษา และการฝึกได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะ เด็กเปรียบเสมือนไม้อ่อน ย่อมดัดง่าย สมองส่วนต่าง ๆ ยังไม่หยุดการเจริญเติบโต เด็กยังสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้อยู่นะคะ อย่ารอจนลูกโตแล้วค่อยพาไปพบคุณหมอ หรือเข้ารับการฝึก เพราะเท่ากับเป็นการตัดโอกาสในการเข้ารับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ
.
สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีลูกเล็ก และสงสัยว่าจะเป็นออทิสติก เราขอแนะนำให้พาเด็กไปพบคุณหมอพัฒนาการ เพื่อเข้ารับการประเมินและตรวจรักษานะคะ ซึ่งทุกโรงพยาบาลจะมีคุณหมอพัฒนาการประจำอยู่ รวมทั้งทีมสหวิชาชีพที่จะคอยให้ความช่วยเหลือพ่อแม่และเด็กด้วยค่ะ
.
จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสสัมผัสเด็กออทิสติกนั้น พบว่า หลายคนสามารถเรียนรู้ได้ไม่ต่างจากเด็กทั่วไป เพียงแต่ต้อง “สอนซ้ำ สอนย้ำ สอนทวน” สมองเด็กจะเกิดการเรียนรู้ จนเกิดการพัฒนา และเข้าสู่ชั้นเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปได้ ที่สำคัญการฝึกต่าง ๆ นั้นควรเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปฐมวัยเพราะเป็นช่วงเวลาที่สมองกำลังพัฒนา โดยโรงเรียนการศึกษาพิเศษในช่วงปฐมวัยที่ขอแนะนำ คือ “ศูนย์การศึกษาพิเศษ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ” นะคะ ซึ่งโรงเรียนนี้เปิดสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษในระดับอนุบาล โดยคณะคุณครูการศึกษาพิเศษที่เชี่ยวชาญ และมีความรู้ในการฝึก ตลอดจนความสามารถในการพัฒนาเด็กออทิสติก เด็กดาวน์ซินโดรม เด็กพิการทางสมอง เด็กสมาธิสั้น ให้ช่วยเหลือตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น และสามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
.
เด็กที่มีภาวะออทิสติก ต้องอาศัยความเข้มแข็งของพ่อแม่ที่จะช่วยเหลือลูก พ่อแม่เสียใจได้ที่ลูกเจ็บป่วย แต่ก็ต้องลุกขึ้นมายืนหยัดให้ได้ แล้วพาลูกเข้าสู่กระบวนการรักษาให้เร็วที่สุดนะคะ เพราะหากลูกได้รับการฝึกเร็วมากเท่าไหร่ จะช่วยให้เขาสามารถดูแลตัวเอง และอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุขค่ะ