โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ครูคณิตศาสตร์ เมืองรถม้า เลี้ยงไส้เดือนเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 26 ต.ค. 2564 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 04.29 น.

ตามสำนวนสุภาษิต จับปลาสองมือ ที่มีความหมายเปรียบเทียบคนที่อยากจะได้สองอย่างทีเดียวพร้อมๆ กัน เสมือนการใช้มือจับปลาตัวเดียวให้มั่นดีกว่าจับด้วยมือเดียวหรือข้างละตัว ซึ่งอาจจะไม่มั่นคงพอ ทำให้ปลาทั้งสองตัวหลุดตกน้ำไปหมด ไม่ได้อะไรเลย เห็นทีจะไม่จริงเสมอไป ถ้าบุคคลนั้นมีกระบวนการคิดวางแผนในสิ่งที่กำลังทำดี บางทีการจับปลาสองมือก็อาจจะสร้างประโยชน์ได้อย่างคาดไม่ถึงก็เป็นได้

คุณอำไพ พิกุลหอม หรือครูไต่ อยู่ที่ 327/1 ซอย 14 ถนนสุขสวัสดิ์ 1 ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ประกอบอาชีพรับราชการครูเป็นหลัก เลี้ยงไส้เดือนขายฉี่และมูลไส้เดือน เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ดีมาก โดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนกับงานประจำ ทำได้อย่างไร

**งานเกษตรวันว่างของครูไต่

เริ่มต้นจากความบังเอิญ**

ครูไต่ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงไส้เดือนว่า ตนเรียนจบคณะศึกษาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบูรพา ปัจจุบัน เป็นคุณครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่จังหวัดลำปาง แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบปลูกต้นไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงใช้วันว่างเสาร์-อาทิตย์ ปลูกต้นไม้ไปเรื่อย แต่ยังไม่จริงจังเท่าไรนัก เพราะอยู่บ้านพักหลวง จนกระทั่งเมื่อปี ’53 ได้มีบ้านเป็นของตัวเอง จึงได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก คือการปลูกต้นไม้ เริ่มต้นด้วยการปลูกต้นโมกไว้บริเวณกำแพงบ้าน เพราะชอบกลิ่นหอมของต้นโมก แต่เมื่อปลูกได้เป็นเวลาปีกว่าต้นโมกก็ยังไม่ออกดอกส่งกลิ่นตามที่คาดหวังไว้ จึงลองคิดหาวิธีแก้ไข แต่ด้วยความที่ไม่มีความรู้ด้านการเกษตร ไม่มีความรู้เรื่องปุ๋ย จึงใช้วิธีไปถามเคล็ดลับที่ร้านขายต้นไม้ของเพื่อน และก็บังเอิญมากๆ ที่ลูกสาวเขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เขาก็แนะนำฉี่ไส้เดือนแม่โจ้มาให้ทดลองใส่ดู ใช้ไป 1 ลิตร จากที่ต้นโมกไม่มีดอก กลายเป็นว่าออกดอกจนกิ่งรับน้ำหนักไม่ไหว จึงเกิดความประทับใจขึ้น ทำให้เริ่มสนใจศึกษาเรื่องไส้เดือนมาตั้งแต่ตอนนั้น โดยหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต ใช้เวลาร่วมปีในการศึกษา จนคิดว่าตนเองเข้าใจแล้ว จึงเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินหลักพันบาท ไปซื้อไส้เดือนพันธุ์ขี้ตาแร่ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้มาเลี้ยง

**เริ่มต้นด้วยความล้มเหลว สู้จนสำเร็จ

กลายเป็นอาชีพเสริมที่ดีมาก**

หลังจากเริ่มต้นเลี้ยงไส้เดือน และคิดว่าตนเองมีประสบการณ์มากพอแล้ว ครูไต่ บอกว่า ก็ไม่ได้ประสบผลสำเร็จตามที่หวังไว้ในตอนแรก เพราะเริ่มเลี้ยงไส้เดือนได้เพียง 6 เดือน ไส้เดือนก็ตาย ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้สาเหตุว่าตายเพราะอะไร แต่ก็ยังไม่ย่อท้อ พยายามหาวิธีแก้ปัญหา ประจวบเหมาะกับที่ช่วงนั้นเป็นเดือนเมษายน โรงเรียนปิดเทอมและก็เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้เปิดอบรมการเลี้ยงไส้เดือนพอดี จึงตัดสินใจเข้าร่วมอบรมเพื่อหาความรู้เสริมในครั้งนั้น

หลังจากนั้น ใช้เวลาอีกเกือบ 1 ปี ทุกอย่างถึงจะเริ่มลงตัว โดย 4 ปีแรก จะเลี้ยงแค่ไส้เดือนพันธุ์ขี้ตาแร่เพื่อให้ได้ปุ๋ยน้ำหมักมูลไส้เดือนขายเพียงเท่านั้น เพิ่งจะมีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อขายมูลในช่วง 6 ปีหลังมานี้ โดยไส้เดือนที่เลี้ยงเพื่อขายมูลมีอยู่ 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ พันธุ์ AF และพันธุ์ไทเกอร์ เนื่องจากกระแสความนิยมจะนิยมและรู้จักมูลไส้เดือนมากกว่า

ส่วนเทคนิคและขั้นตอนวิธีการเลี้ยงไส้เดือนทั้งสายพันธุ์ที่เลี้ยงเพื่อทำน้ำหมักมูลไส้เดือน หรือที่เรียกว่าฉี่ไส้เดือนและสายพันธุ์ที่เลี้ยงเพื่อขายมูลจะคล้ายกัน มีเพียงบางขั้นตอนเท่านั้นที่แตกต่างกัน ดังนี้

วิธีการเลี้ยงไส้เดือนขี้ตาแร่

พันธุ์ขี้ตาแร่ ลักษณะโรงเรือน… เลี้ยงในบ่อปูนสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำบ่อต่อๆ กัน ความกว้างของบ่อ กว้าง 1 เมตร ยาว 4 เมตร ต้องทำหลังคากันแดดกันฝน และทำมุ้งลวดเพื่อกันมด แมลง นก จิ้งจก ตะขาบ ที่จะมากินไส้เดือน

อัตราการเลี้ยงที่เหมาะสม… ไส้เดือน 1 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร

ขั้นตอนการเลี้ยง

  • ถ้าเป็นบ่อเลี้ยงใหม่ต้องล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกและคราบปูนออกให้หมด ไม่งั้นไส้เดือนจะไม่สามารถอยู่ได้
  • เตรียมเบดดิ้ง คือที่อยู่และที่กินของไส้เดือน
  • วิธีการทำเบดดิ้ง ใช้ดินร่วนกับขี้วัวแห้งผสมกัน ในอัตราส่วน 3:1 หรืออาจจะใช้อัตราดินร่วน 2 ส่วน ขี้วัวแห้ง 2 ส่วน ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพดินที่นำมาผสม
  • นำดินร่วนและขี้วัวแห้งที่คลุกเคล้าผสมกันแล้วไปแช่น้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ขี้วัวเย็นพอที่จะให้ไส้เดือนอยู่ได้
  • จากนั้นทำดินให้ร่วนแล้วปล่อยไส้เดือนลงบ่อเลี้ยง

อาหาร… คือ เศษผักผลไม้ ให้อาหารแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

การดูแลส่วนอื่นๆ… หมั่นสังเกตดูความชื้นของดิน แต่ไส้เดือนขี้ตาแร่จะไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้นมากนัก เพราะจะได้น้ำจากเศษผักผลไม้ให้ความชุ่มชื้นอยู่แล้ว

เลี้ยงนานเท่าไร… สำหรับพันธุ์ขี้ตาแร่เลี้ยงเพื่อให้ได้น้ำหมักมูลไส้เดือน ใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือน ก็จะได้ฉี่ไส้เดือนออกมาแล้ว แต่จะออกมาเป็นสีน้ำตาลใสๆ ยังไม่ออกดำ ต้องใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 1 ปีขึ้นไป จะได้สีที่เข้มขึ้น แต่ยังไม่มาก เพราะครั้งที่ทำแรกๆ ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้บอกว่า ถ้าผลิตได้ สามารถนำมาขายให้กับทางมหาวิทยาลัยได้ แต่จะรับผลผลิตก็ต่อเมื่อน้ำเป็นสีน้ำตาลออกดำแล้วเท่านั้น ซึ่งของที่ฟาร์มใช้เวลาเลี้ยง 1 ปี ก็ยังไม่เข้มข้นพอ สรุปแล้วต้องใช้เวลาเลี้ยงถึง 3 ปี กว่าจะได้สีน้ำตาลออกดำ และหลังจากนั้นมีการนำออกจำหน่ายในราคาที่ถูกมาก 500 ซีซี ราคา 35 บาท ยังถือว่าไม่คุ้มทุน แต่ในตอนนั้นคิดแค่เพียงต้องการแบ่งปันให้คนทั่วไปได้รู้จัก เพราะฉี่ไส้เดือนมีประโยนช์เยอะมาก ทั้งในเรื่องของการกำจัดเชื้อราในดอกกุหลาบ การช่วยเร่งไม้ดอก ไม้ผล รวมถึงยังช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยจุลินทรีย์หลากหลายชนิด กำจัดเพลี้ย แมลง ด้วยเอนไซม์ไคติเนส

วิธีการเลี้ยงพันธุ์ AF และไทเกอร์

ลักษณะโรงเรือน… ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 12 เมตร เป็นบ่อยาว และมีบ่อขนาดความกว้าง 1×2 เมตร อีก 8 บ่อ ทำหลังคากันแดดกันฝน และทำมุ้งลวดกันแมลง เหมือนพันธุ์ขี้ตาแร่

  • ขั้นตอนการเลี้ยงของไส้เดือนพันธุ์ AF และไทเกอร์ จะแตกต่างจากขี้ตาแร่ คือจะใช้ขี้วัวเลี้ยงเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องผสมดินร่วน นำขี้วัวแห้งมาแช่น้ำไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบันการแช่น้ำจะลำบากสำหรับคนที่ยกของหนักไม่ได้ ก็สามารถใช้วิธีกองขี้วัวไว้กับพื้นแล้วใช้น้ำฉีดทุกวันเช้า-เย็น
  • หลังจากนั้นนำมาใส่ในบ่อเลี้ยง อัตราการเลี้ยงเท่ากัน ไส้เดือน 1 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร การเลี้ยงดูคล้ายกับขี้ตาแร่ แตกต่างกันที่อาหาร

อาหาร พันธุ์ AF และไทเกอร์ จะให้แค่ขี้วัวแห้งสัปดาห์ละ 1 ครั้ง มีให้อาหารเสริมเป็นกากถั่วเหลืองบ้าง เพราะไส้เดือนพันธุ์ที่เลี้ยงเอามูลต้องการโปรตีนเยอะ

การเก็บมูลไส้เดือน… ปกติจะเก็บได้เดือนละครั้ง ของที่ฟาร์ม 3 เดือน จะเก็บครั้งหนึ่ง รอให้ย่อยเสร็จ เพราะว่าถ้าย่อยไม่เสร็จสมบูรณ์เวลานำไปบรรจุถุงขายจะทำให้เกิดเชื้อราขาวๆ แต่ถ้ารอให้ย่อยเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเก็บไว้นานแค่ไหนก็ไม่เกิดเชื้อรา

ปริมาณมูลไส้เดือน… คำนวณได้จากขนาดของบ่อ หากขนาดของบ่อ กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร จะได้มูลไส้เดือนประมาณ 50 กิโลกรัม ราคาขาย ถุงละ 35 บาท บรรจุถุงละ 1 กิโลกรัม

ต้นทุนสำหรับมือใหม่… ลงทุนแค่หลักพัน มีต้นทุนค่าบ่อ ประมาณ 1,300 บาท ไส้เดือนที่นำมาเลี้ยง ราคากิโลกรัมละ 800 บาท ขี้วัว 1 กระสอบ ต้นทุนจะอยู่ประมาณ 2,200-2,500 บาท ไม่เกินนี้ หรือหากอยากปรึกษาหรือไม่ทราบว่าจะหาซื้อพันธุ์ไส้เดือนได้จากที่ไหน สามารถสั่งซื้อจากที่ฟาร์มไส้เดือนครูไต่ได้ หรือติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ก็ได้เช่นกัน

รายได้… 20,000-30,000 บาท ต่อเดือน นับว่าเกินความคาดหมาย เพราะตอนที่เริ่มทำไม่ได้หวังเป็นเงินตรา แต่หวังเพียงอยากกระจายความรู้ให้คนทั่วไปได้รู้ว่ามูลและฉี่ไส้เดือนมีประโยชน์อย่างไร สามารถนำมาทำอะไรได้บ้าง และการเลี้ยงไส้เดือนถือเป็นอาชีพเสริมที่รายได้ดีมากๆ เมื่อเทียบกับการดูแลจัดการที่ไม่ยุ่งยากและไม่ต้องเบียดเบียนเวลาทำงานหลัก มีเวลาเพียงเสาร์-อาทิตย์ เข้าไปให้อาหารไส้เดือนสักสัปดาห์ละครั้ง และจะยิ่งเลี้ยงง่ายมากถ้ารู้นิสัยของไส้เดือนแล้วว่าชอบอยู่อย่างไร กินแบบไหน ก็จัดสภาพแวดล้อมให้แบบนั้น เมื่อไส้เดือนได้อยู่อย่างเหมาะสม กินดี อยู่ดี ผลผลิตที่ออกมาก็มีคุณภาพ

ฝากถึงเกษตรกร

“เราเป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นในความสำคัญกับการทำเกษตรอินทรีย์เป็นอย่างมาก และประกอบกับโรงเรียนที่สอนอยู่ในตอนนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชาวเขา ครอบครัวของนักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกรและปลูกด้วยสารเคมีเป็นส่วนใหญ่ จึงอยากปลูกฝังเด็กรุ่นใหม่ให้หันมาใส่ใจกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้นด้วย การสอนให้เขาปลูกผักอินทรีย์กินเอง ปลูกฝังให้เขารักสุขภาพตัวเอง เริ่มต้นจากตัวเองเป็นแบบอย่างจุดเล็กๆ เปิดชุมนุมสอนเลี้ยงไส้เดือนที่โรงเรียน ซึ่งปกติทั่วไปเราเป็นครูสอนคณิต ต้องเปิดชุมนุมสอนคณิต แต่เรามาเปิดชุมนุมเลี้ยงไส้เดือน เพราะอยากปลูกฝังเด็กๆ ในอนาคต และให้นำมูลไส้เดือนที่เขาเลี้ยงมาปลูกผักกินเอง และยังมีการรับซื้อมูลไส้เดือนจากนักเรียนด้วย เพื่อสร้างกำลังใจให้เขา ซึ่งเราก็มีความหวังในใจว่า เด็กๆ เหล่านี้ในอนาคตเขาอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาภาคการเกษตรไทยให้พัฒนาอย่างยั่งยืนก็ได้” ครูไต่ กล่าวทิ้งท้าย

สนใจพันธุ์ไส้เดือน หรือสอบถามเทคนิคการเลี้ยงไส้เดือน ติดต่อ คุณอำไพ พิกุลหอม หรือ ครูไต่ ได้ที่เบอร์โทร. 089-632-4613 หรือเพจ ฉี่ไส้เดือนบ้านครูไต่  

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...