โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดทำเนียบหุ้นเด่น รับสตอรี่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง

Share2Trade

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade
เปิดทำเนียบหุ้นเด่น_S2T (เว็บ) copy.jpg

นอกจากข่าวสารมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯที่เหล่านักลงทุนได้ติดตามอย่างใกล้ชิด เชื่อวว่านโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องเฝ้าติดตามด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นตัวกำหนดผลการดำเนินงานของเหล่าบริษัทจดทะเบียนที่นักลงทุนมีติดอยู่ในพอร์ตลงทุน

ดังนั้น ในวันนี้ทางสำนักข่าว Share2Trade จึงอยากจะหยิบยกมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนกันในครั้งนี้

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับลงในอัตราเร่ง อายุ 1ปี อยู่ที่ 1.51% เช่นเดียวกับ อายุ 5 ปี 0.03% มาที่ 1.51% อายุ 10 ปี 0.07% ที่ 1.67% แม้ต่างชาติสลับกลับมาขายพันธบัตรอีกครั้ง

แต่อย่างไรก็ดี ประเมินปัจจัยดังกล่าวบ่งชี้สัญญาณถึงตลาดเชื่อว่า ภาวะช็อกจากนโยบายระดับโลกจากทรัมป์ 2.0 สร้างดาวน์ไซด์แรงกว่าทั้งมาตรการที่สหรัฐฯ รวมถึงการตอบโต้ที่น่าจะเกิดขึ้น, เงินเฟ้อในเอเชีย “ไม่ดื้อ” แบบสหรัฐฯ, จีนกำลังผ่อนคลายมากขึ้น และ Spillover ไปยังภูมิภาค

รวมถึงความเสี่ยงเศรษฐกิจที่รออยู่ต่อการฟื้นตัวจากช่วงวิกฤติ COVID ที่ยังไม่เต็มที่ ผสาน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจลงทุนเพิ่มขึ้นใน New S Curve ใหม่ๆ และการที่เงินเฟ้อกำลังลงสู่กรอบเป้าหมายหรือต่ำกว่าของหลายประเทศ (ยกเว้นสหรัฐฯ) ผสานประเด็นกระแสเงินทุน คาดนำมาสู่ภาพธนาคารกลางในเอเชียต้อง “Pre-emptively Cut” (ลดดอกเบี้ยเชิงรุก)

โดยจากปัจจัยดังกล่าว ผสานกับเส้นอัตราผลตอบแทนในตลาด สะท้อนภาพนักลงทุนต่างชาติและไทย ประเมินวงจรดอกเบี้ยขาลงในเอเชียและไทยจะเร่งตัว และสะท้อนตลาดมองว่าการประชุมกนง. 25 มิ.ย มีโอกาสกว่า 90% ที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยลงอีก ราว 0.25%

ดังนั้น กลยุทธ์จึงมองเป็นบวกต่อวงจรดอกเบี้ยขาลงที่จะเร่งตัว จนถึงจุดวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่(New Capex Cycle) ในเอเชียและไทย หุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยลง

เฟสที่ 1 กลุ่มแรกที่จะได้ประโยชน์ทางตรง

1.กลุ่ม ระบบนิเวศของเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานรับกระแส FDI กำลังไหลเข้าไทยในฐานะ DCs Hub of SEA อีกทั้งมีกระแสเงินสดระยะยาวแข็งแกร่ง คือ โรงไฟฟ้า (GULF, GPSC) , กลุ่ม ICT (ADVANC, TRUE)

2.กลุ่มสินเชื่อผู้บริโภคและลีสซิ่ง จะมีมาร์จิ้นกว้างขึ้นจากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง MTC(คุณภาพสินทรัพย์ดีกว่ากลุ่ม จะหนุนการเร่งปล่อยสินเชื่อ), SAWAD(กรณีเศรษฐกิจทรุดตัวจากตลาดคาดไม่มาก จะกลับตัวไวจาก การฟื้นตัวของธุรกิจ

3.กลุ่มหนี้สูง แต่กระแสเงินสดยังแข็งแกร่ง จะช่วยลดดอกเบี้ยจ่าย CPALL, BJC

เฟสที่ 2 กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดีมานด์ฟื้นใน 6 เดือน หลังดอกเบี้ยขาลงมีผลบวกกับความเชื่อมั่นดีขึ้น

1.ธนาคารพาณิชย์ NPL ลด, ปล่อยกู้เริ่มกลับมา, วงจรสินเชื่อฟื้น เน้น KBANK, KTB, BBL

2.การบริโภคและค้าปลีก ผู้บริโภคเริ่มใช้จ่าย,ความต้องการฟื้นตัว CPALL, CPAXT, BJC

3. โลจิสติกส์และการขนส่ง ปริมาณจะกลับมา พร้อมมาร์จิ้นขยาย เน้น WICE

เฟสที่ 3 กลุ่มเม็ดเงินลงทุนใหม่(New CAPEX) เริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

1. นิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน: ความต้องการโรงงานและคลังสินค้าใหม่ เน้น AMATA, WHA, STECON

2. ฮาร์ดแวร์เทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ HANA, ADVICE

3.สินค้าโภคภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ รองรับเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกกับการย้ายฐานการผลิตกลับมายังจีน PTTGC, SCC, SCGP, IVL

เปิดทำเนียบหุ้นเด่น_S2T (เพจ) copy.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...