โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เซฟ เดอะ ชิลเดรน รณรงค์เรียกร้องสิทธิเด็ก LGBTQ+ ย้ำโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 10.37 น.

เซฟ เดอะ ชิลเดรน รณรงค์เรียกร้องสิทธิเด็ก LGBTQ+ ย้ำโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน เซฟ เดอะ ชิลเดรน (Save the Children Thailand) ได้เข้าร่วมขบวนพาเหรด Bangkok Pride Festival 2025 ภายใต้แนวคิด “โรงเรียนต้องเป็นมิตรกับเด็ก LGBTIQ+” เพื่อส่งเสียงเรียกร้องให้โรงเรียนในประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ

โดยในขบวนประกอบด้วยเยาวชน ครอบครัว ภาคีเครือข่าย และบุคคลสาธารณะที่มาร่วมเดินด้วยกัน อาทิ ธิติสรรค์ กู้ดเบิร์น ในฐานะ Voice of Save the Children Thailand นักแสดงนายแบบและ Mr. International 2023 โชตินภา แก้วจรูญ นางสาวไทย 2568 และ Top 10 นางสาวไทย 2025 ธงทอง กล่อมกมล รองอันดับ 2 Miss Keemao 2023 และชนิตา ศรีดาเกษ เครธอร์น Mrs. Thailand World จังหวัดนครนายก 2025 รวมถึงผู้ประสานงานฝ่ายแบรนด์และสื่อของเซฟ เดอะ ชิลเดรน ซึ่งร่วมแสดงพลังสนับสนุนการสร้างโรงเรียนที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย เป็นตัวของตัวเอง และได้รับการยอมรับ

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความคืบหน้าในด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศหลายประการ เช่น การประกาศใช้พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม ซึ่งเปิดทางให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถสมรสและรับบุตรบุญธรรมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เด็ก LGBTIQ+ และครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศยังคงเผชิญกับอุปสรรคในชีวิตประจำวัน เช่น การที่กฎหมายยังไม่รองรับการระบุอัตลักษณ์ทางเพศในเอกสารราชการ หรือข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิของบิดามารดาที่มีสถานะทางกฎหมายไม่เท่าเทียม

นอกจากนี้ แม้กระทรวงศึกษาธิการจะยกเลิกข้อบังคับทรงผมนักเรียนแล้ว แต่ยังพบกรณีที่โรงเรียนบังคับตัดผมเด็กโดยไม่คำนึงถึงอัตลักษณ์และความหลากหลาย ทำให้เกิดคำถามถึงการบังคับใช้และวัฒนธรรมภายในโรงเรียนที่ยังไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน

เซฟ เดอะ ชิลเดรน ยืนยันเจตนารมณ์ในการผลักดันให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่เคารพความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะในประเด็นที่เด็ก LGBTIQ+ มักเผชิญ เช่น การกลั่นแกล้งกัน (บูลลี่) ในโรงเรียน ความไม่เข้าใจของครู และเพื่อน การจำกัดสิทธิในการแต่งกายหรือไว้ทรงผมตามอัตลักษณ์ และความไม่ปลอดภัยในการใช้ห้องน้ำ เซฟ เดอะ ชิลเดรนเชื่อว่า การรับฟังเสียงของเด็ก และการส่งเสริมความเข้าใจของครู บุคลากรการศึกษา และผู้ปกครอง คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยในการเรียนรู้

เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม เซฟ เดอะ ชิลเดรน ได้ดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน เช่น การร่วมกับกรุงเทพมหานครในการพัฒนาพื้นที่ปลอดภัย 4 โรงเรียน ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กเป็นผู้คิดและจัดกิจกรรมเอง การอบรมผู้ปกครองเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ การให้ความรู้ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และการร่วมผลักดันแนวทางที่ส่งเสริมให้เด็กสามารถแต่งกายและไว้ทรงผมที่ตนรู้สึกมั่นใจ รวมถึงการสนับสนุนแกนนำเยาวชนในหลากหลายพื้นที่ให้สามารถขับเคลื่อนประเด็นสิทธิเพศภาวะอย่างมีพลัง

นายกีโยม ราชู ผู้อำนวยการบริหาร เซฟ เดอะ ชิลเดรน กล่าวว่า “ในขณะที่ประเทศไทยมีความก้าวหน้าเชิงกฎหมายที่สำคัญ เช่น พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม เราต้องไม่มองข้ามเสียงของเด็กและเยาวชน LGBTIQ+ ที่ยังคงเผชิญความไม่ปลอดภัยในห้องเรียนและในชีวิตประจำวันได้ โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ที่เด็กทุกคนรู้สึกได้รับการเคารพในอัตลักษณ์ของตน ไม่ว่าจะเป็นเพศ การแต่งกาย หรือการแสดงออก

เซฟ เดอะ ชิลเดรน ขอเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ทุกคน ครู ผู้ปกครอง รวมไปถึงผู้บริหารนโยบาย รับฟังเด็กอย่างจริงจัง เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เด็กสามารถเรียนรู้ เติบโต และภาคภูมิใจในตัวเองได้อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนทุกคนร่วมกันลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้สถานศึกษาเป็นมิตรต่อเด็ก LGBTIQ+ ผ่าน https://chng.it/fCNJyxYqRw และตอนนี้เปิดรับอาสาสมัครที่มีใจอยากร่วมเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดียิ่งขึ้นสำหรับเด็กทุกคน ข้อมูลเพิ่มเติมและช่องทางการมีส่วนร่วม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.savethechildren.or.th

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เซฟ เดอะ ชิลเดรน รณรงค์เรียกร้องสิทธิเด็ก LGBTQ+ ย้ำโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...