โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อดีตผู้บังคับฝูง F-16" ชี้! ไทยต้องไม่เปิดศึก เพราะอารมณ์

PostToday

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 01.37 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 08.22 น.

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม โพสต์เฟสบุ๊คระบุถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า เบื้องหลังการยั่วยุ…คือกับดักทางยุทธศาสตร์

คนไทยที่รักชาติทุกคน ย่อมมีอารมณ์โกรธและไม่พอใจกับกรณีพิพาท "ชายแดนไทย–กัมพูชา”แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ข้อพิพาทดินแดนธรรมดา แต่คือการวางหมากกระดาน ระหว่างรัฐขนาดเล็ก กับชาติที่ใหญ่กว่า โดยใช้ “ศาลโลก” เป็นเป้าหมาย และความรู้สึกของประชาชนเป็นเดิมพัน

อย่าคิดว่าแค่ปะทะเล็ก ๆ แล้วจะจบ… เพราะครั้งนี้เขาเตรียมการมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และถ้าเราเดินเกมพลาดแม้แต่ก้าวเดียว… สิ่งที่อาจเสีย ไม่ใช่แค่ “ดินแดน” แต่อาจหมายถึง ผลประโยชน์มหาศาลในอ่าวไทย ไปตลอดกาล

ทำไมต้องเจรจา ? ข้อพิพาทระหว่างชายแดนเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากรณีช่องบกครั้งนี้มีความแตกต่างกว่าทุกครั้ง เพราะเหตุการณ์ต่างๆ ของฝ่ายกัมพูชา เกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน เหมือนเตรียมการมาอย่างดี เริ่มตั้งแต่พาคนร้องเพลงชาติ เกิดไฟไหม้ศาลามรกต จนถึงเหตุปะทะในวันที่ 28 พฤษภาคม

แม้ว่า หลังจากการปะทะดังกล่าว รุ่งขึ้น วันที่ 29 ผบ.พื้นที่ของทั้ง 2 ชาติเจรจากันที่หน้างานทันที ตกลงกันว่า ถอนกำลัง พร้อมใช้กลไก JBC ในการแก้ไขปัญหา ต่างฝ่ายต่างตกลงถอนทหารออกจากจุดปะทะ 200 เมตร ทว่า…. เรื่องที่ทำท่าจะจบแต่กลับไม่จบ

วันต่อมาทางกัมพูชา ไม่ยอมถอนทหารออกจากพื้นที่ เพราะอ้างว่าเป็นจุดที่ถือครองก่อนลงนาม MOU43 ถึงแม้ปัจจุบันกัมพูชายังไม่สามารถพิสูจน์เรื่องเหล่านี้ได้ แต่ก็พยายามข้ามขั้นตอนการเจรจาประเด็นเหล่านี้ในที่ประชุม JBC ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 14 มิ.ย. เพื่อดันเรื่องเข้าสู่ศาลโลก พร้อมกับกล่าวหาว่าไทยเป็นผู้รุกราน และกัมพูชาเป็นผู้ถูกกระทำ

การที่กัมพูชายืนยันจะดำเนินการเดินเรื่องถึงศาลโลกนั้น อาจเป็นเพราะเคยชนะคดีเขาพระวิหารมาก่อนถึง 2 ครั้ง แม้กัมพูชาเองจะทราบดีว่า ไทยไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 และความพยายามดำเนินการฝ่ายเดียวของกัมพูชา จะไม่เกิดผลทางกฎหมาย…

แต่กัมพูชาต้องดำเนินกลยุทธ์อย่างที่ปฏิบัติอยู่นี่แหละ เพื่อยั่วยุ ท้าทาย และปลุกสำนึก “คลั่งสงคราม” ของคนไทยบางกลุ่มที่จุดติดได้ไม่ยาก

สิ่งที่กัมพูชาต้องการคือ การปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยต่อกัมพูชา ขอเพียงแค่มีการลงมือลงมือกัน ยิงถล่มกัน กัมพูชาก็จะได้ข้ออ้างว่ามีการปะทะกัน และเสนอเงื่อนไขการหยุดยิงที่ไทยยอมรับไม่ได้

เมื่อตกลงกันไม่ได้ รัฐกัมพูชาที่เป็นรัฐเล็กกว่าก็สามารถเชื้อเชิญนานาชาติ และองค์กรระหว่างประเทศ เข้ามาเป็นกรรมการ โดยเป้าหมายสูงสุดก็คือ นำกรณีพิพาทเรื่องดินแดนของทั้ง 2 ประเทศ ไปขึ้นศาลโลก

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็น “ศาลโลก”ก็เพราะกัมพูชาเล่นพนันได้ฟรีๆ โดยไม่ต้องวางเดิมพันแม้แต่บาทเดียวไง หากผลตัดสินของศาลโลกออกมาให้ยึด สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็กลับไปสู่สภาพเดิม ประเทศกัมพูชา ไม่ได้-ไม่เสียอะไร

“แต่ถ้าศาลโลกเกิดตัดสิน ให้ใช้ระวางแผนที่ของกัมพูชาบางส่วนหรือทั้งหมด คราวนี้แหละจะส่งผลต่อการปักปันเขตชายแดนใหม่ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะพื้นที่ทางทะเลในอ่าวไทย ที่มีแหล่งปิโตรเคมีมูลค่ามหาศาล”

“แถมได้กำไรได้เป็นฮีโร่ของชาติพ่วงเข้าไปอีก เลือกตั้งครั้งต่อไปยังไงก็ชนะ เห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่มีอะไรจะเสีย การจับเสือมือเปล่าครั้งนี้เขามีแต่ได้กับได้”

การยืนยันว่าจะใช้กลไกการเจรจาผ่านการประชุม JBC จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้ของไทย โดยเฉพาะหากการเจรจาสามารถนำไปสู่ข้อตกลงร่วมที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ โดยไม่กระทบต่ออำนาจอธิปไตยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องนี้ก็จะจบไปเหมือนกรณีพิพาทชายแดนที่เกิดขึ้นทุกครั้ง

แต่ถ้าการเจรจาของที้ง 2 ประเทศ ยังไม่มีข้อยุติ ฝ่ายไทยก็ยังมีมีมาตรการต่างๆอีกมากมายที่สามารถงัดมาใช้ เหมือน “มาตรการควบคุมจุดผ่านแดน” ที่เราใช้อยู่ในตอนนี้ ก็ดูต่อไปว่าใครที่จะได้รับผลกระทบมากกว่ากัน ซึ่งคงไม่ใช่ฝ่ายไทยแน่ๆ

เรื่องนี้จึงไม่ใช่ข้อพิพาทในเรื่องพื้นที่เพียงเท่านั้น แต่เป็นบททดสอบของการทูตเชิงยุทธศาสตร์ของไทย ที่ต้องเดินเกมการเมืองระดับโลก ด้วยความสุขุม รอบคอบ ชาญฉลาด ปราศจากการใช้อารมณ์ โดยคำนึงถึงเหตุและผลตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ที่ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

ข้อพิพาทครั้งนี้… จึงไม่ใช่แค่ “ใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน”แต่คือ “ใครจะจบเกมนี้ได้ โดยไม่สูญเสียอะไรเลย”

ไทยต้องไม่เล่นตามบทที่เขาวางไว้

และต้องไม่ตกหลุมพรางให้เกิด “เหตุ” เพื่อเปิดทางให้ศาลโลกเข้ามาตัดสินอนาคตของเรา

เจรจา คือด่านแรกของสติปัญญา หากเรายังไม่สามารถเจรจาให้ชนะได้ ก็อย่าเพิ่งเอาชาติไปเดิมพันในเวทีที่เขาวางกับดักไว้ทุกทางเดิน

ไทยไม่ใช่ชาติที่ยอมอ่อนข้อให้ใคร แต่ไทยต้องไม่ทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้เปิดศึกเพราะอารมณ์ เพราะการทูตที่ชาญฉลาด… คือชัยชนะที่ไม่ต้องยิงปืนแม้แต่นัดเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...