โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตรัง รถทัวร์สองชั้นเดือดร้อน! ถูกห้ามวิ่งข้ามเขาพับผ้า ต้องจ้างรถรับส่งผู้โดยสาร เพิ่มต้นทุนกระฉูด

77kaoded

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 04.16 น. • 77Kaoded

ตรัง ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางสองชั้นโอด ถูกคำสั่งห้ามวิ่งข้ามเขาพับผ้า ส่งผลกระทบหนัก ต้องจ้างรถชั้นเดียวขนถ่ายผู้โดยสารระหว่างเชิงเขาฝั่งตรัง-พัทลุงทุกวัน เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายวันละ 2,500 บาท ขาดทุนยับ แถมถูกผู้โดยสารร้องเรียนช่วงเทศกาลถึงขั้นต้องคืนตั๋วหลายร้อยใบ เตรียมยื่นศาลปกครองหากคำสั่งไม่มีการเปลี่ยนแปลง.

ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้ประกอบการรถทัวร์โดยสารสองชั้นประจำทาง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเช่นเดียวกัน จากการที่กรมการขนส่งทางบกสั่งห้ามรถโดยสารสองชั้นประจำทางวิ่งขึ้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 4 ตอนเขาพับผ้า ตรัง-พัทลุง มาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นมา ทำให้รถโดยสารประจำทางสายโกลก- ภูเก็ต และสายเบตง-ภูเก็ต ทั้งขาไปและขากลับ ซึ่งไม่สามารถเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นได้ เพราะผิดกฎหมาย และจะเป็นการวิ่งทับเส้นทางผู้อื่น และเสี่ยงอุบัติเหตุจากการคนขับไม่ชำนาญเส้นทาง จึงยังจำเป็นต้องวิ่งรับส่งผู้โดยสาร แต่ต้องจ้างรถอีกคัน ขนถ่ายผู้โดยสารจากบริเวณเชิงเขาอีกฟากหนึ่งไปส่งอีกฟากหนึ่ง โดยรถทัวร์สองชั้นวิ่งรถเปล่าขึ้นภูเขาตามไปรับผู้โดยสารขึ้นรถอีกฟากหนึ่ง เพื่อมุ่งหน้าต่อไปปลายทาง ทำให้ต้องจ่ายค่าจ้างรถขนถ่ายผู้โดยสาร ทำต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอีก

โดยนายศักดา จริงจิตร หจก.เที่ยงธรรมพูนผล ผู้รับสัมปทานสาย 775 ภูเก็ต – เบตง บอกว่า หลังกรมการขนส่งทางบก สั่งห้ามรถโดยสารประจำทางวิ่งขึ้นเขาพับผ้า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นมา ตนหยุดวิ่งรถมาตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม และเพิ่งได้กลับมาวิ่งได้ 2 วันคือ วันที่ 6 และ 8 มิถุนายน และปรับลดจำนวนเที่ยวลงจากเดิมวิ่งวันละ 2 เที่ยว คือ กลางวัน จากเบตงไปภูเก็ต และจากภูเก็ตไปเบตง 1 เที่ยว และกลางดึก ขากลับ ภูเก็ต- เบตง และเบตง- ภูเก็ต อีก 1 เที่ยว รวม 2 เที่ยว /วัน แต่ตอนนี้เหลือเพียงวันละ 1 เที่ยวเฉพาะกลางวันเท่านั้น และต้องจ้างรถบัสชั้นเดียวมาตอนผู้โดยสารริมถนนก่อนขึ้นภูเขาทั้งฝั่ง จ.ตรัง และจ.พัทลุง โดยคันแรกออกจาก จ.ภูเก็ต เวลาประมาณ 05.30 น.

วิ่งถึงบริเวณหน้าค่ายลูกเสือแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ต.ช่อง อ.นาโยง ในเวลาประมาณ 11.30 น. โดยตนเองได้จ้างรถบัสชั้นเดียวรอรับผู้โดยสารพาขึ้นเขาพับผ้า โดยที่รถทัวร์สองชั้นวิ่งตามรถเปล่าผ่านขึ้นเขาพับผ้าและรับโดยผู้สารกลับขึ้นรถบริเวณหน้าเรือนจำเหรียงห้อง ต.นาวง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง มุ่งหน้าอ.เบตง จ.ยะลาต่อไป จากนั้นรถบัสชั้นเดียว ก็รอรับผู้โดยสารที่ออกจาก อ.เบตง จ.ยะลา ประมาณ 08.00 น. มาถึงหน้าเรือนจำเหรียงห้อง ต.นาวง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ในเวลาประมาณ 12.30 น.จอดถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัสชั้นเดียวข้ามเขาพับผ้าไปจ.ตรัง โดยไปจอดถ่ายผู้โดยสารที่หน้าค่ายลูกเสือแห่งชาติ ต.ช่อง อ.นาโยง มุ่งหน้า จ.ภูเก็ต ทำให้ตนต้องจ้างรถบัสขนถ่ายผู้โดยสารข้ามเขาพับผ้าวันละ 2,500 บาท ทำให้ขาดทุน ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจะหยุดเดินรถก็ถูกผู้โดยสารร้องเรียน และสงสารผู้โดยสารเพราะไม่มีรถประจำทางเดินทาง นอกจากนี้ ช่วงเทศกาลฮารีรอยอ ตนขายตั๋วเดินทางล่วงหน้ามาแล้ว 1 เดือน เดินทางวันที่ 4-7 มิถุนายน โดยขายตั๋วออกจากภูเก็ตเวลา 22.00 น.คืนละ 3 คันๆละ 49 ที่นั่ง รวมจำนวน 450 คน รวมทั้ง 2 ขา (ภูเก็ต-เบตง,เบตง-ภูเก็ต) ต้องยกเลิกและรับคืนตั๋วผู้โดยสารนับ 1,000 คน เพราะหากวิ่งมาถึงเขาพับผ้าทุกคืนจะต้องจ้างรถบัสขนถ่ายผู้โดยสารหลายคันข้ามภูเขา และต้องปลุกผู้โดยสารกลางดึก ขณะที่ผู้โดยสารกำลังนอนหลับ ทำให้ไม่สะดวก ผู้โดยสารไม่พอใจได้ และหากเป็นช่วงฝนตกก็จะยิ่งอันตราย และหากจะวิ่งเลี่ยงเส้นทางไม่ขึ้นเขาพับผ้าไปใช้เส้นทางอ.ทุ่งสง คนขับรถก็ไม่ชำนาญเส้นทางกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ และเก็บค่าโดยสารเพิ่มก็ไม่ได้เป็นภาระของผู้โดยสาร ตนจึงตัดปัญหายกเลิกการเดินทาง และรับคืนตั๋วโดยสารทั้งหมด ซึ่งตนเดือดร้อนอย่างมาก ตอนนี้วิ่งวันละเที่ยงเฉพาะกลางวัน และรอดูคำตอบจากกรมการขนส่งทางบกว่าจะยกเลิกคำสั่งหรือไม่ หากล่าช้าก็เตรียมร้องศาลปกครองเช่นกัน

ขณะที่ผู้โดยสารส่วนหนึ่งไม่เข้าใจทำไมต้องเปลี่ยนรถ ทางผู้ประกอบการต้องคอยอธิบาย และผู้โดยสารชาว อ.เบตง จ.ยะลา บางคน ก็บอกว่า พวกตนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสั่งห้ามรถสองชั้นขึ้นเขาพับผ้า เพราะไม่ได้อันตรายอะไรเลย บางเส้นทางของอ.เบตง จ.ยะลา จะลาดชั้นสูงกว่านี้ และอันตรายกว่านี้ แต่กรมการขนส่งทางบกไม่ได้ห้าม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...