ตรัง รถทัวร์สองชั้นเดือดร้อน! ถูกห้ามวิ่งข้ามเขาพับผ้า ต้องจ้างรถรับส่งผู้โดยสาร เพิ่มต้นทุนกระฉูด
ตรัง ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางสองชั้นโอด ถูกคำสั่งห้ามวิ่งข้ามเขาพับผ้า ส่งผลกระทบหนัก ต้องจ้างรถชั้นเดียวขนถ่ายผู้โดยสารระหว่างเชิงเขาฝั่งตรัง-พัทลุงทุกวัน เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายวันละ 2,500 บาท ขาดทุนยับ แถมถูกผู้โดยสารร้องเรียนช่วงเทศกาลถึงขั้นต้องคืนตั๋วหลายร้อยใบ เตรียมยื่นศาลปกครองหากคำสั่งไม่มีการเปลี่ยนแปลง.
ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้ประกอบการรถทัวร์โดยสารสองชั้นประจำทาง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเช่นเดียวกัน จากการที่กรมการขนส่งทางบกสั่งห้ามรถโดยสารสองชั้นประจำทางวิ่งขึ้นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 4 ตอนเขาพับผ้า ตรัง-พัทลุง มาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นมา ทำให้รถโดยสารประจำทางสายโกลก- ภูเก็ต และสายเบตง-ภูเก็ต ทั้งขาไปและขากลับ ซึ่งไม่สามารถเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นได้ เพราะผิดกฎหมาย และจะเป็นการวิ่งทับเส้นทางผู้อื่น และเสี่ยงอุบัติเหตุจากการคนขับไม่ชำนาญเส้นทาง จึงยังจำเป็นต้องวิ่งรับส่งผู้โดยสาร แต่ต้องจ้างรถอีกคัน ขนถ่ายผู้โดยสารจากบริเวณเชิงเขาอีกฟากหนึ่งไปส่งอีกฟากหนึ่ง โดยรถทัวร์สองชั้นวิ่งรถเปล่าขึ้นภูเขาตามไปรับผู้โดยสารขึ้นรถอีกฟากหนึ่ง เพื่อมุ่งหน้าต่อไปปลายทาง ทำให้ต้องจ่ายค่าจ้างรถขนถ่ายผู้โดยสาร ทำต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอีก
โดยนายศักดา จริงจิตร หจก.เที่ยงธรรมพูนผล ผู้รับสัมปทานสาย 775 ภูเก็ต – เบตง บอกว่า หลังกรมการขนส่งทางบก สั่งห้ามรถโดยสารประจำทางวิ่งขึ้นเขาพับผ้า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นมา ตนหยุดวิ่งรถมาตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม และเพิ่งได้กลับมาวิ่งได้ 2 วันคือ วันที่ 6 และ 8 มิถุนายน และปรับลดจำนวนเที่ยวลงจากเดิมวิ่งวันละ 2 เที่ยว คือ กลางวัน จากเบตงไปภูเก็ต และจากภูเก็ตไปเบตง 1 เที่ยว และกลางดึก ขากลับ ภูเก็ต- เบตง และเบตง- ภูเก็ต อีก 1 เที่ยว รวม 2 เที่ยว /วัน แต่ตอนนี้เหลือเพียงวันละ 1 เที่ยวเฉพาะกลางวันเท่านั้น และต้องจ้างรถบัสชั้นเดียวมาตอนผู้โดยสารริมถนนก่อนขึ้นภูเขาทั้งฝั่ง จ.ตรัง และจ.พัทลุง โดยคันแรกออกจาก จ.ภูเก็ต เวลาประมาณ 05.30 น.
วิ่งถึงบริเวณหน้าค่ายลูกเสือแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ต.ช่อง อ.นาโยง ในเวลาประมาณ 11.30 น. โดยตนเองได้จ้างรถบัสชั้นเดียวรอรับผู้โดยสารพาขึ้นเขาพับผ้า โดยที่รถทัวร์สองชั้นวิ่งตามรถเปล่าผ่านขึ้นเขาพับผ้าและรับโดยผู้สารกลับขึ้นรถบริเวณหน้าเรือนจำเหรียงห้อง ต.นาวง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง มุ่งหน้าอ.เบตง จ.ยะลาต่อไป จากนั้นรถบัสชั้นเดียว ก็รอรับผู้โดยสารที่ออกจาก อ.เบตง จ.ยะลา ประมาณ 08.00 น. มาถึงหน้าเรือนจำเหรียงห้อง ต.นาวง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ในเวลาประมาณ 12.30 น.จอดถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถบัสชั้นเดียวข้ามเขาพับผ้าไปจ.ตรัง โดยไปจอดถ่ายผู้โดยสารที่หน้าค่ายลูกเสือแห่งชาติ ต.ช่อง อ.นาโยง มุ่งหน้า จ.ภูเก็ต ทำให้ตนต้องจ้างรถบัสขนถ่ายผู้โดยสารข้ามเขาพับผ้าวันละ 2,500 บาท ทำให้ขาดทุน ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจะหยุดเดินรถก็ถูกผู้โดยสารร้องเรียน และสงสารผู้โดยสารเพราะไม่มีรถประจำทางเดินทาง นอกจากนี้ ช่วงเทศกาลฮารีรอยอ ตนขายตั๋วเดินทางล่วงหน้ามาแล้ว 1 เดือน เดินทางวันที่ 4-7 มิถุนายน โดยขายตั๋วออกจากภูเก็ตเวลา 22.00 น.คืนละ 3 คันๆละ 49 ที่นั่ง รวมจำนวน 450 คน รวมทั้ง 2 ขา (ภูเก็ต-เบตง,เบตง-ภูเก็ต) ต้องยกเลิกและรับคืนตั๋วผู้โดยสารนับ 1,000 คน เพราะหากวิ่งมาถึงเขาพับผ้าทุกคืนจะต้องจ้างรถบัสขนถ่ายผู้โดยสารหลายคันข้ามภูเขา และต้องปลุกผู้โดยสารกลางดึก ขณะที่ผู้โดยสารกำลังนอนหลับ ทำให้ไม่สะดวก ผู้โดยสารไม่พอใจได้ และหากเป็นช่วงฝนตกก็จะยิ่งอันตราย และหากจะวิ่งเลี่ยงเส้นทางไม่ขึ้นเขาพับผ้าไปใช้เส้นทางอ.ทุ่งสง คนขับรถก็ไม่ชำนาญเส้นทางกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ และเก็บค่าโดยสารเพิ่มก็ไม่ได้เป็นภาระของผู้โดยสาร ตนจึงตัดปัญหายกเลิกการเดินทาง และรับคืนตั๋วโดยสารทั้งหมด ซึ่งตนเดือดร้อนอย่างมาก ตอนนี้วิ่งวันละเที่ยงเฉพาะกลางวัน และรอดูคำตอบจากกรมการขนส่งทางบกว่าจะยกเลิกคำสั่งหรือไม่ หากล่าช้าก็เตรียมร้องศาลปกครองเช่นกัน
ขณะที่ผู้โดยสารส่วนหนึ่งไม่เข้าใจทำไมต้องเปลี่ยนรถ ทางผู้ประกอบการต้องคอยอธิบาย และผู้โดยสารชาว อ.เบตง จ.ยะลา บางคน ก็บอกว่า พวกตนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสั่งห้ามรถสองชั้นขึ้นเขาพับผ้า เพราะไม่ได้อันตรายอะไรเลย บางเส้นทางของอ.เบตง จ.ยะลา จะลาดชั้นสูงกว่านี้ และอันตรายกว่านี้ แต่กรมการขนส่งทางบกไม่ได้ห้าม