โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัมพูชา ปฏิเสธวางทุ่นระเบิดใหม่ช่องบก ย้ำเคารพอนุสัญญาออตตาวา

Khaosod

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 06.03 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 03.23 น.

กัมพูชา ออกหนังสือถึงไทย ปฏิเสธการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่ช่องบก พร้อมยืนยันยึดมั่นอนุสัญญาออตตาวา ประณามการใช้ทุ่นระเบิด และแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ทำหนังสือถึงทางการไทย เรื่องการปฏิเสธต่อการนำสนอของสื่อมวลชนไทยจำนวนหนึ่ง กรณีทหารไทย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดในพื้นที่มุมเบ็ย (ช่องบก)

สำนักงานปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (สำนักงานทุ่นระเบิด) ขอแจ้งว่า เมื่อไม่นานมานี้มีสื่อมวลชนไทยจำนวนหนึ่งได้อ้างอิงแหล่งข้อมูลจากข้าราชการระดับสูงของไทย และเผยแพร่เกี่ยวกับทหารไทย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากระเบิด เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 บริเวณพิกัด WA 220861 (ยืนยันโดยฝ่ายไทย) อยู่ในพื้นที่มุมเบ็ย (ช่องบก) การเผยแพร่ดังกล่าว มีเจตนากล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริงและไม่มีการตรวจสอบที่ชัดเจนว่ากัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่ ในการนี้สำนักงานทุ่นระเบิด ขอชี้แจงดังนี้

1.สำนักงานทุ่นระเบิดขอปฏิเสธและปัดตกทั้งหมด ต่อเนื้อหาข่าวที่เผยแพร่โดยมีเจตนากล่าวหาว่ากัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่

2.กัมพูชาเป็นประเทศที่เคยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม ด้วยเหตุนี้กัมพูชาจึงขอประณามและคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการใช้ การผลิต และการเก็บรักษาทุ่นระเบิด และขอแสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิด จากสงคราม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด หรือกับเชื้อชาติใดก็ตาม

3.กัมพูชาภายใต้การบริหารที่มีวิสัยทัศน์ของ สมเด็จเดโช ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี และ บิดาแห่งสันติภาพสำหรับชนชาติเขมรทั้งมวล และสมเด็จธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรี ได้ยึดมั่น สันติภาพเป็นคุณค่าสูงสุด และมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการบรรลุวิสัยทัศน์ของโลกที่ปราศจากทุ่นระเบิด เพื่อให้มั่นใจว่าคนรุ่นหลังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี รวมทั้งปราศจากการคุกคามจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดจากสงคราม

4.กัมพูชาเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาห้ามการใช้ทุ่นระเบิดต่อบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) และได้ปฏิบัติตามพันธกรณีของตน รวมถึงบรรทัดฐานและเจตนารมณ์ของอนุสัญญาอย่างเคร่งครัด กัมพูชาได้รับการยอมรับ และประเมินค่าสูงจากรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ว่าเป็นหนึ่งในรัฐภาคีที่มีความมุ่งมั่นสูง และประสบความสำเร็จในการกวาดล้างและทำลายทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลทุกชนิด ที่มีอยู่และที่ค้นพบ นอกจากนี้กัมพูชาได้ทำหน้าที่เป็นประธานและเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐภาคี ครั้งที่ 11 ของอนุสัญญาออตตาวา และการประชุมทบทวนครั้งที่ 5 ของอนุสัญญาออตตาวา ปี 2567 หรือการประชุมสุดยอดเสียมราฐ-นครวัด ว่าด้วยโลกที่ปราศจากทุ่นระเบิด ซึ่งการประชุม ทั้งสองครั้งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

5.เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดนี้ กัมพูชายึดมั่นในความโปร่งใส ความรับผิดชอบสูง และการเคารพพันธกรณีระหว่างประเทศ ในบริบทนี้ กัมพูชาคาดหวังว่าในการสันนิษฐาน หรือการกล่าวหาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ จะต้องผ่านการตรวจสอบที่ชัดเจน มีหลักฐานเพียงพอ มีความเป็นจริง หลีกเลี่ยงการคาดเดา หรือการกล่าวหาที่ไม่มีเหตุผลและไม่มีมูลความจริงที่ชัดเจน กัมพูชายังคงยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและการเคารพซึ่งกันและกัน

ขณะเดียวกัน กัมพูชายังคงปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจร่วมปี 2543 ในความร่วมมือตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย และจะยังคงยึดมั่นในหลักการที่จะเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนให้เป็นพื้นที่ที่มีสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนา

6.สำนักงานทุ่นระเบิดขอปฏิเสธและปัดตกทั้งหมดต่อข้อกล่าวหาของสื่อไทยบางสำนัก และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงการสันนิษฐานหรือการกล่าวหาใดๆ โดยที่ยังไม่ทราบความจริง ผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการตรวจสอบต่อเหตุการณ์นี้ และดำรงไว้ซึ่งเจตนารมณ์แห่งมิตรภาพ ความปลอดภัยและการไม่กล่าวหาซึ่งกันและกัน เพราะว่าศัตรูที่แท้จริงของเราทุกคนคือทุ่นระเบิด ตามที่แจ้งให้ทราบข้างต้น ขอให้สาธารณชนกรุณาทราบว่าเป็นข่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัมพูชา ปฏิเสธวางทุ่นระเบิดใหม่ช่องบก ย้ำเคารพอนุสัญญาออตตาวา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...