โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัญญาณ SET พ้นจุดต่ำสุด ? กองทุนต่างชาติจับจ้อง-โยกโฟลว์หาหุ้นถูก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.18 น.

ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ ถูกคึกคักขึ้นมา ดัชนี SET ปรับขึ้นมาใกล้ ๆ 1,200 จุด จนทำให้มีการมองกันว่า “หุ้นไทยพ้นจุดต่ำสุด” แล้ว จะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ มีสัญญาณอะไรบ้าง คงต้องลองมาดูการวิเคราะห์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้เชี่ยวชาญตลาดทุน

“ทิสโก้” มอง SET พ้นจุดต่ำสุด

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า จากตัวชี้วัดต่าง ๆ ขณะนี้มองได้ว่า หุ้นไทยน่าจะพ้นจุดต่ำสุดแล้ว โดยราคาซื้อขายหุ้นตกลงไปเท่ากับมูลค่าทางบัญชี หรือ Price to Book Value (P/BV) อยู่ที่ 1 เท่าพอดี ซึ่งในยามปกติไม่ค่อยเกิด จะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงวิกฤต เหมือนตอนช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ที่ตกลงไปที่ 1 เท่า แล้วก็เด้งขึ้น และแม้กระทั่งช่วงวิกฤตโควิด P/BV ก็ไม่ได้ตกลงไปถึง 1 เท่าด้วยซ้ำ

“ถ้าดูพวกสัดส่วนต่าง ๆ ก็ฟ้องไปในทางนั้น เพราะตลาดหุ้นเราปีนี้ ครึ่งปีแรกก็ผลงานแย่กว่าชาวบ้านเยอะเลย แล้ว 3 ปีย้อนหลัง เราก็แย่ที่สุดในโลก ที่สำคัญ P/BV ลงไปที่ 1 เท่า คือเท่ากับช่วงวิกฤตเลย แต่จริง ๆ เราก็ยังไม่ได้วิกฤต เพียงแต่เป็นเศรษฐกิจที่โตแบบช้า ๆ ไม่ได้ถดถอย คนไม่ได้ตกงาน แต่ราคาหุ้นไปเทรดที่ระดับเดียวกับวิกฤต คือหลาย ๆ สัญญาณก็บอกว่า น่าจะต่ำสุดแล้ว”

ครึ่งปีหลังหุ้นไทยดีกว่าครึ่งปีแรก

โดยแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังนี้ นายไพบูลย์มองว่า ก็ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัย เรื่องแรก คือภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ซึ่งเร็ว ๆ นี้ก็คงจะได้ข้อสรุปแล้ว ว่าจะออกมาอย่างไร หากไม่ขี้เหร่มาก ซึ่งไม่จำเป็นต้องต่ำสุด แต่ออกมาสูสีกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย หรือเวียดนาม หรือสูงกว่านั้นเล็กน้อย ในระดับ 20% ต้น ๆ ก็ถือว่าไม่ได้แย่ แต่หากภาษียืนที่ 36% ก็คงไม่ไหว

เรื่องที่สอง การเมืองจะเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้ก็มองกันว่า จะมีการยุบสภาช่วงปลายปีนี้ โดยช่วงก่อนยุบสภา หากมีการผ่านงบประมาณปี 2569 มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทเรียบร้อยดี อย่างน้อยก็จะทำให้คนเบาใจว่า ในช่วงที่การเมืองยังไม่ชัด แต่จะยังมีแรงซัพพอร์ตเศรษฐกิจอยู่

นอกจากนี้ หากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวได้ผล คนไทยเที่ยวมากขึ้น รวมถึงต่างชาติก็เริ่มกลับมา ซึ่งตอนนี้ก็เห็นว่าเริ่มกลับมาบ้างแล้ว สะท้อนผ่านหุ้น AOT (บมจ.ท่าอากาศยานไทย) ที่กระเตื้องต่อเนื่องในช่วงนี้ หลังจากราคาที่ลงไปต่ำมาก ต่ำกว่าช่วงโควิดด้วยซ้ำ

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า หากครึ่งปีหลังนี้ไม่ได้มีปัจจัยแย่ ๆ อะไรใหม่ ๆ เข้ามากระทบ ตลาดหุ้นก็ไม่น่าจะถอยไปที่เดิม ซึ่งแน่นอนว่า จะดีกว่าครึ่งปีแรกที่ดัชนีปรับลงจาก 1,400 จุด ไปต่ำกว่า 1,200 จุด ซึ่งหากฟื้นกลับขึ้นไประดับ 1,300 จุดได้ก็ถือว่าเก่ง

“วันนี้มัน Bottom แล้ว ถามว่าคนกังวลไหม เรื่องท่องเที่ยวแย่ลง ก็รู้กันไปแล้ว หรือกังวลไหมว่าจะถูกเก็บภาษี 36% ก็รู้แล้ว ดังนั้น มันน่าจะมีอะไรดีขึ้น ไม่น่าจะแย่ลงไปกว่านี้ คือข่าวร้าย ๆ น่าจะออกมาเยอะแล้ว ถามว่าการเมืองเป็นอย่างไร ก็น่าจะมีแต่ดีขึ้น ไม่น่าแย่ลง ก็คืออาจจะยุบสภา ไปเลือกกันใหม่ Worst Case อย่างที่เคยกลัว ก็รับรู้ไปหมดแล้ว นี่คือเท่าที่เห็นช่วงนี้ แต่ถ้าหลังจากนี้ในโลกนี้มีปัจจัยใหม่อะไรขึ้นมา ก็ต้องมาวิเคราะห์กันอีกที”

ลุ้นภาษีชัด-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

ส่วนทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย นายไพบูลย์กล่าวว่า ตนคิดว่าตอนนี้โฟลว์พร้อมที่จะไหลออกจากสหรัฐและยุโรป เพราะได้กำไรมามากแล้วในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่เงินดอลลาร์ก็เริ่มมีสัญญาณอ่อนค่า จึงคาดการณ์กันว่าเงินคงทยอยไหลออกไปตลาดเกิดใหม่ (EM) ซึ่งหากภาษีชัดเจนมากขึ้น ตลาดเกิดใหม่ก็จะดีขึ้น เพราะส่วนใหญ่เป็นประเทศผู้ส่งออก

“ตอนนี้สกุลเงินประเทศเกิดใหม่ก็เริ่มแข็งขึ้น เหมือนกับเงินบาท ก็แข็งเช่นกัน เพราะเงินต่างชาติเริ่มเข้า คือต่างชาติเขาได้กำไรจากที่อื่นเยอะ ๆ ก็ต้องออกไปหาตลาดที่ตกหนัก ๆ ซึ่งเราก็ตกหนักที่สุดในโลก”

ต่างชาติหาหุ้นถูก-ปันผลสูง

นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา กล่าวว่า ตามที่ฟินโนมีนาจัดทำ Outlook ไป มองว่าหุ้นไทยครึ่งปีหลังนี้จะไม่หลุด 1,000 จุด และมีโอกาสกลับมา Outperform ด้วย 2 ปัจจัยคือ 1.ความถูกของหุ้นไทยเองที่ P/BV ที่ลงมาแถว ๆ 1 เท่าตอนที่หุ้นลงมาแถว ๆ 1,060 จุด 2.อัตราการจ่ายเงินปันผลสูงกว่าดัชนีตลาดหุ้นตัวอื่น ๆ ประกอบกับปัจจัยที่หุ้นสหรัฐตอนนี้ Forward PE อยู่ที่ 22 เท่า กลับมาอยู่ในจุด All Time High เหมือนช่วงก่อนทรัมป์ประกาศภาษี และ Buffett Indicator ตอนนี้ 210% ทำ New High ตลอดกาล ทำให้พอบอกได้ว่าหุ้นสหรัฐตอนนี้อยู่ในโซนแพง

“ตลาดก็เลยเล่นธีม มองว่าหุ้น Grown จะไม่ไปต่อ ก็เลยหา Defensive Play เล่น คือไม่ดู PE แล้ว ไม่ดู Book มาดู Dividend แล้วกัน ก็ปรากฏว่า หุ้นไทยเข้าธีมพอดี แต่ผมคิดว่า มีปัจจัยสนับสนุนอีกเรื่อง คือตลาดอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลด้วย”

นายชยนนท์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดี ดัชนีปีนี้ไปไกลสุดไม่น่าจะเกิน 1,250-1,300 จุด เพราะรายงานงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ไตรมาส 2 ปี 2568 ออกมาก็คงไม่ได้ดีมาก ซึ่งจะลาก SET ทำให้ไม่กล้าซื้อขายกันที่ PE แพงเกินไป

กองทุนต่างประเทศรอจังหวะเข้า

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ดี ส่วนจะพ้นจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง ตรงนี้ยังไม่แน่ใจ แต่ช่วงนี้จากการพูดคุยกับกองทุนต่างประเทศ 4-5 กอง ทุกกองทุนบอกว่าหุ้นไทยตอนนี้ราคาดีมาก เพียงแต่ทางกองทุนเหล่านี้ยังรอสตอรี่บางอย่างในการตัดสินใจเข้าลงทุน

“จริง ๆ ตอนนี้กองทุนเขารอสตอรี่ที่น่าสนใจ รอ Governance ของเรา หลาย ๆ อย่างเขาก็รอติดตามความคืบหน้า แต่ผมไม่แน่ใจว่าเขารอสตอรี่อะไร”

ทั้งนี้ หากเป็นประเด็นเรื่องภาษีตอบโต้ที่ทีมไทยแลนด์อยู่ระหว่างเจรจากับทางสหรัฐตามที่มีกระแสข่าว ดร.ศรพลกล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ดี หากอัตราสุดท้ายออกมาต่ำอย่างที่มีกระแสข่าว อย่างไรก็ดี การให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเป็น 0% ภายในประเทศก็ต้องมีการปรับตัวด้วยเช่นกัน

“ถ้าอัตราภาษีออกมาแล้ว ก็จะช่วยในเชิงภาพเศรษฐกิจมหภาค ส่วนในเชิง Micro อย่างเรื่อง Earning ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็มีทำเรื่อง Jump+ จะช่วยเรื่องของความยั่งยืน หรือช่วยเพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้นขนาดไหน ซึ่งถ้าภาพใหญ่ชัด ก็ส่งผลดีกับตลาดหุ้นอยู่แล้ว” ดร.ศรพลกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สัญญาณ SET พ้นจุดต่ำสุด ? กองทุนต่างชาติจับจ้อง-โยกโฟลว์หาหุ้นถูก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...