โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ยายเมิ่ง” เจ้าของสูตรน้ำลืมอดีตที่ทุกวิญญาณต้องดื่มก่อนกลับมาเกิดใหม่

sanook.com

เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • Sanook
แม้บทบาทของ ยายเมิ่ง จะฟังดูเรียบง่าย แต่กลับทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในวัฒนธรรมความเชื่อของชาวจีน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง “วัฏสงสาร” และ “การหลุดพ้น”

ในตำนานจีนโบราณ เมื่อดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับเดินทางมาถึง "โลกหลังความตาย" หนึ่งในด่านสุดท้ายก่อนการกลับชาติมาเกิด คือ “สะพานไน่เหอ” (奈何桥) และที่ปลายสะพานแห่งนั้น จะมีหญิงชรานามว่า “เมิ่งโพ” หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ “ยายเมิ่ง” ยืนรออยู่พร้อมหม้อน้ำขนาดใหญ่ที่เดือดพล่านอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่เธอทำคือ “ตักน้ำเบญจรส” (五味汤 – น้ำ 5 รส) ให้ทุกวิญญาณดื่ม เพื่อให้ลืมอดีตทั้งหมดก่อนจะเข้าสู่วงจรชีวิตใหม่
น้ำเบญจรสมีทั้งรสเปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด และเค็ม ซึ่งสื่อถึงอารมณ์หลากหลายในชีวิต ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ รัก โลภ หรือแค้น หลังจากดื่มวิญญาณจะลืมทุกอย่างจากชาติที่แล้วอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ความสัมพันธ์ ความทรงจำ หรือแม้แต่ความปรารถนาลึกๆในใจ การลืมคือเงื่อนไขสำคัญของการเริ่มต้นใหม่อย่างบริสุทธิ์

52800234_818676638470200_7381

แม้บทบาทของ ยายเมิ่ง จะฟังดูเรียบง่าย แต่กลับทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในวัฒนธรรมความเชื่อของชาวจีน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง “วัฏสงสาร” และ “การหลุดพ้น” ตามคติเต๋าและพุทธที่เข้ามาผสมผสานกันอย่างแนบแน่น ตำนานของเธอจึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ของความเมตตา และบทสรุปของการปล่อยวางอดีตเพื่อก้าวต่อไปในชีวิตหน้า
แต่ก่อนที่ ยายเมิ่ง จะกลายมาเป็นผู้ปรุงน้ำลืมอดีต ตำนานได้กล่าวถึงเธอในฐานะหญิงสาวนามว่า “เมิ่งเจียงหนี่ว์” (孟姜女) ซึ่งเป็นบุคคลในนิทานพื้นบ้านจีนเรื่อง "เมิ่งเจียงหนวี่ร้องไห้กำแพงยุบ" เรื่องเล่าว่าเธอเป็นหญิงที่ซื่อสัตย์ต่อสามี และเฝ้ารอการกลับมาของเขาผู้ถูกเกณฑ์ไปสร้างกำแพงเมืองจีนในสมัยราชวงศ์ฉิน ด้วยความรักมั่น เมิ่งเจียงหนี่ว์ เดินทางฝ่าความหนาวเหน็บไปหา แต่พบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว เธอร้องไห้จนกำแพงถล่ม และหลังจากนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม

265

ด้วยแรงรักและความโศกเศร้าที่ฝังลึกในใจ เมิ่งเจียงหนี่ว์ จึงไม่สามารถข้ามภพได้เหมือนวิญญาณอื่นๆ จนกระทั่งเทพแห่งยมโลกมอบหมายให้เธอทำหน้าที่ดูแลเหล่าวิญญาณที่กำลังจะกลับชาติมาเกิด ด้วยเงื่อนไขว่า เธอต้องลืมอดีตของตนเองเสียก่อน จากนั้นเธอจึงกลายเป็น “เมิ่งโพ” ผู้ปรุงน้ำเบญจรส และกลายเป็นเทพีผู้ช่วยปลดเปลื้องพันธนาการของดวงวิญญาณ
ในอีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า เมิ่งโพ เคยเป็นเทพที่มีพลังในการเห็นอดีตชาติของทุกชีวิต เธอจึงเข้าใจดีว่าความทรงจำอาจเป็นทั้งของขวัญและคำสาป หากไม่สามารถปล่อยวางความเจ็บปวดได้ วิญญาณจะยังวนเวียนอยู่กับอดีต ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจปรุงน้ำลืมอดีตขึ้นมา เพื่อช่วยให้ทุกชีวิตสามารถเกิดใหม่ได้อย่างสงบ แม้จะต้องแลกกับการถูกลืมโดยสิ้นเชิง

52513928_818676691803528_8462

ตำนานจีนยังกล่าวถึงวิญญาณบางดวงที่ไม่อยากลืมความรักในภพก่อน พวกเขาอาจแอบเทน้ำทิ้ง แอบกลืนเพียงครึ่ง หรือแสร้งดื่มแต่ไม่ได้กลืนลงไป สิ่งนี้เองเป็นที่มาของความเชื่อเรื่อง “คู่แท้” หรือ “พรหมลิขิต” ที่แม้ชาติใหม่จะลืมทุกอย่าง แต่บางคนกลับรู้สึกคุ้นหน้า หรือมี "เดจาวู" เมื่อเจอกันอีกครั้งในชีวิตใหม่
แม้จะเป็นเพียงตำนาน แต่เรื่องของ ยายเมิ่ง ยังคงฝังแน่นในจิตวิญญาณของวัฒนธรรมจีนมานับพันปี ปรากฏอยู่ในวรรณกรรม บทกลอน การ์ตูน ซีรีส์ และพิธีกรรมในวันสารทจีนหรือเชงเม้งที่มีการอุทิศของให้วิญญาณ รวมถึงพูดถึงการข้ามสะพานไน่เหอและการดื่มน้ำลืมอดีตของผู้ล่วงลับ

ii

ในด้านจิตวิทยาและปรัชญา ตำนานนี้อาจตีความได้ว่า การปล่อยวางอดีตคือการเยียวยาตนเอง และการที่ ยายเมิ่ง เคยเป็นคนที่มีความรักอย่างลึกซึ้งก่อนกลายเป็นผู้ลืมอดีตผู้อื่น อาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้ผู้แบกรักและแค้นที่สุดในโลก ก็ยังต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง
สุดท้ายแล้ว “ยายเมิ่ง” มิได้เป็นเพียงผู้คอยลบเลือนอดีตของคนตาย แต่คือผู้มอบโอกาสให้ทุกวิญญาณได้เกิดใหม่ โดยไม่มีบาดแผลเก่าติดตัวไป เธอจึงไม่ใช่เทพีแห่งการลืมเลือน หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของ “การให้อภัย” และ “การเริ่มต้นใหม่” ที่อ่อนโยนที่สุดในตำนานแดนมังกร
เรื่องราวของเธออาจเป็นเพียงนิยายปรัมปรา แต่ความหมายลึกซึ้งของ “การลืมอดีตเพื่อก้าวต่อไป” ยังคงมีคุณค่าอย่างยิ่งกับโลกในปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ยังฝังใจกับความทุกข์ในวันวานไม่ต่างจากวิญญาณที่ยังไม่ยอมดื่มน้ำเบญจรสจาก ยายเมิ่ง เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...