โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล้าหรือไม่? ที่จะสั่งปลดประธานเฟด

สยามรัฐ

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 05.30 น.

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

ตามประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐฯที่ผ่านๆมา ดูเหมือนว่ายังไม่มีประธานาธิบดีคนใดเลยที่จะมีความคิดสั่งปลดประธานเฟดออกจากตำแหน่ง

ทว่า “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้แต่งตั้ง “เจอโรม พาวเวลล์”ขึ้นไปรับตำแหน่งประธานเฟดในสมัยแรกด้วยตัวของเขาเองก็ตาม และในยุคสมัยของ “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” ก็ได้ทำการต่ออายุให้ประธานเจอโรม พาวเวลล์ ดำรงอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีกสี่ปีก็ตาม

แต่เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับเลือกให้เข้าไปในสมัยที่สอง เขาก็เอ่ยปากข่มขู่ที่จะสั่งปลดประธานเฟดพาวเวลล์ บ่อยๆหลายครั้งหลายครา โดยอ้างว่าประธานเฟดผู้นี้ไม่ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องให้ลดอัตราดอกเบี้ย!!!

ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะพยายามผลักดันด้วยวิธีการต่างๆนาๆหลายๆครั้งหลายๆคราก็ตาม แต่ประธานพาวเวลล์ กลับไม่แสดงอากัปกิริยาตอบรับใดๆ ยังคงทำงานอย่างปกติ โดยทำเหมือนว่ามิได้สนใจไยดีต่อคำข่มขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์เลยแม้แต่น้อย

ที่ผ่านๆมาตำแหน่งประธานเฟด หรือ “ ประธานคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ” (Federal Reserve) จะเป็นตำแหน่งอิสระ และสามารถดำรงอยู่ในตำแหน่งได้ครั้งละ 4 ปีเท่านั้น แต่เมื่อปีค.ศ. 2018 ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้มีการเสนอให้ต่ออายุการทำงานของประธานเฟดเจอร์รัลด์ พาวเวลล์

ทั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกอบไปด้วยธนาคารกลางประจำภูมิภาค 12 แห่ง และคณะผู้ว่าการธนาคารในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดของธนาคารกลางสหรัฐฯก็คือ บทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายด้านการเงิน ควบคุมปริมาณเงินในเศรษฐกิจสหรัฐฯ และกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางสหรัฐฯปล่อยเงินกู้ โดยมีเป้าหมายหลักด้านการรักษาจำนวนอัตราของคนว่างงานให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นเอง

ที่ผ่านๆมาแม้ว่าตลาดหลักทรัพย์จะมีความมั่นอกมั่นใจใจต่อประธานเฟดพาวเวลล์มาอย่างยาวนานก็ตาม แต่จากการหยั่งเสียงของสำนักหยั่งเสียงกัลลัพ กลับปรากฏว่าประธานพาวเวลล์ได้รับความนิยมอยู่แค่ 37% เท่านั้น

ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งหน้าตั้งตาข่มขู่ว่า จะสั่งปลดประธานเฟดพาวเวลล์ออกจากตำแหน่งอยู่นั้น ปรากฏว่า“เจมี ไดมอนด์” ซีอีโอของ “เจพีมอร์แกนเชส” ที่เขาผู้นี้กลายเป็นกระบอกเสียงแทนบรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ทั้งหลายออกมาคัดค้านต่อคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยให้ความคิดเห็นว่า “หากสั่งปลดประธานเฟดพาวเวลล์ออกจากตำแหน่งแล้วละก็ จะมีผลทำให้ตลาดการเงินและตลาดหลักทรัพย์เกิดปั่นป่วนวุ่นวายในทันท่วงที ที่จะไม่เกิดแต่เฉพาะในสหรัฐฯอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะมีผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก”

นอกเหนือจากนั้น “รัฐมนตรีคลังสกอต เบสเซนต์”ก็ยังออกมาแสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการสั่งปลดประธานเฟดพาวเวลล์ ออกจากตำแหน่ง!!!

และเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ออกปากเชื้อเชิญบรรดานักการเมืองระดับผู้นำของค่ายพรรครีพับลิกันเข้าไปปรึกษาหารือกันที่ทำเนียบขาว เพื่อหาทางปลดประธานเฟดพาวเวลล์ และเมื่อคณะผู้นำได้เห็นร่างจดหมายสั่งปลดฉบับนั้นแล้ว ปรากฏว่าพวกเขากลับแสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วย

และหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เจรจากับบรรดาแกนนำของพรรครีพับลิกันเสร็จสิ้นลงแล้ว เขาก็ได้ออกมาเอ่ยว่า “จะยังไม่สั่งปลดประธานเฟดในช่วงนี้”

แต่เมื่อดูจากท่าทางของเขาแล้วนั้น ในหัวของเขายังคงคิดหาทางที่จะสั่งปลดประธานเฟดอยู่

อย่างตลอดแน่นอน เพราะไม่นานมานี้เขาออกมาตำหนิว่า เพราะเหตุใดประธานเฟดพาวเวลล์จึงใช้เงินซ่อมแซมสำนักงานใหญ่ถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์?

แต่กลับปรากฏว่าประธานเฟดพาวเวลล์ได้ออกมาแสดงหลักฐานให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เขามิได้มีสิ่งใดปิดบัง จนเรื่องหายเงียบไปชั่วระยะหนึ่ง

ทั้งนี้เมื่อใดก็ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาข่มขู่ว่า จะสั่งปลดประธานเฟดพาวเวลล์ออกจากตำแหน่ง จะปรากฏให้เห็นแทบทุกครั้งว่า ตลาดหลักทรัพย์จะเกิดปั่นป่วนจนน่าวิตก!!!

ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2025 ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันนี้ “วุฒิสมาชิกอลิซาเบธ วาร์เรน” สังกัดพรรคเดโมแครต และเป็นสมาชิกอาวุโสของ “คณะกรรมาธิการธนาคารของวุฒิสภา”ได้ออกมาโต้แย้งว่า การโจมตีต่อประธานเฟดอย่างไม่ลดละของประธานาธิบดีทรัมป์ นับว่ามีความเสี่ยงและยังเป็นการทำลายความเป็นอิสระของการทำงานของธนาคารกลางสหรัฐฯอีกด้วย

โดยวุฒิสมาชิกวาร์เรน ยังได้กล่าวเสริมว่า หากประธานาธิบดีทรัมป์ปลดประธานเฟดออกจากตำแหน่ง ก็จะส่งผลทำให้มูลค่าของเงินดอลลาร์ตกร่วงลงอย่างมาก อีกทั้งเธอยังได้กล่าวเตือนอีกว่า การโจมตีอย่างไม่ลดละของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อประธานเฟด เป็นการบั่นทอนความเป็นอิสระของเฟด ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับตลาดการเงินของสหรัฐฯและตลาดการเงินทั่วโลก (ข้อมูลจากสถานีโทรทัศน์ CNBC: Markets will ‘crash’ if Trump fire Powell, Sen.Wareen warns)

อย่างไรก็ตามขณะนี้ดูเหมือนว่าคะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์กำลังร่วงหล่นลงมาเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความอึดอัดให้แก่เขา และจากการรายงานของ “หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์”เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2025 ปรากฏว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 44% และมีผู้ที่ไม่พึงพอใจเขาอยู่ที่ 54% (ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์นอวยอร์คไทมส์ หัวข้อ: President Trump’s Approval Rating: Latest Polls:วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2025)

ทั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่าเหตุผลที่เขาจำเป็นต้องปลดประธานเฟดพาวเวลล์ สืบเนื่องมาจากประธานเฟดผู้นี้มิเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนเลย!!!

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นการที่ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” แสดงเจตจำนงอย่างมั่นอกมั่นใจว่า มีสิทธิ์ที่จะสั่งปลด “ประธานเฟดเจอร์รัลด์ พาวเวลล์” ออกจากตำแหน่งได้อย่างสมเหตุสมผล เพราะประธานเฟดละเลยต่อหน้าที่ ส่วนเขาจะกล้าสั่งปลดประธานเฟดออกจากตำแหน่งหรือไม่? คงขึ้นอยู่กับเวลาละครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...