โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปเหตุการณ์ไทยปะทะกัมพูชา ชายแดนตราด ไทยใช้แผนพิฆาตไพรี

SpringNews

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 06.17 น.

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาได้ยกระดับเข้าสู่วันที่ 3 อย่างต่อเนื่องและตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยตลอดช่วงเช้าของวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 มีเหตุปะทะเกิดขึ้นหลายจุดตามแนวชายแดน ฝ่ายกัมพูชายังคงเปิดฉากโจมตี ขณะที่ฝ่ายไทยตอบโต้และดำเนินยุทธการอย่างเข้มข้นเพื่อรักษาอธิปไตย

สรุปเหตุการณ์ครึ่งเช้า ไทยปะทะกัมพูชา 26.ก.ค. 68

ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงบริเวณจังหวัดตราด

PHOTO กองทัพเรือ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568เวลา 05.10 น. ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากยิงเข้าใส่ทหารไทยบริเวณบ้านชำราก จังหวัดตราด ก่อนขยายพื้นที่ปะทะ ทางฝ่ายกองกำลังป้องกันชายแดนจังหวัดจันทบุรีและตราดจึงตอบโต้ทันที YouTube+3เนชั่นทีวี+3วิกิพีเดีย+3

ในเวลา 05.20 น. กองทัพเรือได้เปิดยุทธการ “ตราดพิฆาตไพรี 1” เพื่อผลักดันกำลังกัมพูชาออกจากแนวชายแดนไทยเป็นจำนวน 3 จุด กระทั่งเวลา 05.40 น. ฝ่ายกัมพูชาได้ถอนกำลังกลับไป และสถานการณ์ในพื้นที่เริ่มสงบลง

ก่อนหน้านี้ พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ประกาศใช้ กฎอัยการศึกเพิ่มเติม ในบางอำเภอของจังหวัดจันทบุรีและตราด เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมสถานการณ์ และจัดการพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตปกติในพื้นที่ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ต่อสื่อ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า การบังคับใช้กฎอัยการศึกในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนท้องถิ่น หลังเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ไทยยึดยอด ภูมะเขือ ศรีสะเกษ ฝั่งกัมพูชาเสียชีวิต 10 นาย

ธงชาติไทยโบกสะบัด บนยอดภูมะเขือ PHOTO SMART Soldiers Strong ARMY

ในช่วงเช้าของวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ทหารไทยสามารถยึดพื้นที่ยอดเขาภูมะเขือ จังหวัดศรีสะเกษได้เรียบร้อยแล้ว พร้อมปักธงชาติไทยประจำบนยอดเขาเป็นสัญลักษณ์ของการคืนอธิปไตย หลังจากต้องเผชิญการโจมตีหลายระลอกจากกัมพูชาในช่วงกลางคืน ◆

ตามข้อมูลของเพจกองทัพบก เวลา 03.30 น. ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงอีกครั้งต่อเนื่องไปถึงเช้า ก่อนที่ภายในเวลา 08.45 น. ฝ่ายไทยจะประกาศยึดพื้นที่และร้องเพลงชาติอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันอธิปไตยไทย

ในรายงานถึงเวลา 09.20 น. ได้ระบุว่ากำลังพลของไทยสามารถดำเนินการยึดพื้นที่ได้สำเร็จประมาณ 90% และได้วางแผนเข้าทำลายโครงสร้างฐานที่มั่นของฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ช่วงเช้าถึงบ่าย ทั้งเสาเรดาร์ กระเช้า และบันไดเหล็กที่กัมพูชาสร้างไว้ พร้อมเตรียมกำลังเสริมด้วยอาวุธหนัก

ในขณะที่ด้านทหารกัมพูชา เสียชีวิตมากถึง 10 นาย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ และมีการตรวจยึดยุทโธปกรณ์จำนวนมากจากพื้นที่ฐานมั่น โดยโฆษกรองกองทัพบกชี้ว่า ภารกิจดังกล่าวเป็นการตอบโต้เพื่อรักษาอธิปไตย และปกป้องความมั่นคงของประชาชนริมชายแดนอย่างต่อเนื่องและเด็ดขาด

กองทัพภาคที่ 2 เตือน ระวัง ขีปนาวุธ PHL-03 ของกัมพูชา

ภาพ กองทัพภาค 2

กองทัพภาคที่2 แจ้งเตือนประชาชนถึงความเสี่ยงจากระบบยิงจรวดหลายลำกล้องแบบ PHL-03 ซึ่งสามารถยิงได้หลายลูกพร้อมกันในระยะไกลถึง 130 กิโลเมตร ถือเป็นอาวุธที่มีอานุภาพสูง สามารถโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์และที่ตั้งกำลังทหารได้อย่างแม่นยำ

แม้กองทัพได้เตรียมแผนปฏิบัติการเพื่อรับมือ พร้อมทั้งมีเครื่องมือในการทำลายจรวดชนิดดังกล่าวแล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาท และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ข้อควรปฏิบัติที่ประชาชนควรทราบ:

  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอ
  • หากอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่เป้าหมายหรือจุดเสี่ยง ควรเตรียมหาที่หลบภัยที่ปลอดภัยไว้ล่วงหน้า
  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ยุทธศาสตร์หรือสถานที่ที่อาจตกเป็นเป้าโจมตี
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือประกาศภัยพิบัติ

ทางการขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่เตรียมความพร้อมและเฝ้าระวัง เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและครอบครัวอย่างมีสติ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...