โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เจาะแผนที่กองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 17.57 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 00.57 น.

สหรัฐฯ ยังคงรักษาการปรากฏตัวทางทหารในตะวันออกกลาง รวมถึงกองเรือรบจำนวนหนึ่งและฐานทัพถาวรของสหรัฐฯ การที่สหรัฐฯ มีบทบาทอยู่ในภูมิภาคนี้ ทำให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามในภูมิภาคได้ เช่น กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน และความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

สหรัฐฯ ยังคงมีบทบาททางทหารอย่างมีนัยสำคัญในตะวันออกกลาง โดยมีกองกำลังในกว่า 12 ประเทศ และในเรือรบตามน่านน้ำในภูมิภาค การปรากฏตัวนี้เพิ่มขึ้นในปี 2024 ขณะที่สหรัฐฯ มุ่งเน้นการป้องปรามและเอาชนะภัยคุกคามจากอิหร่านและเครือข่ายพันธมิตรติดอาวุธในภูมิภาค ได้แก่ ฮามาส (ฉนวนกาซา), ฮิซบุลเลาะห์ (เลบานอน), ฮูตี (เยเมน) และกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มในอิรักและซีเรีย

ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

ตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างฮามาสและอิสราเอลในเดือนตุลาคม 2023 ซึ่งอิสราเอลเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ กองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางจึงตกเป็นเป้าโจมตีมากขึ้นจากบางกลุ่ม และได้มีการโต้กลับอย่างต่อเนื่อง

ยกตัวอย่าง เช่น กองทัพเรือสหรัฐฯ และพันธมิตรได้คุ้มกันเรือพาณิชย์ในทะเลแดงและอ่าวเอเดน โดยป้องกันการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากกลุ่มฮูตีที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน แม้จะมีการหยุดยิงในเดือนพฤษภาคม 2025 ที่ยุติการโจมตีของฮูตีต่อเรือของสหรัฐฯ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เรือพาณิชย์ของประเทศอื่น ๆ ยังคงเผชิญความเสี่ยงสูง

สหรัฐฯ ยังมีบทบาทสนับสนุนอิสราเอลในขณะที่เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นกับอิหร่านและฮิซบุลเลาะห์ ในเดือนเมษายน 2024 เครื่องบินรบและเรือรบของสหรัฐฯ ได้สกัดโดรนและขีปนาวุธหลายสิบลูกที่อิหร่านยิงเข้าใส่อิสราเอล ในการโจมตีโดยตรงจากอิหร่านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เดือนตุลาคมปีเดียวกัน สหรัฐฯ ประกาศส่งฝูงบินเพิ่มอีก 4 ฝูงเข้าสู่ภูมิภาค ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่อิสราเอลเริ่มบุกทางบกเข้าไปในเลบานอนเพื่อต่อต้านฮิซบุลเลาะห์ ขณะที่อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลอีกระลอก ซึ่งใหญ่กว่าครั้งก่อน กองทัพเรือสหรัฐฯ รายงานว่าได้ยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านจำนวนหลายสิบลูก

เดือนมีนาคม 2025 ยังมีรายงานว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 ถูกส่งออกจากฐานทัพหลักในรัฐมิสซูรี ไปยังฐานทัพร่วมของสหรัฐฯ–สหราชอาณาจักรที่ดีเอโก การ์เซีย ซึ่งเป็นเกาะในดินแดนบริติชอินเดียนโอเชียน ที่อยู่ในระยะโจมตีถึงดินแดนของฮูตีและอิหร่าน

แม้ว่าการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 แต่ความตึงเครียดยังคงสูงอยู่ ขณะเดียวกัน อิสราเอลได้เพิ่มระดับการโจมตีต่ออิหร่าน โดยในเดือนมิถุนายน 2025 ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ฐานทัพ และผู้บัญชาการระดับสูงของอิหร่าน

มีรายงานว่า เครื่องบินของสหรัฐฯ และเรือรบอย่างน้อยหนึ่งลำที่เพิ่งประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ได้ช่วยอิสราเอลสกัดขีปนาวุธตอบโต้ของอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า กำลังพิจารณาโจมตีอิหร่านเพื่อสนับสนุนอิสราเอล แต่ผู้นำอิหร่านเตือนว่า หากสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่านี้ อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ

กำลังพลสหรัฐฯ ตัวเลขล่าสุด

จำนวนทหารสหรัฐฯ ในแต่ละภูมิภาคสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคง ลำดับความสำคัญของนโยบายป้องกันประเทศ และปัจจัยอื่น ๆ ในช่วงปฏิบัติการใหญ่ ๆ เคยมีทหารสหรัฐฯ มากถึง 160,000 นาย ในอิรักในปี 2007 และ 100,000 นายในอัฟกานิสถานในปี 2011

เดือนมิถุนายน 2025 เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า มีกำลังพลประมาณ 40,000 นายในตะวันออกกลาง ซึ่งหลายคนอยู่บนเรือในทะเล (ลดลงจากประมาณ 43,000 นายในเดือนตุลาคม 2024 ซึ่งเป็นช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านพุ่งสูงขึ้น และมีการโจมตีเรือในทะเลแดงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 30,000 นายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา)

โดยรวมแล้ว สหรัฐฯ มีฐานทัพในอย่างน้อย 19 แห่ง ซึ่งนักวิเคราะห์ในภูมิภาคจำนวนมากระบุว่า 8 แห่งเป็นฐานถาวร ตั้งอยู่ในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ บาห์เรน อียิปต์ อิรัก อิสราเอล จอร์แดน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังใช้ฐานทัพขนาดใหญ่ในจิบูตีและตุรกี ซึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งบัญชาการในภูมิภาคอื่น แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ประเทศเจ้าภาพทุกประเทศมีข้อตกลงการตั้งฐานกับสหรัฐฯ ยกเว้นซีเรีย ซึ่งรัฐบาลต่อต้านการปรากฏตัวของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤษภาคม 2025 ซีเรียและสหรัฐฯ เริ่มเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ หลังทรัมป์ประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรประเทศดังกล่าว

กาตาร์เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการส่วนหน้า (Forward HQ) ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ขณะที่บาห์เรนมีทหารสหรัฐฯ ประจำถาวรมากที่สุด และเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ

กองทัพเรือเคยมีกองเรือขนาดใหญ่หลายชุดที่ปฏิบัติการในภูมิภาค แต่หลังจากการเริ่มต้นวาระที่สองของประธานาธิบดีทรัมป์ เรือรบหลายลำถูกส่งกลับสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการรักษาความมั่นคงภายในประเทศตามแนวชายแดน

รูปแบบกองเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ

เรือ USS Harry S. Truman เดินทางกลับสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน หลังจากประจำการในภูมิภาคเป็นเวลา 251 วัน ขณะที่เรือ USS Carl Vinson มาถึงทะเลอาหรับในเดือนมีนาคม

เดือนมิถุนายน กองทัพสหรัฐฯ ประกาศว่า จะส่งเรือ USS Nimitz ซึ่งประจำการอยู่ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เข้าสู่ตะวันออกกลาง เพื่อตอบสนองต่อความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน กองทัพเรือยังได้สั่งให้เรือพิฆาต USS Thomas Hudner เคลื่อนตัวจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตกไปทางตะวันออก เพื่อเตรียมพร้อมกรณีจำเป็น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...