สหรัฐ ยกเลิกกฎยุคคลินตัน เปิดทางตัดไม้-สร้างถนน อ้างลดไฟป่า กลุ่มสิ่งแวดล้อมโต้เดือด
สหรัฐ เตรียมยกเลิกกฎ Roadless Rule เปิดทางให้พัฒนาถนน ตัดไม้ และทำเหมืองในพื้นที่ป่าธรรมชาติ อ้างลดความเสี่ยงไฟป่า สอดคล้องแนวทางรัฐบาลทรัมป์ลดกฎสิ่งแวดล้อม
วันที่ 24 มิถุนายน 2568 เวลา 05.58 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงเกษตรของสหรัฐ (USDA) เตรียมยกเลิกนโยบายยุคคลินตันที่ห้ามการตัดไม้ การสร้างถนน และการทำเหมืองในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ยังไม่ถูกพัฒนา โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องบริหารจัดการพื้นที่เหล่านั้นเพื่อลดความเสี่ยงจากไฟป่า ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มสิ่งแวดล้อม
USDA ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่ป่าในความดูแลของรัฐบาลกลางเกือบ 59 ล้านเอเคอร์ หรือราว 23.9 ล้านเฮกตาร์ ได้ดีขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟป่า
แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการลดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเขามองว่าเป็นอุปสรรคต่อภาคอุตสาหกรรม
บรู๊ค โรลลินส์ รัฐมนตรีเกษตรสหรัฐ ประกาศการยกเลิกกฎปี 2001 ที่เรียกว่า Roadless Rule ระหว่างการประชุมสมาคมผู้ว่าการรัฐฝั่งตะวันตก ที่เมืองซานตาเฟ รัฐนิวเม็กซิโก โดยระบุว่า “หลังจากยกเลิกกฎนี้ เราจะกลับไปสู่แนวทางการบริหารจัดการป่าแบบมีสามัญสำนึก เพื่อให้ป่าของเรายังคงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป” โรลลินส์กล่าวกับผู้สื่อข่าว
กรมป่าไม้ของสหรัฐ (U.S. Forest Service) ซึ่งอยู่ภายใต้ USDA ระบุว่ากฎRoadless Rule มีผลกระทบต่อพื้นที่ประมาณ 30% ของพื้นที่ป่าภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์พยายามล้มเลิกนโยบายนี้ โดยในปี 2563 รัฐบาลของเขาได้ยกเว้นพื้นที่ป่าตงกัสในรัฐอลาสก้า ออกจากขอบเขตของกฎดังกล่าว ซึ่งต่อมาประธานาธิบดีโจ ไบเดน กลับลำยกเลิกข้อยกเว้นนี้ในปี 2566 ตงกัสถือเป็นป่าแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ
USDA กล่าวว่าการยกเลิกกฎนี้จะเปิดทางให้สามารถบริหารจัดการป่าระดับท้องถิ่นได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะในรัฐอย่างยูทาห์และมอนทานา ซึ่งกว่า 60% ของพื้นที่ป่าถูกจำกัดการพัฒนาถนนจากกฎดังกล่าว
โรลลินส์ระบุว่า “กฎนี้เป็นอุปสรรคต่อการทำไม้และตัดแต่งป่าเพื่อลดไฟป่า” พร้อมอ้างว่าพื้นที่ป่าในสหรัฐฯ ที่ถูกไฟไหม้ต่อปีโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่กฎนี้มีผลบังคับใช้เมื่อ 30 ปีก่อน
อย่างไรก็ตามผู้ว่าการรัฐนิวเม็กซิโก มิเชล ลูฮาน กริชแฮม โต้แย้งคำกล่าวของโรลลินส์ โดยชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดไฟป่ารุนแรง ไม่ใช่กฎRoadless Rule
กริชแฮมกล่าว ท่ามกลางเสียงปรบมือจากที่ประชุม “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้เชื้อเพลิงและไฟป่ารุนแรง”
องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม Earthjustice วิจารณ์การยกเลิกกฎนี้อย่างหนัก โดยระบุว่าพื้นที่ที่มีถนนมักเป็นจุดเริ่มต้นของไฟป่าบ่อยกว่าพื้นที่ป่าธรรมชาติ
ดรูว์ คาปูโต รองประธานฝ่ายกฎหมายของ Earthjustice กล่าวว่า“กฎRoadless Rule ช่วยปกป้องพื้นที่ป่าที่ดิบที่สุดของเรากว่า 58 ล้านเอเคอร์จากการตัดไม้ทำลายป่ามานานกว่าหนึ่งชั่วอายุคน แต่รัฐบาลทรัมป์ต้องการโยนกฎนี้ทิ้ง เพื่อให้ธุรกิจไม้ทำเงินมหาศาลจากการตัดไม้แบบไร้ข้อจำกัด …ป่าเหล่านี้เป็นสมบัติของคนอเมริกันทุกคน ไม่ใช่ของอุตสาหกรรมไม้”
อ้างอิง : reuters.com