โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐ ยกเลิกกฎยุคคลินตัน เปิดทางตัดไม้-สร้างถนน อ้างลดไฟป่า กลุ่มสิ่งแวดล้อมโต้เดือด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 06.48 น.

สหรัฐ เตรียมยกเลิกกฎ Roadless Rule เปิดทางให้พัฒนาถนน ตัดไม้ และทำเหมืองในพื้นที่ป่าธรรมชาติ อ้างลดความเสี่ยงไฟป่า สอดคล้องแนวทางรัฐบาลทรัมป์ลดกฎสิ่งแวดล้อม

วันที่ 24 มิถุนายน 2568 เวลา 05.58 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงเกษตรของสหรัฐ (USDA) เตรียมยกเลิกนโยบายยุคคลินตันที่ห้ามการตัดไม้ การสร้างถนน และการทำเหมืองในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ยังไม่ถูกพัฒนา โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องบริหารจัดการพื้นที่เหล่านั้นเพื่อลดความเสี่ยงจากไฟป่า ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มสิ่งแวดล้อม

USDA ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่ป่าในความดูแลของรัฐบาลกลางเกือบ 59 ล้านเอเคอร์ หรือราว 23.9 ล้านเฮกตาร์ ได้ดีขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟป่า

แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการลดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเขามองว่าเป็นอุปสรรคต่อภาคอุตสาหกรรม

บรู๊ค โรลลินส์ รัฐมนตรีเกษตรสหรัฐ ประกาศการยกเลิกกฎปี 2001 ที่เรียกว่า Roadless Rule ระหว่างการประชุมสมาคมผู้ว่าการรัฐฝั่งตะวันตก ที่เมืองซานตาเฟ รัฐนิวเม็กซิโก โดยระบุว่า “หลังจากยกเลิกกฎนี้ เราจะกลับไปสู่แนวทางการบริหารจัดการป่าแบบมีสามัญสำนึก เพื่อให้ป่าของเรายังคงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป” โรลลินส์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

กรมป่าไม้ของสหรัฐ (U.S. Forest Service) ซึ่งอยู่ภายใต้ USDA ระบุว่ากฎRoadless Rule มีผลกระทบต่อพื้นที่ประมาณ 30% ของพื้นที่ป่าภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์พยายามล้มเลิกนโยบายนี้ โดยในปี 2563 รัฐบาลของเขาได้ยกเว้นพื้นที่ป่าตงกัสในรัฐอลาสก้า ออกจากขอบเขตของกฎดังกล่าว ซึ่งต่อมาประธานาธิบดีโจ ไบเดน กลับลำยกเลิกข้อยกเว้นนี้ในปี 2566 ตงกัสถือเป็นป่าแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ

USDA กล่าวว่าการยกเลิกกฎนี้จะเปิดทางให้สามารถบริหารจัดการป่าระดับท้องถิ่นได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะในรัฐอย่างยูทาห์และมอนทานา ซึ่งกว่า 60% ของพื้นที่ป่าถูกจำกัดการพัฒนาถนนจากกฎดังกล่าว

โรลลินส์ระบุว่า “กฎนี้เป็นอุปสรรคต่อการทำไม้และตัดแต่งป่าเพื่อลดไฟป่า” พร้อมอ้างว่าพื้นที่ป่าในสหรัฐฯ ที่ถูกไฟไหม้ต่อปีโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่กฎนี้มีผลบังคับใช้เมื่อ 30 ปีก่อน

อย่างไรก็ตามผู้ว่าการรัฐนิวเม็กซิโก มิเชล ลูฮาน กริชแฮม โต้แย้งคำกล่าวของโรลลินส์ โดยชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดไฟป่ารุนแรง ไม่ใช่กฎRoadless Rule

กริชแฮมกล่าว ท่ามกลางเสียงปรบมือจากที่ประชุม “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้เชื้อเพลิงและไฟป่ารุนแรง”

องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม Earthjustice วิจารณ์การยกเลิกกฎนี้อย่างหนัก โดยระบุว่าพื้นที่ที่มีถนนมักเป็นจุดเริ่มต้นของไฟป่าบ่อยกว่าพื้นที่ป่าธรรมชาติ

ดรูว์ คาปูโต รองประธานฝ่ายกฎหมายของ Earthjustice กล่าวว่า“กฎRoadless Rule ช่วยปกป้องพื้นที่ป่าที่ดิบที่สุดของเรากว่า 58 ล้านเอเคอร์จากการตัดไม้ทำลายป่ามานานกว่าหนึ่งชั่วอายุคน แต่รัฐบาลทรัมป์ต้องการโยนกฎนี้ทิ้ง เพื่อให้ธุรกิจไม้ทำเงินมหาศาลจากการตัดไม้แบบไร้ข้อจำกัด …ป่าเหล่านี้เป็นสมบัติของคนอเมริกันทุกคน ไม่ใช่ของอุตสาหกรรมไม้”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...