โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.ไฟเขียว 1.153 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่ภูมิภาค-เพิ่มจ้างงาน

เดลินิวส์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.33 น. • เดลินิวส์
ครม.ไฟเขียวโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.153 แสนล้านบาท กระจายเงินลงสู่ภูมิภาค พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม ท่องเที่ยว ช่วยเกิดการจ้างงาน เพิ่มจีดีพี 0.4%

วันที่ 24 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบข้อเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 50 หน่วยรับงบประมาณ จำนวน 481 โครงการ หรือ 8,939 รายการ ภายในกรอบวงเงิน 1.153 แสนล้านบาท เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และรับมือวิกฤติในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังผันผวน

ทั้งนี้ ประเมินว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ จะทำให้เงินกระจายไปสู่ภูมิภาค มีเงินลงทุนสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง ก่อให้เกิดผลเชื่อมโยงไปยังสาขาเศรษฐกิจต้นน้ำและปลายน้ำ และทำให้เกิดการจ้างงานไม่น้อยกว่า 7.4 ล้านคน วงเงินการจ้างงาน 34,008 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของเงินรวมที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 1.153 แสนล้านบาท โดยคาดว่าจะส่งผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพี เพิ่มขึ้น 0.4%

สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 34 โครงการ วงเงินรวม 85,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ พัฒนาน้ำอุปโภคบริโภค, ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเดิมและพัฒนาระบบกระจายน้ำ, พัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝน, พัฒนาพื้นที่หน่วงน้ำและการป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมือง และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ปรับปรุงและพัฒนาถนนเชื่อมเมืองรอง, เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง, พัฒนาโครงข่ายส่งเสริมพื้นที่เกษตรกรรม, ปรับปรุงจุดพักรถบรรทุกเพื่อให้บังคับใช้ได้ตามกฎหมาย เป็นต้น

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว มี 420 โครงการ วงเงินรวม 10,053 ล้านบาท แบ่งเป็น ปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำ ห้องพัก สถานที่ ป้ายบอกทาง, พัฒนาระบบอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว, พัฒนาและยกระดับความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง และยังมีด้านลดผลกระทบภาคการส่งออก เพิ่มผลิตภาพ และดิจิทัล วงเงินรวม 11,122 ล้านบาท เช่น ด้านการเกษตร ด้านแรงงาน ด้านดิจิทัล และ ด้านเศรษฐกิจชุมชน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความเห็นโดยนายกฯ ให้ไปดำเนินการและให้หน่วยรับงบฯ ดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบฯ งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ พ.ศ. 2567 อย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ประหยัด ผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ รวมถึงต้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...