ตราด ปิดด่านถาวร วันแรก เงียบเหงา ไร้รถส่งสินค้า-ปชช.เข้าออก ผู้ประกอบการโอดกระทบหนัก รายได้หาย 100%
ปิดด่านถาวรด้านจ.ตราด วันแรก เงียบเหงา ไร้รถส่งสินค้า-ปชช.เข้าออก ผู้ประกอบการโอดกระทบหนัก รายได้หาย 100%
จากกรณีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด(เฉพาะ),(กปช.จต.) ที่ 1092/2568 ได้ออกคำสั่ง เรื่อง มาตรการยกระดับการควบคุมการผ่านแดน ในพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด และจุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง ตำบลนนทรีย์ อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด และในจังหวัดจันทบุรีทั้งหมด ซึ่งหมายถีงการปิดด่านถาวร และจุดผ่อนปรนทั้งหมดในพื้นที่จังหวัดตราดและจังหวัดจันทบุรี โดยมีผลในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2568นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.น.อ.ภริศวร์ วงษ์ศรีเพ็ญ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) เปิดเผยว่า จากการประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. มอบหมายให้กองทัพบกและกองทัพเรือ ดำเนินการควบคุมการเปิด – ปิด จุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติกำหนดโดยเคร่งครัด ซึ่งกองทัพเรือ มีคำสั่งให้กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด มีอำนาจกำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่จำเป็นและเหมาะสมในการผ่านแคนบริเวณจุดผ่านแดน ทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา
พลเรือโทอภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผบ.กปช.จต.จึงให้หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีและหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ควบคุม การสัญจรข้ามแดนของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการตลอดจนแรงงานในพื้นที่ ผ่านจุดผ่านแดนถาวรและ จุดผ่อนปรนการค้าทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดดังนี้
1.การผ่านเข้า – ออก ของยานพาหนะทุกประเภท 2.งดการเดินทางผ่านเข้า – ออก ของประชาชน การค้าขายทุกประเภท นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และ 3.ตามข้อ 1และข้อ 1 อนุญาตให้อำนวยความสะดวกด้านมนุษยธรรม ตามความเหมาะสม ส่วนด้านการรักษาพยาบาล การส่งต่อผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลกรณีเร่งด่วน ด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในพื้นที่ การซื้อขายผักผลไม้ เครื่องอุปโภคบริโภคในครัวเรือน ตามความเหมาะสมและจำเป็น เป็นต้น
ทั้งนี้การปฏิบัติในการเพิ่มมาตรการยกระดับการควบคุมการผ่านแดน เพื่อปกป้องอธิปไตย และบูรณาภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย การป้องกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมประเภทการค้ามนุษย์ ขบวนการ Call Center และ Hybrid Scam พร้อมทั้งให้เกิดความเหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนและความมั่นคงของประเทศไทย โดยจะมีผลในเวลา 08.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป
นายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอำเภอคลองใหญ่ กล่าวว่า คำสั่งนี้ มีผลทันทีในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 แต่เนื่องจากมีการปิดด่านฯทั้งสองแห่งในเวลา 16.00 น.แล้ว การปฏิบัติจึงจะเริ่มดำเนินการในเวลา 08.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ซึ่งยังมีทั้งรถยนต์และประชาชนทั้ลสองประเทศตกค้างอยู่ทั้งสองจึงจะต้องดำเนินการให้เข้าออกไปก่อน และเมื่อทุกอย่างดำเนินการเรียบร้อยแล้วจึงจะปิดอย่างเป็นทางการต่อไป ยกเว้น นักเรียน และผู้ป่วย จึงสามารถเข้าออกได้
นายนิโรจน์ วัติรางกูร หัวหน้าชุด ด่านศุลกากรคลองใหญ่ เปิดเผยว่า แม้ค่ำสั่งด่านฯจะปิดลงทั้งด่านถาวรบ้านหาดเล็กและจุดผ่อนปรนบ้านมะม่วง แต่ทั้งคนและรถยนต์ที่เข้าไปยังกัมพูชาจะต้องถูกนำออกจากแต่ละประเทศก่อน ซึ่งที่หาดเล็กมีรถบนต์กว่า 80 คันยังตกค้างอยู่ ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลา 2-3 ชม.จึงจะแล้วเสร็จ จากนั้นก็ปฏิบัติไปตามคำสั่งของสมช. ซึ่งยอมรับว่า การค้าขายระหว่าง 2 ประเทศะได้รับผลกระทบแน่อย่างน้อย 120 ล้านบาท/วัน หรืออาจจะมากกว่านั้น ซึ่งการห้ามครั้งนี้ มีผลทั้งเส้นทางส่งออกมและนำเข้าทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งครั้งนี้น่าจะนานกว่าทุกครั้ง
ขณะที่นางวิยะดา ซวง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและชายแดนในอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผยว่า การปิดครั้งนี้เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ด้านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ไม่ว่า 2 ประเทศจะเกิดความขัดแย้งกันอย่างไรยังไม่เคยเห็นการปิดด่านตอบโต้กันไปมา อีกทั้งทั้งสองจังหวัดก็มีความวัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาช้านาน เพราะเป็นเสมือนพี่น้องกัน ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะกระทบไปในระยะยาว เพราะการค้าขายและการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก และอาจจะกลับมาเหมือนเก่าคงยากแล้วเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน นี่จึงเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของแต่ละคน โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรีที่จะต้องเรียนรู้ในเรื่องการปกครองให้ได้ และการปิดครั้งนี้ ยังไม่รู้ว่าจะเปิดอีกนานกี่วัน กี่เดือน เพราะยิ่งปิดมากย่อยส่งกระทบต่อพี่น้องชาวอำเภอคลองใหญ่ที่จะไม่สามารถค้าขายได้อีกต่อไปในระยะสั้น ส่วนระยะยาวก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่อไประหว่าง 2 ประเทศ ว่าใครจะอดทนต่อความเสียหายได้นานแค่ไหน
ด้านอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ที่ด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด วันแรกของการปิดด่าน เช้าวันนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ไม่มีรถขนส่งสินค้าแม้แต่คันเดียว ซึ่งปกติจะมีรถขนส่งสินค้าต่อแถวเพื่อรอข้ามด่านไปส่งของในจังหวัดเกาะกง
ขณะที่เด็กในจังหวัดเกาะกง ยังคงเดินทางข้ามแดนมายังฝั่งไทยเพื่อเรียนหนังสือตามปกติ ซึ่งด่านบ้านจามเยี่ยม จ.เกาะกง อนุญาตให้เด็กนักเรียนเดินทางข้ามแดนมายังด่านถาวรบ้านหาดเล็กตั้งแต่ 06.00 น. ซึ่งมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปถึงชั้นมัธยมศึกษา ทยอยเดินทางข้ามมายังฝั่งไทย เพื่อเรียนหนังสือ ส่วนผู้ปกครองที่เดินทางมาส่งเด็กที่หน้าด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็กเท่านั้น เนื่องจากทหารไม่อนุญาตให้ผ่านแดนมาด้วย
ส่วนนายธัญชาติ บูรพาสุข คนขับรถตู้โดยสาร บอกว่า วันนี้ด่านปิดแล้ว 100% ทำให้รายได้หายไป 100% เช่นกัน เนื่องจากไม่มีคน ไม่มีผู้โดยสาร และก่อนหน้านี้ที่กำหนดเวลาเปิดปิดใหม่ ตนเองยังคงมีรายได้บ้าง ชาวบ้านทั้ง 2 ฝั่ง ยังมีรายได้บ้าง แต่วันนี้ไม่มีแล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์เช่นนี้น่าจะอยู่อีกนาน เพราะทั้ง 2 ฝ่าย ต่างไม่ยอมกัน วันนี้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงโควิดแล้ว ถือว่าหนักกว่า เพราะโควิดประชาชนยังคงเดินเข้าออกได้ เพียงแค่สวมแมส
ด้านนางสาวลัดดา สุขสะอาด อายุ 45 ปี กล่าวว่า ตนเองเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ประกอบอาชีพค้าขายในหมู่บ้านจามเยี่ยม จ.เกาะกง ตอนนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ความไม่สงบในปัจจุบัน เพราะมีร้านค้าโชว์ห่วยอยู่ ปกติจะเดินทางไปกลับทุกวันเพื่อดูแลกิจการ แต่ตอนนี้ร้านค้าต้องปิดอย่างไม่มีกำหนด ทำให้ขาดรายได้มหาศาล ทั้งที่ลงทุนไปแล้วหลายล้านบาท และเสียภาษีอย่างถูกต้องมาโดยตลอด
นางสาวลัดดา ยังกล่าวต่อว่า หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ตนเองและคนอื่น ๆ จะได้รับความเดือดร้อนหนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่สามารถนำสินค้าไปขายได้ สินค้าบางอย่างอาจหมดอายุและเสียหาย ทำให้ขาดทุนซ้ำซ้อน แต่หาก เปิด 08.00 น. ปิด 16.00 น. เหมือนเดิม ยังพอจะบริหารจัดการได้ มีรายได้เข้ามาบ้าง แม้เวลาจะสั้นลง แต่หากปิดชายแดนสนิทแบบนี้ ไม่รู้จะทำอย่างไรจริง ๆ อยากวิงวอนให้รัฐบาลไทยเร่งเจรจากับทางกัมพูชา เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ เพราะเราเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ควรอยู่ร่วมกันเหมือนพี่น้อง ไม่ควรมีปัญหาบาดหมางกัน
“บรรยากาศฝั่งกัมพูชา เศรษฐกิจก็ซบเซาและเงียบเหงาไม่ต่างจากฝั่งไทยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข่าวลือเรื่องการแบนสินค้าไทยนั้น ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย ชาวกัมพูชายังคงต้องการสินค้าไทยเป็นอย่างมาก เวลาไปขายของ มักจะสอบถามว่าสินค้าเป็นของไทยแท้หรือไม่ เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าไทย” นางสาวลัดดา กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตราด ปิดด่านถาวร วันแรก เงียบเหงา ไร้รถส่งสินค้า-ปชช.เข้าออก ผู้ประกอบการโอดกระทบหนัก รายได้หาย 100%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th