โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ตราด ปิดด่านถาวร วันแรก เงียบเหงา ไร้รถส่งสินค้า-ปชช.เข้าออก ผู้ประกอบการโอดกระทบหนัก รายได้หาย 100%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 03.22 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 03.22 น.

ปิดด่านถาวรด้านจ.ตราด วันแรก เงียบเหงา ไร้รถส่งสินค้า-ปชช.เข้าออก ผู้ประกอบการโอดกระทบหนัก รายได้หาย 100%

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด(เฉพาะ),(กปช.จต.) ที่ 1092/2568 ได้ออกคำสั่ง เรื่อง มาตรการยกระดับการควบคุมการผ่านแดน ในพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด และจุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง ตำบลนนทรีย์ อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด และในจังหวัดจันทบุรีทั้งหมด ซึ่งหมายถีงการปิดด่านถาวร และจุดผ่อนปรนทั้งหมดในพื้นที่จังหวัดตราดและจังหวัดจันทบุรี โดยมีผลในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2568นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.น.อ.ภริศวร์ วงษ์ศรีเพ็ญ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) เปิดเผยว่า จากการประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. มอบหมายให้กองทัพบกและกองทัพเรือ ดำเนินการควบคุมการเปิด – ปิด จุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติกำหนดโดยเคร่งครัด ซึ่งกองทัพเรือ มีคำสั่งให้กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด มีอำนาจกำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่จำเป็นและเหมาะสมในการผ่านแคนบริเวณจุดผ่านแดน ทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา

พลเรือโทอภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผบ.กปช.จต.จึงให้หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีและหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ควบคุม การสัญจรข้ามแดนของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการตลอดจนแรงงานในพื้นที่ ผ่านจุดผ่านแดนถาวรและ จุดผ่อนปรนการค้าทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดดังนี้

1.การผ่านเข้า – ออก ของยานพาหนะทุกประเภท 2.งดการเดินทางผ่านเข้า – ออก ของประชาชน การค้าขายทุกประเภท นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และ 3.ตามข้อ 1และข้อ 1 อนุญาตให้อำนวยความสะดวกด้านมนุษยธรรม ตามความเหมาะสม ส่วนด้านการรักษาพยาบาล การส่งต่อผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลกรณีเร่งด่วน ด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในพื้นที่ การซื้อขายผักผลไม้ เครื่องอุปโภคบริโภคในครัวเรือน ตามความเหมาะสมและจำเป็น เป็นต้น

ทั้งนี้การปฏิบัติในการเพิ่มมาตรการยกระดับการควบคุมการผ่านแดน เพื่อปกป้องอธิปไตย และบูรณาภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย การป้องกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมประเภทการค้ามนุษย์ ขบวนการ Call Center และ Hybrid Scam พร้อมทั้งให้เกิดความเหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนและความมั่นคงของประเทศไทย โดยจะมีผลในเวลา 08.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

นายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอำเภอคลองใหญ่ กล่าวว่า คำสั่งนี้ มีผลทันทีในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 แต่เนื่องจากมีการปิดด่านฯทั้งสองแห่งในเวลา 16.00 น.แล้ว การปฏิบัติจึงจะเริ่มดำเนินการในเวลา 08.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ซึ่งยังมีทั้งรถยนต์และประชาชนทั้ลสองประเทศตกค้างอยู่ทั้งสองจึงจะต้องดำเนินการให้เข้าออกไปก่อน และเมื่อทุกอย่างดำเนินการเรียบร้อยแล้วจึงจะปิดอย่างเป็นทางการต่อไป ยกเว้น นักเรียน และผู้ป่วย จึงสามารถเข้าออกได้

นายนิโรจน์ วัติรางกูร หัวหน้าชุด ด่านศุลกากรคลองใหญ่ เปิดเผยว่า แม้ค่ำสั่งด่านฯจะปิดลงทั้งด่านถาวรบ้านหาดเล็กและจุดผ่อนปรนบ้านมะม่วง แต่ทั้งคนและรถยนต์ที่เข้าไปยังกัมพูชาจะต้องถูกนำออกจากแต่ละประเทศก่อน ซึ่งที่หาดเล็กมีรถบนต์กว่า 80 คันยังตกค้างอยู่ ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลา 2-3 ชม.จึงจะแล้วเสร็จ จากนั้นก็ปฏิบัติไปตามคำสั่งของสมช. ซึ่งยอมรับว่า การค้าขายระหว่าง 2 ประเทศะได้รับผลกระทบแน่อย่างน้อย 120 ล้านบาท/วัน หรืออาจจะมากกว่านั้น ซึ่งการห้ามครั้งนี้ มีผลทั้งเส้นทางส่งออกมและนำเข้าทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งครั้งนี้น่าจะนานกว่าทุกครั้ง

ขณะที่นางวิยะดา ซวง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและชายแดนในอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผยว่า การปิดครั้งนี้เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ด้านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ไม่ว่า 2 ประเทศจะเกิดความขัดแย้งกันอย่างไรยังไม่เคยเห็นการปิดด่านตอบโต้กันไปมา อีกทั้งทั้งสองจังหวัดก็มีความวัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาช้านาน เพราะเป็นเสมือนพี่น้องกัน ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะกระทบไปในระยะยาว เพราะการค้าขายและการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก และอาจจะกลับมาเหมือนเก่าคงยากแล้วเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน นี่จึงเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของแต่ละคน โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรีที่จะต้องเรียนรู้ในเรื่องการปกครองให้ได้ และการปิดครั้งนี้ ยังไม่รู้ว่าจะเปิดอีกนานกี่วัน กี่เดือน เพราะยิ่งปิดมากย่อยส่งกระทบต่อพี่น้องชาวอำเภอคลองใหญ่ที่จะไม่สามารถค้าขายได้อีกต่อไปในระยะสั้น ส่วนระยะยาวก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่อไประหว่าง 2 ประเทศ ว่าใครจะอดทนต่อความเสียหายได้นานแค่ไหน

ด้านอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ที่ด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด วันแรกของการปิดด่าน เช้าวันนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ไม่มีรถขนส่งสินค้าแม้แต่คันเดียว ซึ่งปกติจะมีรถขนส่งสินค้าต่อแถวเพื่อรอข้ามด่านไปส่งของในจังหวัดเกาะกง

ขณะที่เด็กในจังหวัดเกาะกง ยังคงเดินทางข้ามแดนมายังฝั่งไทยเพื่อเรียนหนังสือตามปกติ ซึ่งด่านบ้านจามเยี่ยม จ.เกาะกง อนุญาตให้เด็กนักเรียนเดินทางข้ามแดนมายังด่านถาวรบ้านหาดเล็กตั้งแต่ 06.00 น. ซึ่งมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปถึงชั้นมัธยมศึกษา ทยอยเดินทางข้ามมายังฝั่งไทย เพื่อเรียนหนังสือ ส่วนผู้ปกครองที่เดินทางมาส่งเด็กที่หน้าด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็กเท่านั้น เนื่องจากทหารไม่อนุญาตให้ผ่านแดนมาด้วย

ส่วนนายธัญชาติ บูรพาสุข คนขับรถตู้โดยสาร บอกว่า วันนี้ด่านปิดแล้ว 100% ทำให้รายได้หายไป 100% เช่นกัน เนื่องจากไม่มีคน ไม่มีผู้โดยสาร และก่อนหน้านี้ที่กำหนดเวลาเปิดปิดใหม่ ตนเองยังคงมีรายได้บ้าง ชาวบ้านทั้ง 2 ฝั่ง ยังมีรายได้บ้าง แต่วันนี้ไม่มีแล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์เช่นนี้น่าจะอยู่อีกนาน เพราะทั้ง 2 ฝ่าย ต่างไม่ยอมกัน วันนี้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงโควิดแล้ว ถือว่าหนักกว่า เพราะโควิดประชาชนยังคงเดินเข้าออกได้ เพียงแค่สวมแมส

ด้านนางสาวลัดดา สุขสะอาด อายุ 45 ปี กล่าวว่า ตนเองเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ประกอบอาชีพค้าขายในหมู่บ้านจามเยี่ยม จ.เกาะกง ตอนนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ความไม่สงบในปัจจุบัน เพราะมีร้านค้าโชว์ห่วยอยู่ ปกติจะเดินทางไปกลับทุกวันเพื่อดูแลกิจการ แต่ตอนนี้ร้านค้าต้องปิดอย่างไม่มีกำหนด ทำให้ขาดรายได้มหาศาล ทั้งที่ลงทุนไปแล้วหลายล้านบาท และเสียภาษีอย่างถูกต้องมาโดยตลอด

นางสาวลัดดา ยังกล่าวต่อว่า หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ตนเองและคนอื่น ๆ จะได้รับความเดือดร้อนหนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่สามารถนำสินค้าไปขายได้ สินค้าบางอย่างอาจหมดอายุและเสียหาย ทำให้ขาดทุนซ้ำซ้อน แต่หาก เปิด 08.00 น. ปิด 16.00 น. เหมือนเดิม ยังพอจะบริหารจัดการได้ มีรายได้เข้ามาบ้าง แม้เวลาจะสั้นลง แต่หากปิดชายแดนสนิทแบบนี้ ไม่รู้จะทำอย่างไรจริง ๆ อยากวิงวอนให้รัฐบาลไทยเร่งเจรจากับทางกัมพูชา เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ เพราะเราเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ควรอยู่ร่วมกันเหมือนพี่น้อง ไม่ควรมีปัญหาบาดหมางกัน

“บรรยากาศฝั่งกัมพูชา เศรษฐกิจก็ซบเซาและเงียบเหงาไม่ต่างจากฝั่งไทยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข่าวลือเรื่องการแบนสินค้าไทยนั้น ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย ชาวกัมพูชายังคงต้องการสินค้าไทยเป็นอย่างมาก เวลาไปขายของ มักจะสอบถามว่าสินค้าเป็นของไทยแท้หรือไม่ เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าไทย” นางสาวลัดดา กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตราด ปิดด่านถาวร วันแรก เงียบเหงา ไร้รถส่งสินค้า-ปชช.เข้าออก ผู้ประกอบการโอดกระทบหนัก รายได้หาย 100%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...