โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สื่อสหรัฐเผย ทรัมป์อนุมัติแผนโจมตีอิหร่าน รอชี้ขาดขั้นสุดท้าย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 20.57 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.55 น.

ตามรายงานของ CBS ซึ่งเป็นพันธมิตรของ BBC ในสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติแผนการโจมตีอิหร่านแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะลงมือโจมตีหรือไม่

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่เริ่มต้นการโจมตีเพื่อรอดูว่าอิหร่านจะยินยอมยุติโครงการนิวเคลียร์ของตนหรือไม่ แหล่งข่าวด้านข่าวกรองระดับสูงระบุแก่ CBS โดยมีรายงานว่าทรัมป์กำลังพิจารณาการโจมตีสถานที่เสริมสมรรถนะยูเรเนียมใต้ดินที่ชื่อ “ฟอร์โด” ในอิหร่าน

ในวันพุธที่ผ่านมา ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ปฏิเสธข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ต้องการให้ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าความอดทนของเขาได้หมดลงแล้ว

ในวันเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า อาจจะทำ หรืออาจจะไม่ทำ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการแทรกแซงของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน

คาเมเนอีตอบโต้ทรัมป์ในสุนทรพจน์ที่บันทึกไว้ว่า การแทรกแซงทางทหารใด ๆ ของสหรัฐฯ จะมีต้นทุนสูง และเสริมว่าชาวอิหร่านจะไม่ยอมจำนน

อย่างไรก็ตาม ข่าวว่าทรัมป์สนับสนุนแผนโจมตี ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกโดยวอลล์สตรีทเจอร์นัล

กองทัพอิสราเอลได้โจมตีอิหร่านเพิ่มเติม

โดยพุ่งเป้าไปที่จุดปล่อยขีปนาวุธและสถานที่นิวเคลียร์ต่าง ๆ ขณะที่อิหร่านระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (hypersonic missiles) เพื่อตอบโต้ โดยไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรงในอิสราเอล

นี่เป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกของคาเมเนอี นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มการโจมตีล่วงหน้าเมื่อวันศุกร์

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวในวิดีโอเมื่อวันพุธว่า กองกำลังของอิสราเอลกำลังรุกคืบทีละก้าวเพื่อกำจัดภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์และคลังขีปนาวุธของอิหร่าน

เราควบคุมท้องฟ้าเหนือเตหะราน เรากำลังโจมตีระบอบอยาตอลเลาะห์อย่างรุนแรง เราโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ ขีปนาวุธ สำนักงานใหญ่ และสัญลักษณ์ของระบอบการปกครอง

พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของทรัมป์ให้การต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งใด ๆ ของทรัมป์

คำหล่าวนี้มีขึ้นท่ามกลางการเสริมกำลังของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nimitz เดินทางจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มที่นำโดย USS Carl Vinson ซึ่งอยู่ในอ่าวเปอร์เซียแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบินหลายประเภท เช่น เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง ถูกตรวจพบจากแผนที่ติดตามเที่ยวบินว่ากำลังเคลื่อนย้ายจากยุโรป พร้อมกับรายงานว่าเครื่องบินรบ F-22 และ F-35 ได้ติดตามไปด้วย

BBC รายงานว่า จนถึงขณะนี้ สหรัฐฯ ยังไม่ได้ร้องขออย่างเป็นทางการให้ใช้ฐานทัพของอังกฤษในดีเอโก การ์เซีย หรือไซปรัส เพื่อปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

ตามปกติ สหรัฐฯ จะต้องแจ้งพันธมิตรหากมีแผนจะใช้ฐานดังกล่าวในการปฏิบัติการโจมตี ขณะที่แหล่งข่าวจากอังกฤษระบุว่า ทุกทางเลือกยังอยู่บนโต๊ะที่กรุงวอชิงตัน แต่ยังไม่มีภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับเจตนารมณ์ของสหรัฐฯ

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในเยรูซาเลมได้ออกแผนการอพยพสำหรับพลเมืองอเมริกันที่อยู่ในอิสราเอล โดยยังไม่ชัดเจนว่ามีชาวอเมริกันจำนวนเท่าใดที่ต้องการออกจากอิสราเอล และกองทัพสหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือในการอพยพทางอากาศหรือไม่

นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันศุกร์ การโจมตีของอิสราเอลต่ออิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิต 585 คน ตามข้อมูลจากกลุ่ม Human Rights Activists ในกรุงวอชิงตัน ดีซี โดย 239 คนเป็นพลเรือน และ 126 คนเป็นเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง เพื่อเป็นการตอบโต้ อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธประมาณ 400 ลูกใส่อิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 คน ทั้งหมดเป็นพลเรือน ตามรายงานของทางการอิสราเอล

ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านเตือนผู้ชมให้เพิกเฉยต่อคลิปไม่เกี่ยวข้องที่เรียกร้องให้ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาล หลังจากถูกแฮ็กสัญญาณดาวเทียม

หากท่านพบข้อความไม่เกี่ยวข้องระหว่างรับชมโทรทัศน์ เป็นเพราะศัตรูกำลังรบกวนสัญญาณดาวเทียม

มีรายงานว่าแฮ็กเกอร์ได้แทรกคลิปวิดีโอที่กล่าวหารัฐบาลอิหร่านว่าล้มเหลว ต่อประชาชนของตนเอง และเรียกร้องให้ผู้ชมควบคุมอนาคตของตนเองโดยในคลิปมีภาพการประท้วงต่อต้านรัฐบาลหลายครั้งในปี 2022

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...