"ธนพร" ชี้ "แพทองธาร" มือไม่ถึง ไทยไม่มีเวลาให้เสี่ยงกับความไร้เดียงสา
ภายหลังจากที่มีการปล่อยคลิปเสียงสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ก่อนที่นายกฯ จะยอมรับว่าเป็นการสนทนาที่เกิดขึ้นจริง อ้างเป็นเทคนิคในการเจรจา และออกมาแถลงขออภัยประชาชน พร้อมย้ำว่าไม่มีเจตนาไม่สุจริตในเวลาต่อมานั้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายออกมากดดันนายกฯ ถึงขั้นให้ลาออก หรือยุบสภา ทำให้เกิดคำถามหนึ่ง คือ สถานการณ์ดังกล่าว จะส่งผลต่อการเมืองไทยถึงขั้นไหน อย่างไร
นายกฯ พูดถึง มทภ.2 ไม่มีปัญหาเท่า “หลุดข้อมูลทางยุทธการ”
รศ.ธนพร ศรียากูล ผอ.สถาบันวิเคราะห์นโยบายและการเมือง กล่าวถึงกรณีดังกล่าวกับ PPTV HD36 ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk ระบุว่า สิ่งหนึ่งซึ่งตนปฏิเสธแน่ ๆ คือความพยายามยึดโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และขอยืนยันว่าทหารกองทัพภาคที่ 2 ไม่มีดีเอ็นเอแบบนี้
ความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งที่นอกเหนือไปจากบทบาทของตัวทหาร หากถามว่าต้องลาออกไหม ก็ต้องถามว่าคนไทยจำนวนมากไม่มีความไว้วางใจในตัวผู้นำ ท่านอยู่ต่อ มีหลักประกันอะไรให้คนไทยไว้วางใจขึ้นมากกว่าปัจจุบัน
รศ.ดร.ธนพร มองว่า คลิปเสียงนายกฯ ที่ไปพูดถึงแม่ทัพภาคที่ 2 นั้น ยังไม่ใหญ่เท่าพารากราฟต่อมา ที่พูดว่า “จริง ๆ ไม่ได้อยากตัดเน็ต” ซึ่งมาตรการนี้เป็นมาตรการที่ผ่านมาจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วนายกฯ นายน้อย เป็นคนแถลงเองว่า การดำเนินมาตรการต่าง ๆ มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่พิจารณาดำเนินการ
สัญญาณเรื่องนี้ ดูแปลกประหลาดตั้งแต่นายกฯ เป็นคนสั่งเอง แต่ไปตรวจงานที่ อ.กาบเชิง ไปถามว่าทำไมเปิด-ปิดด่าน ซึ่งมันไม่ตรงกัน แม่ทัพภาคที่ 2 จึงต้องรักษาความเป็นมืออาชีพ
ตนพูดจากใจว่า สิ่งที่นายกฯ พูด เรื่องตัดไฟ-ตัดเน็ต อาจไม่คิดว่านี่คือข้อมูลทางด้านยุทธการ ซึ่งบอกไม่ได้ และไปบอกว่าจริง ๆ ไม่อยากตัดนั้น ยิ่งไม่ได้ใหญ่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทหารที่อยู่หน้างานเขาซีเรียส ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่มาของการแจ้งความ ยื่นสอบจริยธรรมนายกฯ
รศ.ดร.ธนพร กล่าวต่อว่า ไม่ว่านายกฯ จะทราบเรื่องนี้หรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่านายกฯ อาจไม่ได้ตั้งใจ แต่สิ่งหนึ่งที่นายกฯ จะต้องรู้วันนี้คือ สิ่งที่เอาไปพูด ต่อให้เรื่องนี้ไม่ออกมาเป็นคลิป แต่มีคนรู้ในฝั่งกัมพูชา และหากวันหนึ่งออกมา ท่านก็ไม่พ้นผิด
ตนไม่มีปัญหากับเป้าหมายที่นายกฯ พูด แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่นายกฯ กระทืบเกียรติภูมิของชาติให้ย่อยยับที่สุดในประวัติศาสตร์นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย คือการเอาความลับของชาติไปเปิดกับคู่กรณี
ถ้ามีรายละเอียดมากกว่านี้ นายกฯ คงพูดไปหมดแล้ว แม้จะอ้างว่าเป็นเทคนิคอะไรก็ต้องไม่ใช่ความลับของประเทศ เพราะเป็นการทำลายพลังอำนาจแห่งชาติ
“แพทองธาร” มือไม่ถึง ยกอังกฤษ - ออสเตรเลีย เปลี่ยนม้ากลางศึกชนะสงคราม
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า สิ่งที่นายกฯ พูด บอกเองว่าพูดวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับการประชุม JBC ที่กรุงพนมเปญ โดยจุดยืนของไทยข้อหนึ่งคือ การใช้กำลังของไทยเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นไปตามหลักการป้องกันตนเอง และสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งฝั่งกัมพูชาก็ยอมรับ
ตนจึงนึกไม่ออกว่า นายกฯ ไม่รู้รายละเอียดผลการเจรจานี้ได้อย่างไร ว่าแนวเจรจาเราเป็นแบบนี้ ต้องการเป้าหมายข้อนี้ ซึ่งความเป็นเอกภาพ หรือความไม่เป็นเอกภาพของหน่วยงาน เชื่อว่านายกฯ ไทยทุกคนเจอสภาพแบบนี้หมด แต่ปัญหาคือมีกี่คนที่ใช้วิธีปฏิบัติแบบนายกฯ นายน้อย นี่คือปัญหา
รศ.ดร.ธนพร เล่าว่า ตัวอย่างเช่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษ ช่วงที่นำโดย เนวิลล์ เชมเบอร์เลน คุยกับ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมนี ไม่รู้เรื่อง หากวันนั้นยังเอาเนวิลล์ไว้ อังกฤษแพ้สงครามโลกไปแล้ว ทว่าเปลี่ยนตัวเป็น วินสตัน เชอร์ชิล
หรือจะเป็นออสเตรเลียช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงขนาดมีการเลือกตั้งระหว่างสงคราม โดยโรเบิร์ต เมนซีส์ เปลี่ยนเป็นนายกฯ คนใหม่ จอห์น เคอร์เทน แม้จะมีการมองว่าเปลี่ยนม้ากลางศึกจะทำให้แพ้หรือไม่ แต่ก็ทำให้เห็นแล้วว่า ออสเตรเลียที่กำลังจะพ่ายแพ้ในสงครามมหาเอเชียบูรพา กลับมาชนะได้
หลักการของประเทศที่เป็นสากล เขาไม่เอาผลประโยชน์ของชาติมาเสี่ยง การได้การเสียเป็นเพียงช่วงเสี้ยววินาทีเดียว จะมามองว่าคนนี้อ่อนน้อม หรือคนนี้หว่านล้อม เป็นคนละเรื่องกัน ไม่ใช่แค่วุฒิภาวะ แต่ความสามารถก็ไม่พอ เราต้องยอมรับว่าการที่จะมาเจอเพื่อนบ้านอย่าง “ฮุน เซน” ความสามารถของนายกฯ มือไม่ถึงจริง ๆ แม้ไปเป็นเลขานุการเอกของสถานทูตยังเป็นไม่ได้เลย หรือเป็นภารโรงสถานทูตยังเป็นไม่ได้
คลิปเสียงนายกฯ นำมาซึ่งความหมดใจของคนไทย
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า จากบทสนทนาดังกล่าว ทำไมนายกฯ ต้องไปบอกว่าจะทำหรือไม่ทำ ถ้าดูเฉพาะประโยคแรกนั้นถือเป็นรายงานตามระบบ แต่ประโยคที่บอกว่า “ไม่ได้บอกว่าจะทำ” นี่ต่างหากที่ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วมติสภาความมั่นคงแห่งชาติที่นายกฯ ใช้มือเขียน แต่ใช้ตีนลบนั้น แปลว่าอะไร
รายละเอียดตรงนี้นั้นนำมาซึ่งความหมดใจของคนไทย จะบอกว่าไม่รู้ว่าจะถูกอัดเสียงไม่ได้ เพราะนี่คือการยุทธของประเทศ ต่อให้ไปคุยกันในที่ลับ ต่างฝ่ายก็ต้องรักษาความลับจรรยาบรรณของบริษัทแต่ละฝ่าย
รศ.ดร.ธนพร กล่าวต่อว่า นี่คือ SOP (Standard Operating Procedure หรือ ขั้นตอนปฏิบัติงานมาตรฐาน) ธรรมดา นายกฯ ประเทศไทยไม่เข้าใจ SOP ธรรมดา ท่านยังมีหน้าประกาศว่าสัญชาติไทยอีกหรือ นายกฯ อ่อนด้อยขนาดนี้ ถ้าอยู่ต่อ มีหลักประกันอะไร
ส่วน ผบ. เหล่าทัพที่อยู่ด้านหลัง มั่นใจหรือว่าไม่ถูกนายกฯ เอาไปด่าให้ฮุน เซน ฟังในคลิปก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจจะมีก็ได้
“รวมไทยสร้างชาติ” พรรคน่าติดตามเป็นพิเศษ
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า ตนยืนยันว่า กรณีนายกฯ ตำหนิแม่ทัพภาคที่ 2 ทหารนั้นโดนตำหนิได้ ยกตัวอย่างพ่อนายกฯ ก็เคยตำหนิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ออกสื่อต่อหน้าสาธารณชน ทหารนั้นจะรู้สึกอย่างไรไม่รู้ แต่ถ้าเป็นเรื่องภายในประเทศภายใต้สายผู้บังคับบัญชา ไม่มีปัญหา เขาเข้าใจ แต่จะพอใจไม่เข้าใจนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่ไปด่าให้ฮุน เซน ฟัง
หากนายกฯ บอกว่า “ฉันเป็นนายกฯ ฟังฉัน” เท่านั้น ก็จบ แต่หากเทียบน้ำหนักกับเรื่องที่พูดกันก่อนหน้านี้ เรื่องนั้นหนักกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของความเหมาะความควร เป็นความรู้สึกซึ่งทำให้ความไว้วางใจในตัวผู้บังคับบัญชานั้นไม่มี ซึ่งเวลาจะรบเรื่องขวัญกำลังใจนั้นมีผล
รศ.ดร.ธนพร กล่าวต่อว่า พรรคที่เราควรตั้งคำถามเป็นพิเศษคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะเป็นดีเอ็นเอ “ลุงตู่” พรรคนี้แบ่งเป็น 2 ขั้ว ชอบไปถ่ายรูปกับลุงตู่ พร้อมเดินตามอุดมการณ์ของท่าน ตนเสียใจที่ลุงตู่เจอแก๊งต้มตุ๋นหลอกต้ม
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา รศ.ดร.ธนพร คาดหวังว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะล้างเมมโมรี่ความไร้สัจจะของพ่อ 1 ครั้ง เพราะคุณพ่อท่านไปบอกว่าสัจจะ แต่รอยด่างของพ่อท่านคือ เคยรับปากว่าจะลาออก แต่ทะลึ่งไปยุบสภา แปลว่าไม่รักษาสัจจะ แต่ตนก็ไม่ได้คาดหวัง เป็นเรื่องการตัดสินใจของท่าน
ประเทศไทยไม่มีเวลาเสี่ยงกับความไร้เดียงสา
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า ในการรบทัพจับศึก ต้องลดความเสี่ยงที่จะผิดพลาด หลักมีแค่นี้ ตนไม่ปฏิเสธว่าวันนี้นายกฯ นายน้อยคิดจะแก้ตัว ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน ไม่ว่าอะไรกัน แต่ต้องถามคนไทยกลับว่า พร้อมจะเสี่ยงกับผู้นำแบบนี้อีกไหมก็เท่านั้น ถ้าพรรคร่วมยืนยันสนับสนุนก็ปล่อยให้เป็นไปตามกลไก
รศ.ดร.ธนพร มองว่า ต่อไปพ่อนายกฯ จะไปดูดแกนนำพรรคสีน้ำเงินอย่าง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เวลานายใหญ่ดูดต้องดูดบ้านใหญ่ ใครจะไปดูดทีละคนสองคนเหมือนเด็ก ๆ เหมือนโมเดลบ้านใหญ่แป้งมันโคราช มาทีหนึ่ง 12 คน
อย่างไรก็ตาม นายใหญ่อย่าประมาท เพราะเกมดูดนั้น “ครูใหญ่” ก็เป็น ทั้ง พ.ร.บ.กาสิโน หรืออีกหลายเรื่องในสภา ตนเตือนนายใหญ่ก่อนว่าเวลาจะโหวตให้ไปเช็กให้ดี ไม่ใช่พอถึงเวลาแล้วติดงานศพ รถชนท้าย ถ้าจะให้ดี จับตรวจสุขภาพไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาป่วยในช่วงเวลาสำคัญ คะแนนจะหาย
รศ.ดร.ธนพร กล่าวต่อว่า พูดตรง ๆ หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ประเทศไทยไม่มีเวลาไปเสี่ยงกับความไร้เดียงสาแบบนี้ ตอนเชมเบอร์เลนเปลี่ยนเป็นเชอร์ชิล ตนว่าฮิตเลอร์ก็หัวเราะ แต่อังกฤษชนะสงคราม ประเทศมหาอำนาจอย่างน้อยสองประเทศเปลี่ยนผู้นำระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะทั้งสองคนนั้นห่วย
เพราะฉะนั้นจะเปลี่ยนนายกฯ ห่วย ๆ ของประเทศไทยนั้นจะมีปัญหาอะไร
แต่สิ่งหนึ่งที่เราดีใจได้คือ วิธีการแก้ปัญหาด้วยการเรียกหาอัศวินขี่ม้าขาว หากมองในเชิงคุณค่า เป็นความสำเร็จร่วมกัน เราอาจไม่เห็นตรงกันได้ แต่แนวทางหลักวันนี้ตนดีใจที่มันเกิดขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลร่อนแถลงการณ์ ย้ำ นายกฯ มีเจตจำนงปกป้องอธิปไตย-รักษาผลประโยชน์ชาติ
“นายกฯ อิ๊งค์” เตรียมลงพื้นที่อุบลฯ พรุ่งนี้ พบแม่ทัพภาค 2
สว.ล่าชื่อยื่นถอดถอน “นายกฯ” ซัดคลิปเสียงหลุดร้ายแรงกว่านิรโทษกรรมสุดซอย!
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ธนพร" ชี้ "แพทองธาร" มือไม่ถึง ไทยไม่มีเวลาให้เสี่ยงกับความไร้เดียงสา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com