สหรัฐเปิดยื่นวีซ่าน.ร.ต่างชาติอีกครั้ง ตรวจโซเชียลเข้ม ต้องตั้งค่าสาธารณะ ทัศนคติเป็นปฏิบักษ์ปัดตก
สหรัฐเปิดยื่นวีซ่าน.ร.ต่างชาติอีกครั้ง ตรวจโซเชียลเข้ม ต้องตั้งค่าสาธารณะ ทัศนคติเป็นปฏิบักษ์ปัดตก
รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ให้กลับมาเปิดการนัดหมายขอวีซ่านักเรียนอีกครั้ง หลังสั่งระงับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่จะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบข้อมูลบนโซเชียลมีเดียอย่างหนัก เพื่อดูว่าผู้ยื่นขอวีซ่ารายใดที่อาจมีทัศนคติเป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐ
โทรเลขภายในของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐลงวันที่ 18 มิถุนายน ที่มีการส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐทั่วโลกในวันเดียวกันนั้น ระบุว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลของสหรัฐจะต้องทำการตรวจสอบอย่างรอบด้านและละเอียดถี่ถ้วน สำหรับผู้สมัครวีซ่าทุกคนในกลุ่มนักเรียนและวีซ่าสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนต่างๆ เพื่อระบุตัวบุคคลที่มี “ทัศนคติเป็นศัตรูต่อประชาชน วัฒนธรรม รัฐบาล สถาบัน หรือหลักการก่อตั้งประเทศของเรา”
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม รัฐบาลทรัมป์ได้มีคำสั่งให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐทั่วโลก หยุดการเปิดรับนัดหมายผู้สมัครวีซ่านักเรียนและวีซ่าของผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน โดยระบุว่าจะมีการขยายการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของนักเรียนต่างชาติ โดยนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในขณะนั้นว่า จะมีการเผยแพร่แนวทางปฏิบัติฉบับใหม่เมื่อการทบทวนแล้วเสร็จ
ในเอกสารลงวันที่ 18 มิถุนายนซึ่งลงนามโดยรูบิโอที่ส่งถึงเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐทั่วโลก ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่พิจารณาผู้สมัครที่มีประวัติการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะหากเกี่ยวข้องกับ ความรุนแรง แนวคิด และการกระทำ ที่กล่าวถึงข้างต้น โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาความเป็นไปได้ว่าบุคคลเหล่านี้ จะยังคงดำเนินกิจกรรมลักษณะดังกล่าวเมื่อเข้ามาในสหรัฐหรือไม่
เอกสารดังกล่าวยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลในการขอให้ผู้สมัครตั้งค่าบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดของพวกเขาเป็นสาธารณะ พร้อมกับให้แจ้งผู้สมัครว่า หากพวกเขาจำกัดการเข้าถึงข้อมูลออนไลน์ของตนเอง อาจถูกตีความว่าเป็นความพยายามในการปกปิดหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่าง
คำสั่งดังกล่าวยังเน้นด้วยว่า กระบวนการตรวจสอบใหม่ต้องครอบคลุม “การแสดงตัวตนทางออนไลน์ทั้งหมด” ของผู้สมัคร ไม่จำกัดเฉพาะกิจกรรมในโซเชียลมีเดีย แต่ยังให้เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือค้นหาใดๆ ที่เหมาะสมหรือแหล่งข้อมูลออนไลน์อื่นๆ ในการตรวจสอบประวัติของผู้ยื่นขอวีซ่าประเภทด้วย
ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ต้องค้นหาข้อมูลที่อาจแสดงถึงการวิจารณ์อย่างรุนแรงหรือแสดงทัศนคติในทางลบ ที่อาจไม่เหมาะสมหรือเป็นภัยต่อสหรัฐ อาทิเช่น หากพบว่าผู้สมัครแสดงการสนับสนุนฮามาส หรือกิจกรรมของฮามาสในโซเชียลมีเดีย ก็อาจเป็นเหตุให้ไม่ผ่านการพิจารณาวีซ่าได้
เอกสารระบุให้สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่สหรัฐทั่วโลกเริ่มดำเนินการตรวจสอบโซเชียลมีเดียและข้อมูลออนไลน์ของผู้ยื่นขอวีซ่าประเภทเหล่านี้ภายใน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับคำสั่ง
รูบิโอ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศและที่ปรึกษาความมั่นคงของทรัมป์ ยังระบุว่า เขาได้เพิกถอนวีซ่าของผู้คนหลายร้อยหรืออาจถึงหลักพันราย ซึ่งรวมถึงนักเรียนต่างชาติ เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ขัดต่อเป้าหมายด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ
ทั้งนี้ กิจกรรมเหล่านั้นยังรวมถึงการแสดงท่าทีสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ และการวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลต่อการกระทำสงครามในฉนวนกาซา
ก่อนหน้านี้นักศึกษาตุรกีในมหาวิทยาลัยทัฟส์ที่ได้ทุนฟลูไบรท์ของสหรัฐ ถูกจับไปควบคุมตัวนานกว่า 6 สัปดาห์ในศูนย์กักกันผู้อพยพ เพราะได้ร่วมเขียนบทความแสดงความคิดเห็นที่ วิจารณ์การตอบสนองของมหาวิทยาลัยต่อสงครามในกาซา ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวหลังจากนั้น จากคำสั่งของผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลาง
แม้ว่านโยบายฉบับใหม่นี้จะอนุญาตให้สถานทูตกลับมารับนัดหมายวีซ่านักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนได้ แต่ก็เตือนว่าอาจต้องลดจำนวนการนัดหมาย เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบที่ใช้เวลามากขึ้น
โดยในคำสั่งยังแจ้งให้สถานทูตให้ความสำคัญกับการนัดหมายด่วนสำหรับแพทย์ต่างชาติ ที่เข้าร่วมโครงการแพทย์ผ่านวีซ่าแลกเปลี่ยน รวมถึงนักเรียนที่สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของสหรัฐ ซึ่งมีนักเรียนต่างชาติน้อยกว่า 15% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
ในกรณีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่และมั่งคั่งที่สุดของสหรัฐ ที่กำลังถูกโจมตีจากรัฐบาลทรัมป์ผ่านการอายัดเงินทุนหลายพันล้านดอลลาร์ และมาตรการอื่นๆ ในปีที่ผ่านมามีนักเรียนต่างชาติประมาณ 27% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
นโยบายเพิ่มการคัดกรองอย่างเข้มข้นใหม่ดังกล่าวมีขึ้น หลังจากการทดลองการคัดกรองอย่างเข้มข้นกับผู้ขอวีซ่าไปยังมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไม่ว่าด้วยจุดประสงค์ใด โดยเอกสารแยกของกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การดำเนินการนี้จะถูกใช้เป็น “โครงการนำร่อง” สำหรับการขยายการคัดกรองในวงกว้าง
ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลทรัมป์กล่าวหาว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ที่ได้รับการคุ้มครองตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมครั้งแรกของรัฐธรรมนูญสหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สหรัฐเปิดยื่นวีซ่าน.ร.ต่างชาติอีกครั้ง ตรวจโซเชียลเข้ม ต้องตั้งค่าสาธารณะ ทัศนคติเป็นปฏิบักษ์ปัดตก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th