โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก! “ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย” ประธานเจบีซีฝ่ายไทย

SpringNews

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 06.09 น.

การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ที่จะจัดขึ้นวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ความเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะท่าทีของรัฐบาลกัมพูชา ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ที่มีอดีตนายกฯ ฮุน เซน คอยหนุนหลังอยู่เงียบๆ พร้อมยืนกรานหนักแน่นว่า “ข้อพิพาทเขตแดนไทย-กัมพูชา ต้องขึ้นศาลโลกเท่านั้น ไม่คุยในเวที JBC”

ในขณะที่ฝ่ายไทย ยืนยันจะขอเจรจาบนโต๊ะ JBC ให้ได้ จึงเป็นภารกิจหนักของคณะเจบีซีไทย ที่ต้องรับมือกับท่าทีแข็งกร้าวของกัมพูชา โดยมี “ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย” เป็นแม่ทัพใหญ่ในศึกการทูตครั้งนี้

ประศาสน์คือใคร ทำไมถึง “รู้เท่าทัน” กัมพูชา?

ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย คืออดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ผู้คร่ำหวอดในแวดวงการทูต และถือเป็นหนึ่งในนักการทูตที่ “รู้เขารู้เรา” รับรู้จังหวะก้าวกัมพูชา บนเวทีเจรจาระหว่างประเทศมากที่สุดคนหนึ่งในประเด็นเขตแดนกัมพูชา

เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ดังนี้:

  • เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เมียนมา
  • เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ (ได้รับแต่งตั้งโดยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อ 7 ก.ย. 2552)
  • เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ (2554)
  • เอกอัครราชทูตไทย ณ คูเวต

ผู้เล่นตัวจริงในสนามการทูตยุคตึงเครียด

ย้อนกลับไปปี 2552 ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาระอุถึงขีดสุด หลังจากทางการกัมพูชาตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวนายกฯ ฮุนเซน ขณะนั้น นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ จึงเรียกตัว นายประศาสน์ กลับจากกรุงพนมเปญเป็นการตอบโต้ทางการกัมพูชา ที่แต่งตั้งพันตำรวจโททักษิณ และทางกัมพูชาเอง ก็ได้เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยกลับ เพื่อเป็นการตอบโต้เช่นเดียวกัน ก่อนที่นายทักษิณ ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาดังกล่าว

แต่ในปี 2553 หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย นายประศาสน์ก็ถูกส่งกลับไปรับตำแหน่งทูต ณ พนมเปญอีกครั้ง เพื่อสานสัมพันธ์และฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต

นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทสำคัญในการยื่นหนังสือขออภัยโทษให้แก่นายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ที่ถูกจับข้อหาล่วงล้ำแดนและจารกรรมในกัมพูชา แต่คำขอถูกปฏิเสธตามกฎหมายท้องถิ่น ที่กำหนดให้ต้องรับโทษอย่างน้อย 2 ใน 3 ก่อนจึงจะขออภัยโทษได้

ตอบโจทย์เวทีเจรจาตัวเลือกที่สร้างความั่นใจ… และข้อกังขา

นอกจากประสบการณ์ทางการทูตแล้ว นายประศาสน์ ยังมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการรับมือกับปมปัญหาเขตแดนที่ซับซ้อน และการเจรจาที่ยืดเยื้อมาเป็นสิบปี แต่ก็มีทั้งเสียงสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศ และเสียงคัดค้านจาก ฝ่ายเครือข่ายนักเคลื่อนไหว เช่น วีระ สมความคิด ซึ่งตั้งคำถามว่า ท่าทีของนายประศาสน์ที่ยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 แบบกัมพูชา ซึ่งขัดแย้งกับแผนที่ 1:50,000 ที่ทางไทยยึด ทำให้ตั้งข้อกังขาว่าคนที่มีจุดยืนแบบนี้ได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่นี้ได้อย่างไร

โฉมหน้าทีม JBC ฝ่ายไทย

สำหรับคณะกรรมาธิการ JBC ฝ่ายไทย ที่จะร่วมประชุม ณ กรุงพนมเปญ วันที่ 14 มิ.ย. 2568 ประกอบด้วยบุคคลสำคัญจากหลายหน่วยงาน เช่น

  • ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย : ประธานคณะกรรมาธิการ
  • ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หรือผู้แทน : รองประธานฯ
  • เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
  • เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ
  • อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย
  • อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก
  • อธิบดีกรมการปกครอง
  • เจ้ากรมแผนที่ทหาร, เจ้ากรมอุทกศาสตร์
  • ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
  • ตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย, กองทัพไทย, ทัพบก และทัพเรือ

รวมถึงฝ่ายเลขานุการจากกรมสนธิสัญญาฯ และล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าได้มีการแต่งตั้ง พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทสส. เป็น “ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ” นี้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...