โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข่าวเศร้า! เจ้าสัววานิช ไชยวรรณ ได้จากไปเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 สิริอายุ 93 ปี

The Better

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 06.10 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 12.27 น. • THE BETTER
เจ้าสัววานิช ไชยวรรณ นักธุรกิจไทย, ประธานกิตติคุณและอดีตประธานกรรมการบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) หนึ่งในบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดระดับท็อปทรีของประเทศที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัทธนาคารไทยเครดิต

เจ้าสัว วานิช ไชยวรรณ เกิด 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2475 มี บุตร-ธิดา 8 คน โดย นายไชย ไชยวรรณ บุตรชาย เป็นกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยประกันชีวิต นายวิญญู ไชยวรรณ บุตรชายเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารไทยเครดิต นางวรางค์ ไชยวรรณ บุตรีเป็นกรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นายวีรเวท ไชยวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและธนบดี ธนาคารไทยเครดิต

นาย วานิช ไชยวรรณเป็นผู้ถือหุ้นประมาณ 60% ของ บมจ.ไทยประกันชีวิต

จากข้อมูลของ “Forbes Thailand“ เผยว่า เมื่อปี 2513 วานิช ไชยวรรณ ได้เข้ามาดูแลบริษัทไทยประกันชีวิต ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรและการบริหาร รวมทั้งออกแบบกรมธรรม์ให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยมากขึ้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์ และได้ขับเคลื่อนพัฒนาองค์กรเรื่อยมา

อย่างไรก็ตาม ประกันชีวิต คือ หนึ่งในธุรกิจที่สื่อสารกับผู้คนได้ยากที่สุดโดยเฉพาะในสังคมไทย ที่มีความเชื่อว่ามาขายประกันให้เขาเท่ากับแช่งให้เจ็บให้เสียหรือเปล่า หรือแม้แต่แนวคิดที่ว่าจ่ายไปไม่ป่วยไม่ไข้ อย่างไรก็ไม่คุ้ม นั่นทำให้เมื่อก่อนหลายคนเลือกจะเบือนหน้าหนี โดยเฉพาะเป็นของไทย ซึ่งถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือ

แต่ถึงอย่างนั้น ไทยประกันชีวิตก็ใช้ความกังวลนี้ให้เป็นจุดแข็ง ด้วยการที่เป็นบริษัทประกันของไทยนี่แหละ ทำให้ดูแลชีวิตคนไทยได้ดีที่สุด และพยายามสร้างการรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกัน โดยเน้นการจำหน่ายผ่านตัวแทนเป็นหลัก พร้อมทั้งเริ่มนำเครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้เป็นเจ้าแรก ๆ ของบริษัทประกันภัย

ด้วยความมุ่งมั่นทำให้ไทยประกันชีวิตเติบโตได้ดีและแข็งแรงมาก รวมทั้งในยุคหลัง ๆ มาก็เริ่มมีการทำการตลาดด้วย “ภาพยนตร์โฆษณา” ที่ซึ้งจับใจผู้ชม เป็นการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและชัดเจนว่าไทยประกันชีวิตห่วงใยชีวิตคนไทยมากแค่ไหน และกลายเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งของไทย

ต่อมาเจ้าสัววานิชได้ส่งไม้ต่อให้ลูกชาย “ไชย ไชยวรรณ” เข้ามารับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่

จนในเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ก็ได้นำไทยประกันชีวิตเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์ไทยไปเป็นที่เรียบร้อย โดยมีราคาเสนอขายสุงที่สุดในปี 2565 ที่ 16 บาทต่อหุ้น และสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทยประเภทธุรกิจประกันภัย ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กรในการเติบโตอย่างยั่งยืน

และที่น่าสนใจคือมี Meiji Yasuda Life Insurance Company หนึ่งในบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เข้ามาถือหุ้น 15% ทำให้เครือข่ายสประกันของไทยประกันชีวิตมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นด้วย

ทุกวันนี้ไทยประกันชีวิตประสบความสำเร็จมาก เป็นบริษัทประกันที่กินส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับสาม ที่ 14% แต่ก็ยังนับว่าเป็นเบอร์หนึ่งของประกันไทย ทั้งยังมีมูลค่าบริษัทสูงกว่า 5 แสนล้านบาท รายได้ต่อปีนับแสนล้าน มีตัวแทนกว่า 44,300 ราย ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ คิดเป็น 27% ของตัวแทนประกันทั้งหมดในไทย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด และมีศูนย์บริการ 263 แห่ง

นอกจากความสามารถในการสร้างธุรกิจประกันให้เติบโตอย่างยิ่งใหญ่แล้ว เจ้าสัววานิชยังร่วมก่อตั้ง “บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่” ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “Heineken” ในประเทศไทย พร้อมทั้งถือหุ้นในบริษัทเบียร์เจ้ายักษ์อย่าง “ไทย เบฟเวอเรจ” และยังมีธุรกิจธนาคารอย่าง “ธนาคารไทยเครดิต” ที่ให้ลูกชาย “วิญญู ไชยวรรณ” ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

โดยรวมแล้ว เจ้าสัววานิช ไชยวรรณ เป็นอีกหนึ่งนักธุรกิจที่มีทั้งความมุ่งมั่นและความสามารถ สร้างไทยประกันชีวิตให้เป็นอันดับหนึ่งประกันชีวิตไทยได้ และยังลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งก็ได้ส่งไม้ต่อให้กับลูก ๆ ที่มีความสามารถไม่แพ้กันได้ดูแลต่อ แต่แม้ว่าเขาได้ปล่อยวางตำแหน่งผู้นำ ความมั่งคั่งของเขาก็ยังมีมากถึง 136,000 ล้านบาท และถูกจัดให้เป็นมหาเศรษฐีที่รวยเป็นอันดับ 6 ในไทย โดยนิตยสาร Forbes Thailand ในปี 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...