ถอดรหัสความสำเร็จของ TOPS สู่รางวัลซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งปี ผ่านกลยุทธ์ T-O-P-S หัวใจสำคัญพาคว้ารางวัลใหญ่
ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใครๆ ก็รู้จักอย่าง TOPS วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ชอปปิงใกล้บ้าน แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่คว้ารางวัลระดับโลกจากเวที Retail Asia Awards ซึ่งเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จได้อย่างภาคภูมิ
ในยุคที่ธุรกิจค้าปลีกต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การจะครองใจลูกค้าและยืนหนึ่งในตลาดได้ ไม่ใช่แค่การมีสินค้าครบครันหรือโปรโมชั่นดึงดูดใจเท่านั้น แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่เฉียบคม วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และการทำงานที่ไปในทิศทางเดียวกันในทุกส่วนขององค์กร
การคว้ารางวัล “ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งปี” จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ T-O-P-S ที่วางรากฐานไว้ชัดเจน บทความนี้ TODAY Bizview จะพาคุณไปเจาะลึกว่า กลยุทธ์นี้มีปัจจัยอะไรอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของท็อปส์บ้าง
[ กลยุทธ์ T-O-P-S เสาหลักแห่งความสำเร็จ ]
- T – Truly World Class
พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันนี้ ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่เพียงตัวสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสบการณ์โดยรวมในการเลือกซื้อ ท็อปส์จึงปรับบทบาทของตัวเองจาก “พื้นที่ขายสินค้า” สู่ “พื้นที่ของประสบการณ์การเลือกซื้อ” ด้วยการคัดสรรสินค้าคุณภาพกว่า 50,000 รายการ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 80 ประเทศทั่วโลก รวมถึงแบรนด์ชั้นนำระดับสากลกว่า 210 แบรนด์ไว้ในที่เดียว นอกจากการนำเข้าสินค้าระดับโลก ท็อปส์ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มเกษตรกรไทย เพื่อผลักดันสินค้าคุณภาพจากท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง นอกจากนี้ยังมีสินค้าแบรนด์เอ็กซ์คลูซีพ (Only at TOPS) และสินค้า Own Brand ของ TOPS เอง ที่หลากหลายคุณภาพพรีเมียมกว่า 80 แบรนด์ ครอบคลุม 110 ประเภท รวมกว่า 5,000 รายการ ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล รวมถึงราคาเข้าถึงได้ จึงทำให้ผู้บริโภคสามารถค้นพบประสบการณ์การซื้อสินค้าจากทั่วทุกมุมโลกได้ในที่เดียวที่ท็อปส์
- O – Omni-Channel
ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเข้าถึงสินค้าและบริการผ่านช่องทางที่หลากหลายกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ท็อปส์จึงเดินหน้าขยายรูปแบบการให้บริการให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยพัฒนาเครือข่ายร้านค้าและช่องทางออนไลน์ควบคู่กัน
ปัจจุบัน ท็อปส์มีหน้าร้าน (Brick & Mortar store) ที่เปิดให้บริการทั่วประเทศใน 46 จังหวัด รวมกว่า 780 แห่ง พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มการให้บริการแบบออมนิแชแนล (Omnichannel) เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ซื้อสินค้าให้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มดิลิเวอรีรายใหญ่ของประเทศ TOPS Online, บริการ Quick Commerce หรือ 3P Marketplac ไปจนถึงช่องทางตลาดออนไลน์ เช่น TikTok รวมถึงบริการ Personal Shopper บริการผู้ช่วยชอปส่วนตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก เลือกซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา
การพัฒนารูปแบบการให้บริการในลักษณะนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค และสร้างทางเลือกที่เหมาะสมกับแต่ละไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น
- P – Pleasure
เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ระหว่างการเลือกซื้อ ท็อปส์ได้พัฒนาการให้บริการผ่านหลายมิติ ทั้งด้านสินค้า บรรยากาศภายในร้าน และเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การเลือกซื้อสะดวกขึ้น
หนึ่งในแนวทางที่ท็อปส์นำมาใช้ คือการจัดหมวดหมู่สินค้าเพื่อสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่แตกต่างและเหนือระดับ ด้วยพื้นที่ในรูปแบบ Room Concept ที่เชื่อมโยง 16 Wonders หรือ 16 โซนเอกลักษณ์เข้าด้วยกัน โดยแต่ละโซนมีดีไซน์ Mood and Tone เฉพาะตัว ช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าค้นหาและยกระดับประสบการณ์การชอปปิงให้สนุก เพลิดเพลิน และสะดวกสบายยิ่งขึ้น เช่น ผักและผลไม้สด (Fruits & Vegs) หรือ ขนมขบเคี้ยว (Snackers) ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์เท่านั้น รวมถึงไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Wine & Spirits) ที่นำเข้าตรงจากแหล่งผลิตไวน์ชั้นดีจากทั่วโลก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าที่หลากหลาย ตรงกับความต้องการมากขึ้น
ในด้านบริการ ท็อปส์ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมและประยุกต์ใช้ AI โซลูชัน ที่ทันสมัย สอดรับเทรนด์การเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น Yes! Program พัฒนาการให้บริการลูกค้า โดยทีมงานมืออาชีพที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์และความประทับใจภายในร้าน หรือ TOPS Chef Bot ผู้ช่วยชอปปิงอัจฉริยะที่พัฒนาโดย Google Cloud ช่วยวางแผนมื้ออาหาร แนะนำโปรโมชั่นที่เหมาะกับแต่ละบุคคล และเชื่อมต่อการชอปปิงออนไลน์กับออฟไลน์ไว้ด้วยกัน เป็นต้น
ท็อปส์ยังให้ความสำคัญกับการตั้งราคาสินค้าในระดับที่แข่งขันได้ พร้อมออกแบบแคมเปญการตลาดโดยอิงจากข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อโปรโมชั่นที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าตลอดปี
นอกจากนี้ ท็อปส์ยังวางตำแหน่งของตนเองให้เป็นมากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตและเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการชอปปิง ด้วยการรวบรวมสินค้าคุณภาพ ตั้งแต่วัตถุดิบทั่วไปไปจนถึงสินค้าพรีเมียม ทั้งในประเทศและนำเข้า โดยเน้นการคัดสรรที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นในตลาดค้าปลีกที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน
- S – Sustainability
ท็อปส์ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในทุกๆ มิติ เดินหน้าสานต่อแนวคิด “Small Acts Together” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ของท็อปส์ที่จะบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยสนับสนุนให้คู่ค้าและลูกค้าคนสำคัญเข้ามามีส่วนร่วมในการทำให้โลกน่าอยู่และยั่งยืน มุ่งสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยวางแผนงาน TOPS’ 12 Missions to Sustainable Retail’ เพื่อเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์ธุรกิจค้าปลีกสู่ความยั่งยืน ผ่าน 4 แกนสำคัญ ได้แก่
- ดูแลฐานราก ผลักดันผู้ผลิต (Curating): ช่วยเหลือเกษตรกรไทยผ่านตลาดจริงใจ Farmers’ Market กว่า 11,000 ครัวเรือน สนับสนุน SMEs ไทย ผ่านโครงการท็อปส์ ท้องถิ่นกว่า 100 ราย ปรับใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 40 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
- หมุนเวียน (Circulating): ด้วยนโยบายจัดการอาหารส่วนเกิน ลดจำนวนสินค้าใกล้หมดอายุ ส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่ชุมชนรวม 7 ล้านมื้อ รวมถึงการแปรรูปอาหารส่วนเกินเป็นผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง
- คิดค้นสร้างสรรค์ (Creating Green Innovation) : สร้างความยั่งยืน ในภาคส่วนโลจิสติกส์ มีแผนขยายการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) 24 คัน ภายในปี 2568 ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 13,335 ตัน
- แบ่งปัน (Contributing): ร่วมสมทบทุนบริจาคให้กับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ในโครงการเด็กทุกคนอ่านได้
[ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ TOPS ]
และไม่ใช่เพียงแค่กลยุทธ์ T-O-P-S ที่เป็นเสาหลักเพียงอย่างเดียว จะนำพาไปสู่ความสำเร็จได้ แต่เพราะท็อปส์มี CEO ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมากไปด้วยประสบการณ์ อย่าง Stephane Coumเป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้
- ประสบการณ์ระดับโลกที่หลากหลาย
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมค้าปลีกอาหารจากหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ตุรกี จีน มาเลเซีย และไทย Stephane Coum ได้นำแนวคิดระดับสากลมาผสมผสานกับความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลงตัว
- ผลงานเติบโตอย่างโดดเด่น
ภายใต้การนำของเขา Central Food Retail Group มีอัตราการเติบโตที่น่าประทับใจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 ด้วยยอดบิลเพิ่มขึ้น 11% และลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน พร้อมแผนการลงทุนกว่า 1,600 ล้านบาท และเป้าหมายขยายสาขาให้ครบ 1,000 แห่งภายในปี 2027
- นำที่ยึดหลัก “คน” เป็นศูนย์กลาง
เขาให้ความสำคัญกับการสื่อสาร การสนับสนุนทีมงาน และการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมกับทีมบริหารระดับสูง การพบปะพนักงานหน้าร้าน หรือการจัดกิจกรรมเชิดชูพนักงานประจำปี พร้อมยืนยันว่า “หากไม่มีเพื่อนร่วมงาน เราก็ไม่มีอะไรเลย”
- นักพัฒนาองค์กรที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม
เขาขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตด้วยการนำ AI มาปรับใช้ในกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และดำเนินนโยบายด้านความยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
- วางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง
เขาเปรียบการทำงานขององค์กรเหมือนกับทีมฟุตบอล ที่แม้จะไม่มีงบประมาณมากที่สุด แต่หากมีเป้าหมายที่ชัดเจน เคารพซึ่งกันและกัน และมีใจรักในสิ่งที่ทำ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่แพ้ใคร
- ผู้นำที่สมดุลทั้งงานและชีวิต
แม้บทบาทจะท้าทาย แต่เขายังให้ความสำคัญกับสุขภาพและกิจกรรมทีม ผ่านกีฬา ฟิตเนส และกิจกรรมสร้างทีม ด้วยแนวคิด “จิตใจที่แข็งแรงย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง” (Mens sana in corpore sano)
[ รางวัลแห่งความสำเร็จของ TOPS (2023-2025) ]
ด้วยกลยุทธ์ T-O-P-S อันเฉียบคมและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ CEO นำไปสู่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงคำพูด แต่ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจน ด้วยรางวัล “Supermarket of the Year” และรางวัลอื่น ๆ ที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในใจผู้บริโภค และความเป็นผู้นำด้านธุรกิจ Food Retail
- Retail Asia Awards (2024)– Supermarket of the Year(ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งปี)
- Global Brand Awards (2023)– Most Trusted Retail Brand(แบรนด์ค้าปลีกที่น่าเชื่อถือที่สุด), Most Innovative Retail Brand(แบรนด์ค้าปลีกที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยมที่สุด), และ Best Customer Experience (แบรนด์ค้าปลีกที่มีความเป็นเลิศในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ลูกค้า)
- Influential Brand Awards (2023)– Top Brand (Supermarket) and Top CEO (แบรนด์ยอดนิยม (ซูเปอร์มาร์เก็ต) และ CEO ยอดเยี่ยม)
- ESG Business Awards (2024)– Food Waste Reduction (การลดขยะอาหาร)
- AMCHAM Corporate Social Impact Recognition (2024)– ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 14 ปี
- World Branding Awards (2024 – 2025) – Brand of the Year (Supermarket) (แบรนด์แห่งปี: ซูเปอร์มาร์เก็ต)
- NACS Award (2025) – Convenience Retailer of the Year (TOPS daily) ร้านสะดวกซื้อแห่งปี
- Great Place to Work (2024 – 2025) – Great Place to Work Certification 2025 ได้รับการรับรองว่าเป็นองค์กรที่น่าทำงาน ปี 2025
[ TOPS คือองค์กรที่ให้พนักงานเติบโตไปด้วยกัน]
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ท็อปส์สามารถคว้ารางวัล Great Place to Work Certification 2025 องค์กรที่น่าทำงาน ปี 2025 นั้น เพราะหัวใจของ TOPS คือพนักงานกว่า 13,000 คน ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญขององค์กร ท็อปส์เชื่อว่าที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมเริ่มต้นจากวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง ผ่าน Topster Way Culture และ I-CARE Core Values ซึ่งประกอบด้วย นวัตกรรม (Innovation), ลูกค้า (Customer), คู่ค้า/พันธมิตร (Alliance), ความสัมพันธ์อันดี (Relationship), และจริยธรรม (Ethics)
โดยท็อปส์ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพนักงาน อาทิ
- จัดโครงการเสริมสร้างความผูกพันและทีมเวิร์กมากกว่า 30 โครงการ ในปี 2024 เพื่อให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
- จัดหลักสูตรฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานมากกว่า 180 หลักสูตร เพื่อเสริมทักษะและเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในสายอาชีพ
- มอบรางวัล BRAVO Awards กว่า 51 รางวัล ให้กับพนักงานที่มีผลงานโดดเด่นและทุ่มเทให้กับองค์กร
- โครงการ YES! Program ประสบความสำเร็จ ด้วยคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าต่อการให้บริการของพนักงานสูงถึง 93%
- ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน องค์กรที่น่าทำงานที่สุดในประเทศไทย (Thailand’s Great Places to Work) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลพนักงานทั้งด้านการมีส่วนร่วม การพัฒนา และคุณภาพชีวิตที่ดี
ท็อปส์ให้พนักงานมีอิสระในการเติบโต สร้างสรรค์ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกวัน โดยความเชื่อมั่นว่าการที่พนักงานมีความสุขและมีแรงบันดาลใจ คือกุญแจสู่ประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยม และเป็นรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืน
เมื่อมองย้อนกลับไปที่ความสำเร็จของท็อปส์ในวันนี้ จะเห็นได้ว่าทุกองค์ประกอบไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจอย่างจริงจังในทุกมิติ ตั้งแต่กลยุทธ์ T-O-P-S ไปจนถึงการมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และพนักงานที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน การคว้ารางวัล “ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งปี” และอีกหลากหลายรางวัลที่ได้รับ ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จในระดับองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าท็อปส์ไม่ใช่แค่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เป็นแบรนด์ที่ผู้คนไว้วางใจและรักในทุกๆ วัน ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก