โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัสความสำเร็จของ TOPS สู่รางวัลซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งปี ผ่านกลยุทธ์ T-O-P-S หัวใจสำคัญพาคว้ารางวัลใหญ่

TODAY

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.55 น. • workpointTODAY

ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใครๆ ก็รู้จักอย่าง TOPS วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ชอปปิงใกล้บ้าน แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่คว้ารางวัลระดับโลกจากเวที Retail Asia Awards ซึ่งเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จได้อย่างภาคภูมิ

ในยุคที่ธุรกิจค้าปลีกต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การจะครองใจลูกค้าและยืนหนึ่งในตลาดได้ ไม่ใช่แค่การมีสินค้าครบครันหรือโปรโมชั่นดึงดูดใจเท่านั้น แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่เฉียบคม วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และการทำงานที่ไปในทิศทางเดียวกันในทุกส่วนขององค์กร

การคว้ารางวัล “ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งปี” จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ T-O-P-S ที่วางรากฐานไว้ชัดเจน บทความนี้ TODAY Bizview จะพาคุณไปเจาะลึกว่า กลยุทธ์นี้มีปัจจัยอะไรอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของท็อปส์บ้าง

[ กลยุทธ์ T-O-P-S เสาหลักแห่งความสำเร็จ ]

  • T – Truly World Class

พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันนี้ ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่เพียงตัวสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสบการณ์โดยรวมในการเลือกซื้อ ท็อปส์จึงปรับบทบาทของตัวเองจาก “พื้นที่ขายสินค้า” สู่ “พื้นที่ของประสบการณ์การเลือกซื้อ” ด้วยการคัดสรรสินค้าคุณภาพกว่า 50,000 รายการ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 80 ประเทศทั่วโลก รวมถึงแบรนด์ชั้นนำระดับสากลกว่า 210 แบรนด์ไว้ในที่เดียว นอกจากการนำเข้าสินค้าระดับโลก ท็อปส์ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มเกษตรกรไทย เพื่อผลักดันสินค้าคุณภาพจากท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง นอกจากนี้ยังมีสินค้าแบรนด์เอ็กซ์คลูซีพ (Only at TOPS) และสินค้า Own Brand ของ TOPS เอง ที่หลากหลายคุณภาพพรีเมียมกว่า 80 แบรนด์ ครอบคลุม 110 ประเภท รวมกว่า 5,000 รายการ ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล รวมถึงราคาเข้าถึงได้ จึงทำให้ผู้บริโภคสามารถค้นพบประสบการณ์การซื้อสินค้าจากทั่วทุกมุมโลกได้ในที่เดียวที่ท็อปส์

  • O – Omni-Channel

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเข้าถึงสินค้าและบริการผ่านช่องทางที่หลากหลายกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ท็อปส์จึงเดินหน้าขยายรูปแบบการให้บริการให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยพัฒนาเครือข่ายร้านค้าและช่องทางออนไลน์ควบคู่กัน

ปัจจุบัน ท็อปส์มีหน้าร้าน (Brick & Mortar store) ที่เปิดให้บริการทั่วประเทศใน 46 จังหวัด รวมกว่า 780 แห่ง พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มการให้บริการแบบออมนิแชแนล (Omnichannel) เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ซื้อสินค้าให้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มดิลิเวอรีรายใหญ่ของประเทศ TOPS Online, บริการ Quick Commerce หรือ 3P Marketplac ไปจนถึงช่องทางตลาดออนไลน์ เช่น TikTok รวมถึงบริการ Personal Shopper บริการผู้ช่วยชอปส่วนตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก เลือกซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา

การพัฒนารูปแบบการให้บริการในลักษณะนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค และสร้างทางเลือกที่เหมาะสมกับแต่ละไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น

  • P – Pleasure

เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ระหว่างการเลือกซื้อ ท็อปส์ได้พัฒนาการให้บริการผ่านหลายมิติ ทั้งด้านสินค้า บรรยากาศภายในร้าน และเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การเลือกซื้อสะดวกขึ้น

หนึ่งในแนวทางที่ท็อปส์นำมาใช้ คือการจัดหมวดหมู่สินค้าเพื่อสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่แตกต่างและเหนือระดับ ด้วยพื้นที่ในรูปแบบ Room Concept ที่เชื่อมโยง 16 Wonders หรือ 16 โซนเอกลักษณ์เข้าด้วยกัน โดยแต่ละโซนมีดีไซน์ Mood and Tone เฉพาะตัว ช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าค้นหาและยกระดับประสบการณ์การชอปปิงให้สนุก เพลิดเพลิน และสะดวกสบายยิ่งขึ้น เช่น ผักและผลไม้สด (Fruits & Vegs) หรือ ขนมขบเคี้ยว (Snackers) ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์เท่านั้น รวมถึงไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Wine & Spirits) ที่นำเข้าตรงจากแหล่งผลิตไวน์ชั้นดีจากทั่วโลก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าที่หลากหลาย ตรงกับความต้องการมากขึ้น

ในด้านบริการ ท็อปส์ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมและประยุกต์ใช้ AI โซลูชัน ที่ทันสมัย สอดรับเทรนด์การเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น Yes! Program พัฒนาการให้บริการลูกค้า โดยทีมงานมืออาชีพที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์และความประทับใจภายในร้าน หรือ TOPS Chef Bot ผู้ช่วยชอปปิงอัจฉริยะที่พัฒนาโดย Google Cloud ช่วยวางแผนมื้ออาหาร แนะนำโปรโมชั่นที่เหมาะกับแต่ละบุคคล และเชื่อมต่อการชอปปิงออนไลน์กับออฟไลน์ไว้ด้วยกัน เป็นต้น

ท็อปส์ยังให้ความสำคัญกับการตั้งราคาสินค้าในระดับที่แข่งขันได้ พร้อมออกแบบแคมเปญการตลาดโดยอิงจากข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อโปรโมชั่นที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าตลอดปี

นอกจากนี้ ท็อปส์ยังวางตำแหน่งของตนเองให้เป็นมากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตและเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการชอปปิง ด้วยการรวบรวมสินค้าคุณภาพ ตั้งแต่วัตถุดิบทั่วไปไปจนถึงสินค้าพรีเมียม ทั้งในประเทศและนำเข้า โดยเน้นการคัดสรรที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นในตลาดค้าปลีกที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน

  • S – Sustainability

ท็อปส์ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในทุกๆ มิติ เดินหน้าสานต่อแนวคิด “Small Acts Together” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ของท็อปส์ที่จะบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยสนับสนุนให้คู่ค้าและลูกค้าคนสำคัญเข้ามามีส่วนร่วมในการทำให้โลกน่าอยู่และยั่งยืน มุ่งสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยวางแผนงาน TOPS’ 12 Missions to Sustainable Retail’ เพื่อเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์ธุรกิจค้าปลีกสู่ความยั่งยืน ผ่าน 4 แกนสำคัญ ได้แก่

  • ดูแลฐานราก ผลักดันผู้ผลิต (Curating): ช่วยเหลือเกษตรกรไทยผ่านตลาดจริงใจ Farmers’ Market กว่า 11,000 ครัวเรือน สนับสนุน SMEs ไทย ผ่านโครงการท็อปส์ ท้องถิ่นกว่า 100 ราย ปรับใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 40 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
  • หมุนเวียน (Circulating): ด้วยนโยบายจัดการอาหารส่วนเกิน ลดจำนวนสินค้าใกล้หมดอายุ ส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่ชุมชนรวม 7 ล้านมื้อ รวมถึงการแปรรูปอาหารส่วนเกินเป็นผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง
  • คิดค้นสร้างสรรค์ (Creating Green Innovation) : สร้างความยั่งยืน ในภาคส่วนโลจิสติกส์ มีแผนขยายการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) 24 คัน ภายในปี 2568 ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 13,335 ตัน
  • แบ่งปัน (Contributing): ร่วมสมทบทุนบริจาคให้กับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ในโครงการเด็กทุกคนอ่านได้

[ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ TOPS ]

และไม่ใช่เพียงแค่กลยุทธ์ T-O-P-S ที่เป็นเสาหลักเพียงอย่างเดียว จะนำพาไปสู่ความสำเร็จได้ แต่เพราะท็อปส์มี CEO ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมากไปด้วยประสบการณ์ อย่าง Stephane Coumเป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้

  • ประสบการณ์ระดับโลกที่หลากหลาย

ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมค้าปลีกอาหารจากหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ตุรกี จีน มาเลเซีย และไทย Stephane Coum ได้นำแนวคิดระดับสากลมาผสมผสานกับความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลงตัว

  • ผลงานเติบโตอย่างโดดเด่น

ภายใต้การนำของเขา Central Food Retail Group มีอัตราการเติบโตที่น่าประทับใจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 ด้วยยอดบิลเพิ่มขึ้น 11% และลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน พร้อมแผนการลงทุนกว่า 1,600 ล้านบาท และเป้าหมายขยายสาขาให้ครบ 1,000 แห่งภายในปี 2027

  • นำที่ยึดหลัก “คน” เป็นศูนย์กลาง

เขาให้ความสำคัญกับการสื่อสาร การสนับสนุนทีมงาน และการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมกับทีมบริหารระดับสูง การพบปะพนักงานหน้าร้าน หรือการจัดกิจกรรมเชิดชูพนักงานประจำปี พร้อมยืนยันว่า “หากไม่มีเพื่อนร่วมงาน เราก็ไม่มีอะไรเลย”

  • นักพัฒนาองค์กรที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม

เขาขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตด้วยการนำ AI มาปรับใช้ในกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และดำเนินนโยบายด้านความยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

  • วางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง

เขาเปรียบการทำงานขององค์กรเหมือนกับทีมฟุตบอล ที่แม้จะไม่มีงบประมาณมากที่สุด แต่หากมีเป้าหมายที่ชัดเจน เคารพซึ่งกันและกัน และมีใจรักในสิ่งที่ทำ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่แพ้ใคร

  • ผู้นำที่สมดุลทั้งงานและชีวิต

แม้บทบาทจะท้าทาย แต่เขายังให้ความสำคัญกับสุขภาพและกิจกรรมทีม ผ่านกีฬา ฟิตเนส และกิจกรรมสร้างทีม ด้วยแนวคิด “จิตใจที่แข็งแรงย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง” (Mens sana in corpore sano)

[ รางวัลแห่งความสำเร็จของ TOPS (2023-2025) ]

ด้วยกลยุทธ์ T-O-P-S อันเฉียบคมและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ CEO นำไปสู่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงคำพูด แต่ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจน ด้วยรางวัล “Supermarket of the Year” และรางวัลอื่น ๆ ที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในใจผู้บริโภค และความเป็นผู้นำด้านธุรกิจ Food Retail

  • Retail Asia Awards (2024)Supermarket of the Year(ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งปี)
  • Global Brand Awards (2023)Most Trusted Retail Brand(แบรนด์ค้าปลีกที่น่าเชื่อถือที่สุด), Most Innovative Retail Brand(แบรนด์ค้าปลีกที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยมที่สุด), และ Best Customer Experience (แบรนด์ค้าปลีกที่มีความเป็นเลิศในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ลูกค้า)
  • Influential Brand Awards (2023)– Top Brand (Supermarket) and Top CEO (แบรนด์ยอดนิยม (ซูเปอร์มาร์เก็ต) และ CEO ยอดเยี่ยม)
  • ESG Business Awards (2024)– Food Waste Reduction (การลดขยะอาหาร)
  • AMCHAM Corporate Social Impact Recognition (2024)– ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 14 ปี
  • World Branding Awards (2024 – 2025) – Brand of the Year (Supermarket) (แบรนด์แห่งปี: ซูเปอร์มาร์เก็ต)
  • NACS Award (2025)Convenience Retailer of the Year (TOPS daily) ร้านสะดวกซื้อแห่งปี
  • Great Place to Work (2024 – 2025)Great Place to Work Certification 2025 ได้รับการรับรองว่าเป็นองค์กรที่น่าทำงาน ปี 2025

[ TOPS คือองค์กรที่ให้พนักงานเติบโตไปด้วยกัน]

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ท็อปส์สามารถคว้ารางวัล Great Place to Work Certification 2025 องค์กรที่น่าทำงาน ปี 2025 นั้น เพราะหัวใจของ TOPS คือพนักงานกว่า 13,000 คน ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญขององค์กร ท็อปส์เชื่อว่าที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมเริ่มต้นจากวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง ผ่าน Topster Way Culture และ I-CARE Core Values ซึ่งประกอบด้วย นวัตกรรม (Innovation), ลูกค้า (Customer), คู่ค้า/พันธมิตร (Alliance), ความสัมพันธ์อันดี (Relationship), และจริยธรรม (Ethics)

โดยท็อปส์ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพนักงาน อาทิ

  • จัดโครงการเสริมสร้างความผูกพันและทีมเวิร์กมากกว่า 30 โครงการ ในปี 2024 เพื่อให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
  • จัดหลักสูตรฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานมากกว่า 180 หลักสูตร เพื่อเสริมทักษะและเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในสายอาชีพ
  • มอบรางวัล BRAVO Awards กว่า 51 รางวัล ให้กับพนักงานที่มีผลงานโดดเด่นและทุ่มเทให้กับองค์กร
  • โครงการ YES! Program ประสบความสำเร็จ ด้วยคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าต่อการให้บริการของพนักงานสูงถึง 93%
  • ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน องค์กรที่น่าทำงานที่สุดในประเทศไทย (Thailand’s Great Places to Work) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลพนักงานทั้งด้านการมีส่วนร่วม การพัฒนา และคุณภาพชีวิตที่ดี

ท็อปส์ให้พนักงานมีอิสระในการเติบโต สร้างสรรค์ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกวัน โดยความเชื่อมั่นว่าการที่พนักงานมีความสุขและมีแรงบันดาลใจ คือกุญแจสู่ประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยม และเป็นรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืน

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ความสำเร็จของท็อปส์ในวันนี้ จะเห็นได้ว่าทุกองค์ประกอบไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจอย่างจริงจังในทุกมิติ ตั้งแต่กลยุทธ์ T-O-P-S ไปจนถึงการมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และพนักงานที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน การคว้ารางวัล “ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งปี” และอีกหลากหลายรางวัลที่ได้รับ ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จในระดับองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าท็อปส์ไม่ใช่แค่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เป็นแบรนด์ที่ผู้คนไว้วางใจและรักในทุกๆ วัน ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...