โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัมพูชาถือฤกษ์ 15 มิ.ย. ยื่นฟ้อง 4 พื้นที่พิพาทต่อศาลโลกแล้ว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 02.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

พนมเปญ 15 มิ.ย. – เช้าวันนี้ รัฐบาลกัมพูชายื่นจดหมายอย่างเป็นทางการต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice : ICJ) หรือ ศาลโลก เพื่อหาข้อยุติกรณี 4 พื้นที่พิพาท คือ ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตากระเบ็ย หรือ ปราสาทตาควาย รวมทั้งพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต หรือ ช่องบกของไทย

รัฐบาลกัมพูชากล่าวอ้างถึงเหตุการณ์เมื่อ 63 ปีที่แล้ว คือ วันที่ 15 มิถุนายน 2505 ซึ่งถือเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ พิพากษาให้กัมพูชาชนะคดีเขาพระวิหาร โดยระบุว่า แม้เหตุการณ์ห่างกัน 63 ปี แต่ความมุ่งมั่นและเจตจำนงของกัมพูชายังคงเหมือนเดิม คือ กัมพูชาเลือกที่จะใช้สันติวิธี โดยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ ผ่านกลไกกระบวนการของศาล ICJ เพื่อแก้ปัญหาพิพาทเขตแดนในพื้นที่ที่เป็นจุดเปราะบาง มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการปะทะกันทางทหาร และเป็นพื้นที่ปัญหาที่ไม่อาจหาข้อยุติได้ด้วยกลไกระดับทวิภาคี ดังเช่น กรณีพื้นที่เขาพระวิหาร เมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว รวมทั้ง 4 พื้นที่ที่ยื่นฟ้องศาลโลกในครั้งนี้ คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย รวมทั้งพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต

ในแถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า กัมพูชาเพียงต้องการความยุติธรรม ความเป็นธรรม และความชัดเจนในการปักปันเขตแดน และการกำหนดเขตแดนกับนานาประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อที่คนรุ่นหลังจะได้ไม่ต้องมีปัญหายืดเยื้อต่อไปอีก นอกจากนี้ กัมพูชาขอให้เพื่อนร่วมชาติไว้วางใจรัฐบาลในการดำเนินความพยายาม มุ่งมั่นด้วยเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่จะรักษาผืนแผ่นดิน และผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนกัมพูชา.-810.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...