โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ เสนอถก RBC ระดับกองทัพ ย้ำจุดยืนสันติภาพ - ฉะเขมรทำสงครามข่าวสาร

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 05.45 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 05.45 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(16 มิ.ย. 68) ที่บ้านพิษณุโลก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงข่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ที่ผ่านมาถือเป็นผลสำเร็จ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยอมรับกรอบการประชุมร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจในรูปแบบ "ทีมไทยแลนด์" เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้นำทีมในการติดตามข้อมูลข่าวสารและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ในประเด็นเรื่องด่านชายแดน นางสาวแพทองธารชี้แจงว่า "เราไม่ได้ปิดด่าน แต่เป็นการกำหนดเวลาเปิด-ปิดใหม่" ซึ่งเป็นมาตรการที่จำเป็นหลังจากตรวจพบการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและอาวุธระยะไกลเข้ามาในพื้นที่ชายแดนฝั่งกัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองชาติ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

"การที่เอาอาวุธใหญ่ออกมาแบบนั้น ถ้าเราไม่กำหนดเวลาเปิดปิดเลยแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ความเสียหายจะมากมายมหาศาล" นายกฯ กล่าว

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ตลอดการเจรจา ประเทศไทยยึดมั่นในกรอบทวิภาคีและให้เกียรติซึ่งกันและกันเสมอมา อย่างไรก็ตาม การสื่อสารที่ไม่เป็นทางการและ "ไม่เป็นมืออาชีพ" ผ่านโซเชียลมีเดียที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากฝั่งกัมพูชา ได้สร้างความสับสนและส่งผลกระทบในทางลบต่อการเจรจาทั้งในระดับทางการและระดับหลังไมค์

"การสื่อสารแบบนี้ไม่ได้เกิดผลดีกับทั้งสองประเทศ ข้อความที่ทางกัมพูชาได้โพสต์ เราต้องคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา การประกาศเรื่องปิดด่านเลย เป็นการที่เกิดผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ"

เพื่อหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าได้ส่งข้อความถึงนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เสนอให้มีการจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ซึ่งเป็นการประชุมในระดับกองทัพของทั้งสองประเทศ เพื่อหารือแนวทางการดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมเชิญทูตานุทูตต่างประเทศที่ประจำในประเทศไทยเข้ารับฟังการชี้แจงในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถานการณ์และจุดยืนของประเทศไทยต่อประชาคมโลก

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลและกองทัพมีความเห็นเป็นหนึ่งเดียวกันในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการหลีกเลี่ยงการปะทะและการสูญเสียเลือดเนื้อ พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและกองทัพ

"วันนี้เราไม่ได้ต่อสู้กันเอง เรารักษาอธิปไตยของเราไว้ เราเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีและแข็งแรงเช่นกัน และจะไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่หรือใส่ร้าย วันนี้ถ้าไม่เคารพกฎกติกา ก็จะไม่ถูกยอมรับโดยทั่วโลก" นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...