โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ก้านตอง ทุ่งเงิน’ โดนดราม่าว่าเด็กเส้น เข้าวงการได้เพราะพี่สาว!

ไทยโพสต์

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น.

ก้านตอง ทุ่งเงิน เจ้าของเพลงฮิตติดหูอย่างเพลง จื่อบ่ พาไปเปิดเรื่องราวชีวิตของเธอ ตั้งแต่เส้นทางในการเป็นนักร้องกว่าจะมาถึงวันที่ผลงานเพลงกลายเป็นกระแสโด่งดังทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้มีงานอย่างไม่ขาดสาย จากที่เคยโดนดราม่าว่าเป็นเด็กเส้น เข้าวงการได้เพราะพี่สาว ผ่านรายการ เกิดมาเว่า

เพลง "จื่อบ่" กระแสดีมาก ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ?

ก้านตอง : จริง ๆ เป็นนักร้องมานานแล้วค่ะ เป็นมาหลายปีจนรู้สึกว่าเพลงเราไม่ดังสักที พอมาถึงเพลง "จื่อบ่" ก็ดังมาก ก็ทำให้เรามีงานมากขึ้น มีคอนเสิร์ตตลอด ภาษากลางคำว่า จื่อบ่ แปลว่า จำไหม เข็ดไหม

เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งคนจะรู้จักเพลงเราทั่วประเทศขนาดนี้ ?

ก้านตอง : จริง ๆ ก็มีเพลงที่ร้องกัน 3 คน เพลง “ไปถอนคำสาบาน“ ตอนนั้นก็มีคนรู้จักเพลงนะคะ แต่คนอาจจะยังไม่รู้จักตัวเราชัดเจนเท่าไร หลังจากนั้นก็เริ่มมีเพลงออกมาเรื่อย ๆ มียอดวิวประมาณ 20 ล้าน 30 ล้าน แต่มันจะดังเฉพาะในโซนภาคอีสาน คนทั่วประเทศอาจจะยังไม่รู้จักเราดีพอ ชื่อของเราคือ ดอกอ้อ ทุ่งทอง และก้านตอง ทุ่งเงิน ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่มีใครรู้จักเราแบบเดี่ยว ๆ มากนัก

ดอกอ้อ ทุ่งทอง กับ ก้านตอง ทุ่งเงิน เป็นอะไรกัน?

ก้านตอง : พี่ดอกอ้อเป็นพี่สาวแท้ ๆ เป็นในนามของศิลปิน คือดอกอ้อ ทุ่งทอง ทุ่งทองคู่กับทุ่งเงิน เป็นชื่อในวงการที่ตั้งขึ้นเพื่อให้เข้าคู่กัน เพราะเงินกับทองต้องคู่กัน ซึ่งครูสลาเป็นคนตั้งให้ค่ะ พอใช้ชื่อนี้ก็ทำให้บางคนสับสนว่าใครคือดอกอ้อ ใครคือก้านตอง แต่พอเริ่มมีเพลงออกมาเรื่อย ๆ คนก็เริ่มจำเสียงได้ว่าเสียงใครเป็นใคร และจนมาถึงเพลง “จื่อบ่” เพลงนี้เหมือนเป็นจุดเปลี่ยนเลยค่ะ ทำให้เป็นที่รู้จักแบบตูมเดียวทั่วประเทศเลย

มีมุมมองยังไงกับโซเชียลมีเดียที่ทำให้ผลงานของเรากลับมากระแสแรงขึ้น?

ก้านตอง :โซเชียลมีผลเยอะมาก ทุกวันนี้โลกโซเชียลมันเข้าถึงง่าย ไปทางไหนใคร ๆ ก็เล่นโซเชียลกันหมด ทุกคนมีช่องทางของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน วัยไหน แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ก็ยังเล่นได้แล้ว มันเหมือนเป็นสื่อกลางที่ทำให้คนเข้าถึงเราได้ง่าย สมัยก่อนจะปล่อยเพลงต้องเป็นเทป เป็นซีดี ออกทางวิทยุ หรือถ้าอยากออกทีวีต้องดังจริง ๆ ถึงจะได้ออก ทำให้คนเห็นผลงานเรายากมากพอมีโซเชียลแล้วมันเปลี่ยนหมดเลย ทุกอย่างเร็วขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ข้อเสียก็คือ คู่แข่งก็เยอะขึ้นตามไปด้วย เพราะใครก็สามารถปล่อยงานได้เหมือนกัน ทำให้เราต้องพัฒนางานให้ดีกว่าเดิม

เพราะว่าเงิน500 ทำให้พบพรสวรรค์ในการร้องเพลง ?

ก้านตอง : ตอนนั้นยังเด็กมากเลยค่ะ จำได้ว่าประมาณ 4-5 ขวบเอง พี่ดอกอ้อเป็นคนพาไปงานเลี้ยงของข้าราชการ ซึ่งมีดนตรีอิเล็กโทนเล่นอยู่ แล้วเขาก็จ้างนักร้องมาร้องเพลง ตอนนั้นพี่ดอกอ้อก็บอกกับคนที่นั่นว่า “น้องหนูร้องเพลงได้” แล้วก็อุ้มเราขึ้นเวทีเลย โดยที่ยังไม่ได้ถามเราด้วยซ้ำว่าเราพร้อมไหม หรือกล้าร้องหรือเปล่า ตอนนั้นก็คือ ทั้งร้องไปและร้องไห้ไปพร้อมกันเลย ก็ต้องร้อง เพราะเขาอุ้มเราขึ้นเวทีแล้ว ถ้าไม่ร้องก็กลัวจะขายหน้าพี่สาว

การร้องเพลงทำให้หาเงินเองตั้งแต่เด็กจนสามารถส่งตัวเองเรียนจบปริญญาตรีเลย?

ก้านตอง : ตั้งแต่ ม.2 ก็เริ่มไปร้องเพลงกับวงอิเล็กโทน หาเงินมาเป็นค่าหนังสือ ค่าเรียน แล้วพอตอนเรียนมหาวิทยาลัย ก็ได้ทุนเรียนค่ะ เพราะเป็นเด็กกิจกรรม ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย พ่อก็เสียชีวิต เลยต้องพยายามดูแลตัวเอง ส่งตัวเองเรียนจนจบ คือเรามาจากครอบครัวที่ลำบาก ฐานะไม่ดี ก็เลยต้องขยันต้องพยายาม

มาเป็นนักร้องในแกรมมี่โกลด์ได้ยังไง?

ก้านตอง : พูดตรง ๆ เลย พี่ดอกอ้อเป็นคนพามาฝากไว้กับทางค่าย ครูที่แกรมมี่โกลด์เขาก็กำลังมองหานักร้องอยู่ แล้วพี่ดอกอ้อก็แนะนำเราไป เพราะครูเคยเห็นเราตอนประกวดมาก่อน แม้ตอนนั้นเราจะไม่ชนะ ครูเขาก็ให้โอกาสลองร้องในเพลง “ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้” ของพี่นาง ศิริพร เป็นเหมือนการแจมในอัลบั้มค่ะ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่แกรมมี่โกลด์ ตอนนั้นเรายังไม่ได้ออกเพลงเต็ม ๆ เลยนะ คือเขาจะให้ลองร้องก่อน เหมือนฝึกก่อน

เคยเจอดราม่าว่าเราเป็น “เด็กเส้น” บ้างไหม?

ก้านตอง : เจอค่ะ เข้ามาได้เพราะพี่สาว แต่จริง ๆ เด็กฝากมีความกดดันในตัวเองอยู่แล้วว่าคนจะมองยังไง จะคิดว่าเราเข้ามาเพราะมีเส้นสาย ไม่ใช่เพราะความสามารถของเราเราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้เข้ามาเพราะเส้นสาย เรามีความสามารถจริง ๆ ต้องทำให้เห็นว่าสิ่งที่เขาพูด มันไม่ใช่ความจริง บางครั้งเราก็รู้สึกอิจฉาคนที่เข้ามาได้ด้วยตัวเอง แต่เราก็พยายามคิดว่าเราโชคดีแล้วที่มีพี่พาเข้ามา แต่สิ่งที่ไม่โชคดีคือเราต้องเจอกับการเปรียบเทียบตลอดเวลา สุดท้ายเราต้องถามตัวเองว่าทำไมเราต้องกดดันกับสิ่งที่ไม่ใช่ความผิดเรา ถ้าเราไม่พัฒนาตัวเอง ถ้าไม่ขยันจริง เราก็ไม่มีทางอยู่ได้ถึงวันนี้

เคยมีช่วงที่ท้อแท้ไหมกว่าจะมีทุกวันนี้?

ก้านตอง :มีค่ะ เราไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเก่งเท่าคนอื่น คิดตลอดเวลาว่าคนอื่นเสียงดีกว่าเราแต่สิ่งที่พี่มีมากกว่าคนอื่น ความอดทนและพยายามสูงกว่าคนอื่น จะเก่งได้เราก็ต้องใช้ความพยายามมาก ๆ คนที่เก่งมาก ๆ มักจะไม่ค่อยฝึก แต่คนที่ไม่เก่งจริง ๆ จะฝึกตลอดเวลา

เป้าหมายต่อจากนี้จะเป็นในทิศทางไหน?

ก้านตอง : ไม่ได้มีเป้าหมายที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เกินฝันมากแล้ว ร้องเพลงให้มีความสุขทำหน้าที่ให้เต็มที่ เพราะอาชีพนี้ทำให้เรามีทุกอย่างในวันนี้ อาชีพนี้ทำให้เรามีกิน มีใช้ ชีวิตต่อจากนี้คือ มันคือกำไรชีวิตแล้ว คำว่ากำไรชีวิตคือเราได้ดังสมใจเราแล้ว มีคนรู้จักเราเพิ่มขึ้น ถ้าเราไปคาดหวังกับชีวิตมากมันก็จะไม่มีความสุข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...