โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ดอลลาร์สหรัฐ” แข็งค่า หลังสหรัฐ–จีนเดินหน้าเจรจาการค้าต่อเนื่องวันที่ 2

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 16.28 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 09.28 น.

"ดอลลาร์สหรัฐ" แข็งค่า หลังสหรัฐ-จีนเดินหน้าเจรจาการค้าต่อเนื่องวันที่ 2 ในกรุงลอนดอน ท่ามกลางประเด็นซับซ้อนอย่างชิปและแร่หายาก ขณะที่ตลาดโลกจับตาท่าทีของเฟดและ BoE ในสัปดาห์หน้า

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 15.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในวันอังคาร ขณะที่การเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐเดินหน้าสู่วันที่สอง ส่งผลให้นักลงทุนมีความหวังว่าจะสามารถคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าได้ ขณะเดียวกันค่าเงินปอนด์อ่อนตัว หลังข้อมูลการจ้างงานในอังกฤษบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังอ่อนแอ

เจ้าหน้าที่จากจีนและสหรัฐได้พบปะกันที่กรุงลอนดอนเพื่อพยายามคลี่คลายข้อพิพาทที่ขยายจากการตั้งกำแพงภาษีไปสู่ข้อจำกัดด้านแร่หายาก

Charu Chanana หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนจาก Saxo กล่าวว่า “ต่างจากการเจรจาที่เจนีวาในเดือนพฤษภาคม ซึ่งการผ่อนคลายภาษีถือเป็นความคืบหน้าง่าย ๆ การเจรจาที่ลอนดอนในครั้งนี้กลับต้องเจอกับประเด็นที่ซับซ้อนกว่า เช่น การควบคุมการส่งออกชิป แร่หายาก และวีซ่านักเรียน”

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในช่วงเวลาสำคัญที่เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเริ่มแสดงสัญญาณอ่อนแอจากผลกระทบของคำสั่งขึ้นภาษีจำนวนมากของทรัมป์ตั้งแต่ต้นปี

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับอีก 6 สกุลเงินหลัก เพิ่มขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 99.255 แม้ยังคงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 98.351 ซึ่งเคยแตะไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ดัชนีดอลลาร์ลดลงแล้ว 8.7% ตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าภาษีและความตึงเครียดทางการค้าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเติบโตของสหรัฐ จึงหลีกเลี่ยงสินทรัพย์ดอลลาร์และมองหาทางเลือกอื่น

ค่าเงินยูโร อ่อนลง 0.2% มาอยู่ที่ 1.1395 ดอลลาร์ ขณะที่เงินดอลลาร์ออสเตรเลียซึ่งมักสะท้อนความเสี่ยงในตลาดก็ลดลง 0.2% สู่ระดับ 0.6502 ดอลลาร์ เงินปอนด์อ่อนค่าลงหลังข้อมูลแรงงานของอังกฤษบ่งชี้ถึงจุดอ่อนในตลาดแรงงาน ซึ่งอาจมีผลต่อจังหวะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะลดดอกเบี้ย โดยค่าแรงในอังกฤษเพิ่มขึ้นเพียง 5.2% ในช่วงสามเดือนถึงเมษายน ซึ่งชะลอกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เงินปอนด์อ่อนค่าลง 0.6% เทียบกับดอลลาร์ มาอยู่ที่ 1.3468 ดอลลาร์

Kirstine Kundby-Nielsen นักวิเคราะห์ค่าเงินจาก Danske Bank กล่าวว่า “ข้อมูลแรงงานค่อนข้างอ่อนแอ สิ่งนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อท่าทีเชิงเข้มงวด (hawkish) ของ BoE ที่เห็นในช่วงก่อนหน้า”

ทั้งนี้ BoE มีกำหนดประชุมในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลง ด้านตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยรวมประมาณ 48 จุดฐาน (bps) ภายในสิ้นปี

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ก็เช่นกัน คาดว่าจะยังไม่ปรับดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ผู้ว่าการ คาซึโอะ อุเอดะ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจถูกเลื่อนออกไป โดยกล่าวว่า “เมื่อเรามั่นใจมากขึ้นว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะเข้าใกล้ระดับ 2% หรือทรงตัวใกล้ระดับนั้น เราจะดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป”

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจส่งออกของญี่ปุ่นจากภาษีของทรัมป์ได้ผลักให้ตลาดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยออกไป นักลงทุนจึงจับตาคำใบ้จากอุเอดะว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไร

ค่าเงินเยน เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ระดับ 144.71 เยนต่อดอลลาร์ แต่ยังคงแข็งค่ากว่า 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยจากความผันผวนของตลาดที่เกิดจากนโยบายภาษีของทรัมป์

สัปดาห์นี้นักลงทุนจับตารายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเปิดเผยในวันพุธ โดยอาจสะท้อนผลกระทบของภาษีต่อเงินเฟ้อ ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประชุมในสัปดาห์หน้า ซึ่งเฟดเองก็คาดว่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยรวมสองครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในสิ้นปี

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...